
ตำรวจไซเบอร์ทลาย 2 เว็บพนัน HENG-36B–PHARUEY เงินหมุนเวียน 2 พันล้านต่อปี
ตำรวจไซเบอร์ทลาย 2 เว็บพนันออนไลน์ “HENG-36B–PHARUEY” เงินหมุนกว่า 2,000 ล้านบาทต่อปี รวบ 5 ผู้ต้องหา พบใช้บัญชีบริษัทอำพรางเส้นทางการเงิน เร่งล่าตัวเจ้าของเว็บ
KEY
POINTS
- ตำรวจไซเบอร์ทลายเครือข่ายเว็บพนันออนไลน์ 2 แห่ง คือ HENG-36B และ PHARUEY พบเงินหมุนเวียนในระบบรวมกันกว่า 2,000 ล้านบาทต่อปี
- เครือข่าย HENG-36B มีเงินหมุนเวียนกว่า 1,900 ล้านบาทต่อปี ส่วน PHARUEY มีเงินหมุนเวียนกว่า 120 ล้านบาทต่อปี และมีสมาชิกกว่า 140,000 คน
- เจ้าหน้าที่สามารถจับกุมผู้ต้องหาที่เกี่ยวข้องได้แล้วรวม 5 ราย พร้อมยึดของกลาง และกำลังเร่งขยายผลเพื่อติดตามผู้บงการและยึดทรัพย์สิน
ตำรวจไซเบอร์เปิดปฏิบัติการกวาดล้างเครือข่ายพนันออนไลน์รายใหญ่ 2 เครือข่าย “HENG-36B” และ “PHARUEY” พบเครือข่ายแรกใช้บัญชีธนาคารในนามนิติบุคคลรับโอนเงินจากสมาชิก มีเงินหมุนเวียนกว่า 160 ล้านบาทต่อเดือน หรือกว่า 1,900 ล้านบาทต่อปี ส่วนเครือข่ายที่ 2 มีสมาชิกมากกว่า 140,000 คน เงินหมุนเวียนกว่า 120 ล้านบาทต่อปี จับกุมผู้เกี่ยวข้องแล้วรวม 5 ราย พร้อมตรวจยึดอุปกรณ์คอมพิวเตอร์และโทรศัพท์มือถือ เร่งขยายผลติดตามเจ้าของเว็บไซต์ ผู้บงการ และผู้รับผลประโยชน์ พร้อมตรวจสอบเส้นทางการเงินเพื่อยึดหรืออายัดทรัพย์สินที่เกี่ยวข้อง
เมื่อวันที่ 2 พฤศจิกายน 2569 ที่ห้องประชุมชั้น 3 กองบังคับการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี 2 (บก.สอท.2) พล.ต.ท.ทินกร รังมาตย์ ผู้บัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ผบช.สอท.) พร้อมด้วยผู้บังคับบัญชาและเจ้าหน้าที่ตำรวจที่เกี่ยวข้อง ร่วมแถลงผลปฏิบัติการปราบปรามเครือข่ายเว็บไซต์พนันออนไลน์รายใหญ่ 2 เครือข่าย ได้แก่ “HENG-36B” และ “PHARUEY” หลังพบมีเงินหมุนเวียนในระบบรวมกว่า 2,000 ล้านบาทต่อปี พร้อมเดินหน้าขยายผลติดตามตัวเจ้าของเว็บไซต์และผู้มีส่วนเกี่ยวข้องมาดำเนินคดี
การปฏิบัติการดังกล่าวเป็นไปตามนโยบายรัฐบาลในการเร่งแก้ไขปัญหาอาชญากรรมออนไลน์ เพื่อป้องกันความเสียหายและคุ้มครองผลประโยชน์ของประชาชน ตลอดจนเป็นไปตามข้อสั่งการของ พล.ต.อ.สำราญ นวลมา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ที่กำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องระดมกวาดล้างอาชญากรรมทางเทคโนโลยีทุกประเภทอย่างจริงจัง โดยเฉพาะเครือข่ายพนันออนไลน์ที่มีการใช้ระบบการเงินและบัญชีบุคคลหรือนิติบุคคลเป็นช่องทางรับส่งเงินจากการกระทำความผิด
พล.ต.ท.ทินกร จึงได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจในสังกัดเร่งสืบสวนรวบรวมพยานหลักฐาน ติดตามเส้นทางการเงิน และดำเนินการจับกุมผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเครือข่ายพนันออนไลน์ เพื่อตัดวงจรการกระทำความผิดและนำตัวผู้กระทำผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมาย
ทลายเว็บพนันเงินหมุน 1,900 ล้านบาทต่อปี
