thansettakij
thansettakij
ร้อยเอกหญิงภัทร์ดารัสมิ์ ทองสลวยกร รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี

ครม.คลอดร่าง พ.ร.ฎ. จัดรูปที่ดินเกษตรกรรม 8,500 ไร่ กาฬสินธุ์-เพชรบุรี

03 พ.ย. 69 | 07:08 น.
อัปเดตล่าสุด :03 พ.ย. 69 | 07:17 น.

ครม. เห็นชอบในหลักการร่างพระราชกฤษฎีกากำหนดเขตสำรวจการจัดรูปที่ดินในพื้นที่ จ.กาฬสินธุ์ และ จ.เพชรบุรี รวมเนื้อที่กว่า 8,500 ไร่ มุ่งพัฒนาพื้นที่เกษตรกรรม ระบบส่งน้ำและทางลำเลียงในแปลงนา

KEY

POINTS

  • คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบร่างพระราชกฤษฎีกากำหนดเขตสำรวจการจัดรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมในจังหวัดกาฬสินธุ์ (4,030 ไร่) และเพชรบุรี (4,512 ไร่) รวมพื้นที่กว่า 8,500 ไร่
  • การจัดรูปที่ดินมีเป้าหมายเพื่อพัฒนาพื้นที่ให้เหมาะสมกับการเพาะปลูก ปรับปรุงระบบชลประทาน เช่น ระบบส่งน้ำ คูระบายน้ำ และทางลำเลียงในแปลงนา
  • โครงการดังกล่าวจะช่วยให้เกษตรกรเข้าถึงน้ำได้สะดวกขึ้น เพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ลดต้นทุน และเสริมสร้างความเข้มแข็งให้ภาคเกษตรกรรมในระยะยาว

3 พฤศจิกายน 2569 ที่จังหวัดอุดรธานี ร้อยเอกหญิงภัทร์ดารัสมิ์ ทองสลวยกร รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.สัญจร) มีมติเห็นชอบในหลักการร่างพระราชกฤษฎีกากำหนดเขตสำรวจการจัดรูปที่ดิน จำนวน 2 ฉบับ ตามที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เสนอ ได้แก่ 

  1. ร่างพระราชกฤษฎีกากำหนดเขตสำรวจการจัดรูปที่ดิน ในท้องที่ ตำบลกมลาไสย ตำบลหลักเมือง ตำบลเจ้าท่า และตำบลดงลิง อำเภอกมลาไสย จังหวัดกาฬสินธุ์ เนื้อที่ประมาณ 4,030 ไร่
  2. ร่างพระราชกฤษฎีกากำหนดเขตสำรวจการจัดรูปที่ดิน ในท้องที่ ตำบลหนองกะปุและตำบลห้วยข้อง อำเภอบ้านลาด จังหวัดเพชรบุรี เนื้อที่ประมาณ 4,512 ไร่ รวมพื้นที่ทั้ง 2 แห่งประมาณ 8,542 ไร่
     

การกำหนดเขตสำรวจการจัดรูปที่ดินดังกล่าว เป็นการดำเนินการตามพระราชบัญญัติจัดรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ. 2558 เพื่อกำหนดพื้นที่ที่สามารถเข้าไปดำเนินการสำรวจและเตรียมความพร้อมสำหรับโครงการจัดรูปที่ดิน โดยให้เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานร่วมกับหน่วยงานที่มีอำนาจเข้าตรวจสอบพื้นที่ และพิจารณานำที่ดินอันเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินภายในเขตสำรวจมาใช้ประโยชน์ในการจัดรูปที่ดินได้ตามกฎหมาย

ร้อยเอกหญิงภัทร์ดารัสมิ์ ทองสลวยกร รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี
การจัดรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมมีเป้าหมายในการพัฒนาพื้นที่ให้เหมาะสมกับการเพาะปลูก ปรับปรุงระบบส่งน้ำ คูระบายน้ำ และทางลำเลียงในระดับแปลงนา เพื่อให้เกษตรกรเข้าถึงน้ำและบริหารจัดการพื้นที่ได้สะดวกยิ่งขึ้น ตลอดจนส่งเสริมการทำเกษตรแบบครบวงจร เพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและการตลาด ลดต้นทุนและความเสี่ยงในการประกอบอาชีพ รวมถึงสนับสนุนให้เกษตรกรรวมกลุ่มบริหารจัดการน้ำและพื้นที่เกษตรร่วมกัน ซึ่งจะช่วยเพิ่มรายได้และเสริมสร้างความเข้มแข็งให้แก่ภาคเกษตรกรรมในระยะยาว
 

สำหรับขั้นตอนต่อไป ครม. เห็นชอบในหลักการร่างพระราชกฤษฎีกาทั้ง 2 ฉบับ และให้ส่งสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจพิจารณา ครม. เห็นชอบร่าง พ.ร.ฎ. กำหนดเขตสำรวจจัดรูปที่ดิน 2 จังหวัด รวมกว่า 8,500 ไร่ หนุนพัฒนาระบบชลประทาน เพิ่มประสิทธิภาพเกษตรกรรม