สำหรับปฏิบัติการแรก เป็นการทลายเครือข่ายเว็บไซต์พนันออนไลน์ “HENG-36B” โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.3 บก.สอท.2 ได้สืบสวนจนพบเบาะแสว่ามีการลักลอบเปิดให้บริการเว็บไซต์พนันออนไลน์แก่ประชาชนทั่วไป โดยเปิดให้สมาชิกเข้าเล่นการพนันหลายประเภท ทั้งการพนันกีฬา คาสิโน สล็อต และการพนันรูปแบบอื่น ๆ
จากการสืบสวนเชิงลึกและตรวจสอบเส้นทางการเงิน พบว่าเครือข่ายดังกล่าวมีพฤติการณ์ใช้บัญชีธนาคารในนามนิติบุคคลประเภทบริษัทเป็นช่องทางรับโอนเงินจากสมาชิกที่เข้ามาเล่นการพนัน เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือและใช้เป็นช่องทางในการหมุนเวียนเงิน นอกจากนี้ยังตรวจพบบัญชีธนาคารอื่นที่เกี่ยวข้องกับเส้นทางการเงินของเว็บไซต์พนันอีก 4 บัญชี
จากการตรวจสอบข้อมูลทางการเงินพบว่า เครือข่าย HENG-36B มีเงินหมุนเวียนในระบบมากกว่า 160 ล้านบาทต่อเดือน หรือคิดเป็นมูลค่าสูงกว่า 1,900 ล้านบาทต่อปี ถือเป็นเครือข่ายพนันออนไลน์ที่มีปริมาณเงินหมุนเวียนจำนวนมาก
ภายหลังรวบรวมพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้อง เจ้าหน้าที่ได้ยื่นคำร้องต่อศาลจังหวัดนนทบุรีเพื่อขออนุมัติหมายจับผู้เกี่ยวข้องในขบวนการจำนวน 5 ราย โดยสามารถติดตามจับกุมผู้ต้องหาได้แล้ว 4 ราย ประกอบด้วย
นายปทานน อายุ 46 ปี กรรมการบริษัทที่ถูกใช้เป็นช่องทางรับโอนเงินจากการเล่นพนัน
น.ส.ขวัญฤดี อายุ 31 ปี เจ้าของบัญชีธนาคารที่เกี่ยวข้องกับเครือข่าย
นายวรวุฒิ อายุ 27 ปี เจ้าของบัญชีธนาคารที่เกี่ยวข้องกับเครือข่าย
นายคชานนท์ อายุ 22 ปี เจ้าของบัญชีธนาคารที่เกี่ยวข้องกับเครือข่าย
ส่วนผู้ต้องหาอีก 1 ราย เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างติดตามตัวเพื่อนำมาดำเนินคดี
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่แจ้งข้อกล่าวหาหลายความผิด ได้แก่ ร่วมกันจัดให้มีการเล่นการพนันโดยไม่ได้รับอนุญาต ร่วมกันเป็นเจ้ามือหรือเจ้าสำนักในการเล่นการพนันโดยไม่ได้รับอนุญาต ร่วมกันโฆษณาหรือชักชวนให้บุคคลอื่นเข้าเล่นการพนันผ่านระบบคอมพิวเตอร์ รวมถึงความผิดเกี่ยวกับการเปิดหรือยินยอมให้บุคคลอื่นใช้บัญชีเงินฝากหรือบัญชีอิเล็กทรอนิกส์ โดยรู้หรือควรรู้ว่าจะถูกนำไปใช้ในการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยีหรือความผิดทางอาญาอื่น ตลอดจนข้อหาร่วมกันฟอกเงิน ก่อนควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมาย
บุกกระบี่จับแอดมินเว็บ PHARUEY เงินหมุน 120 ล้านต่อปี
ส่วนปฏิบัติการที่ 2 เป็นการปราบปรามเครือข่ายเว็บไซต์พนันออนไลน์ “PHARUEY” หลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.4 บก.สอท.2 สืบสวนพบเบาะแสการลักลอบเปิดให้บริการเว็บไซต์พนันออนไลน์ และตรวจสอบพบว่ามีสมาชิกผู้เล่นมากกว่า 140,000 คน โดยมีเงินหมุนเวียนภายในระบบกว่า 120 ล้านบาทต่อปี
จากการสืบสวนรวบรวมพยานหลักฐาน เจ้าหน้าที่ได้ยื่นคำร้องขออำนาจศาลออกหมายค้นเป้าหมายที่เกี่ยวข้อง ก่อนนำหมายค้นศาลจังหวัดกระบี่ที่ 323/2569 ลงวันที่ 31 ตุลาคม 2569 เข้าตรวจค้นบ้านพักแห่งหนึ่งในพื้นที่หมู่ 2 ตำบลคลองพน อำเภอคลองท่อม จังหวัดกระบี่ เมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน 2569 เวลา 09.30 น.
ผลการตรวจค้นสามารถจับกุม นายคณัสนันท์ อายุ 27 ปี ซึ่งทำหน้าที่เป็นแอดมินเว็บไซต์พนัน PHARUEY พร้อมตรวจยึดอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์และเครื่องมือที่คาดว่าเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิด ประกอบด้วย จอคอมพิวเตอร์จำนวน 5 เครื่อง เครื่องคอมพิวเตอร์ (CPU) จำนวน 2 เครื่องพร้อมอุปกรณ์ส่วนควบ คอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ก 1 เครื่อง โทรศัพท์มือถือ iPhone 15 Pro Max จำนวน 1 เครื่อง และอุปกรณ์ปล่อยสัญญาณอินเทอร์เน็ตอีก 1 เครื่อง
จากการสอบสวนเบื้องต้น ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่าเป็นแอดมินของเว็บไซต์พนันดังกล่าวจริง โดยมีหน้าที่ติดต่อประสานงานกับลูกค้า ดูแลระบบเติมเงิน และคอยแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นระหว่างสมาชิกเข้าเล่นการพนันออนไลน์ โดยทำงานในตำแหน่งดังกล่าวมาประมาณ 1 ปีกว่า และได้รับค่าจ้างเดือนละ 20,000 บาท
เจ้าหน้าที่จึงแจ้งข้อกล่าวหาร่วมกันจัดให้มีการเล่น หรือทำอุบายล่อ ช่วยประกาศโฆษณาหรือชักชวนโดยทางตรงหรือทางอ้อมให้ผู้อื่นเข้าเล่นหรือเข้าพนันผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์โดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงาน ก่อนควบคุมตัวส่งดำเนินคดีตามขั้นตอนกฎหมาย
เร่งล่าตัวเจ้าของเว็บ-ผู้รับผลประโยชน์
สำหรับความคืบหน้าหลังปฏิบัติการทลายทั้ง 2 เครือข่าย ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนยังคงเร่งติดตามตัวผู้ต้องหาที่ยังหลบหนี พร้อมขยายผลไปยังบุคคลอื่นที่อาจมีส่วนเกี่ยวข้อง โดยมุ่งเน้นตรวจสอบไปถึงเจ้าของเว็บไซต์พนันออนไลน์ ผู้ควบคุมระบบ ผู้สั่งการ และกลุ่มบุคคลที่อยู่เบื้องหลังซึ่งได้รับผลประโยชน์จากการดำเนินธุรกิจพนันออนไลน์ดังกล่าว
นอกจากนี้ ยังอยู่ระหว่างตรวจสอบเส้นทางการเงินอย่างละเอียด เพื่อพิสูจน์ความเชื่อมโยงของบัญชีธนาคารที่ใช้รับและโอนเงิน รวมถึงตรวจสอบทรัพย์สินที่อาจได้มาจากการกระทำความผิด หากพบหลักฐานเข้าข่ายจะดำเนินการตรวจยึดหรืออายัดทรัพย์สินตามกฎหมาย เพื่อป้องกันไม่ให้มีการโยกย้ายหรือถ่ายเททรัพย์สินออกจากระบบ
เปิดสถิติร์ปี 68-69 ดำเนินคดี 7,400 ราย ยึดทรัพย์ 3,273 ล้านบาท
ขณะเดียวกัน เมื่อพิจารณาผลการปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีของกองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บช.สอท.) ในช่วงปี 2568–2569 พบว่า เจ้าหน้าที่สามารถดำเนินการปราบปรามคดีอาชญากรรมทางเทคโนโลยีได้รวมทั้งสิ้น 7,413 ราย จับกุมผู้กระทำความผิดได้ 7,584 คน
ในจำนวนดังกล่าวเป็นคดีที่เกี่ยวข้องกับการพนันออนไลน์ 1,799 ราย สามารถจับกุมผู้กระทำความผิดได้ 1,924 คน พร้อมตรวจยึดทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดรวมมูลค่ากว่า 3,273 ล้านบาท นอกจากนี้ยังสามารถติดตามและคืนเงินให้แก่ผู้เสียหายผ่านโครงการ Money Cash Back ได้มากกว่า 294 ล้านบาท
เฉพาะเดือนต.ค.จับคดีไซเบอร์ 216 คน
ส่วนผลการปราบปรามเฉพาะระหว่างวันที่ 1–30 ตุลาคม 2569 เจ้าหน้าที่สามารถดำเนินคดีอาชญากรรมทางเทคโนโลยีได้ 223 ราย จับกุมผู้กระทำความผิด 216 คน และตรวจยึดทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดมูลค่ากว่า 16.43 ล้านบาท
สำหรับคดีการพนันออนไลน์ในช่วงเวลาเดียวกัน สามารถดำเนินการได้ 89 ราย จับกุมผู้กระทำความผิด 89 คน พร้อมตรวจยึดทรัพย์สินมูลค่ากว่า 32.19 ล้านบาท อีกทั้งยังตรวจพบเครือข่ายการพนันออนไลน์ที่มีเงินหมุนเวียนรวมกันกว่า 200 ล้านบาทต่อปี






