
“ส้ม”รุกคืบยึดบอร์ดประกันสังคมคุมขุมทรัพย์ 3 ล้านล้าน
“ส้ม”รุกคืบยึดบอร์ดประกันสังคมคุมขุมทรัพย์ 3 ล้านล้าน : รายงานพิเศษ โดย...ทีมข่าวการเมือง หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับ 4244
KEY
POINTS
- ทีมประกันสังคมก้าวหน้าซึ่งเชื่อมโยงกับขั้วการเมืองสีส้ม ชนะการเลือกตั้งคณะกรรมการประกันสังคมอย่างถล่มทลาย ทั้งในส่วนผู้แทนฝ่ายผู้ประกันตน และ ฝ่ายนายจ้าง
- ชัยชนะดังกล่าวทำให้เครือข่ายการเมืองสีส้ม ได้เข้าไปมีอำนาจในการบริหารจัดการกองทุนประกันสังคม ซึ่งมีมูลค่าสูงเกือบ 3 ล้านล้านบาท
- ทีมที่ชนะการเลือกตั้งมีเป้าหมายเพื่อปฏิรูปกองทุนให้โปร่งใส ตรวจสอบได้ และปรับปรุงสิทธิประโยชน์ โดยเตรียมผลักดันนโยบายเร่งด่วน 6 ข้อ
สมรภูมิอำนาจและผลประโยชน์ก้อนใหญ่ที่สุดก้อนหนึ่งของประเทศไทย กำลังเปลี่ยนผ่านครั้งประวัติศาสตร์ เมื่อผลการเลือกตั้ง คณะกรรมการประกันสังคม (บอร์ดประกันสังคม) อย่างไม่เป็นทางการ สะท้อนภาพความพ่ายแพ้ของโครงสร้างอำนาจเดิมอย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาด และเปิดทางให้ขั้วการเมือง “สีส้ม” แผ่ขยายอิทธิพลเข้าคุมหัวใจสำคัญของระบบรัฐสวัสดิการผู้ประกันตน ที่มีมูลค่ากองทุนสูงถึงเกือบ 3 ล้านล้านบาท
ประกันสังคมก้าวหน้ายึดบอร์ด
หลังการปิดหีบเลือกตั้ง เมื่อวันที่ 11 ตุลาคม 2569 และการทยอยประกาศผลนับคะแนนอย่างไม่เป็นทางการ โดยสำนักงานประกันสังคม ปรากฏการณ์ “แลนด์สไลด์” เกิดขึ้นซ้ำรอยการเมืองระดับชาติ เมื่อผู้สมัครจาก “ทีมประกันสังคมก้าวหน้า” สามารถทำคะแนนนำโด่งใน 7 อันดับแรก ทั้งในส่วนของ “ผู้แทนฝ่ายผู้ประกันตน” และ “ผู้แทนฝ่ายนายจ้าง”
จีระภา บุญรัตน์ เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม (สปส.) เปิดเผยผลการนับคะแนนเลือกตั้งผู้แทนฝ่ายนายจ้าง และ ฝ่ายผู้ประกันตน อย่างไม่เป็นทางการ ระบุว่า การบันทึกผลจากที่เลือกตั้งทั้ง 5,233 แห่งทั่วประเทศเสร็จสิ้นครบ 100% แล้ว มีผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้งรวม 1,003,615 คน แบ่งเป็นฝ่ายนายจ้าง 12,200 คน และ ฝ่ายผู้ประกันตน 991,415 คน
ความสำเร็จครั้งนี้ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เป็นผลต่อเนื่องจากความตื่นตัวของแรงงาน ที่ต้องการปฏิรูประบบสิทธิประโยชน์ที่ถูกมองว่า “เชยและล้าหลัง” มานานหลายทศวรรษ
โดยเฉพาะเมื่อพิจารณาร่วมกับบริบททางการเมืองระดับชาติ ที่ พรรคประชาชน (ส้ม) เพิ่งกวาดชัยชนะ 120 ที่นั่ง ในสภาผู้แทนราษฎร และครองพื้นที่กรุงเทพมหานครแบบเบ็ดเสร็จ 33 เขต ทำให้การ “รุกคืบ” สู่บอร์ดประกันสังคมครั้งนี้ ถูกมองว่าเป็นจิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญในการขับเคลื่อนอุดมการณ์ “รัฐสวัสดิการ” จากนอกสภาสู่กลไกบริหารรัฐกิจจริง
14ขุนพลประกันสังคมก้าวหน้า
การเลือกตั้งครั้งนี้ “ทีมประกันสังคมก้าวหน้า” ส่งผู้สมัครลงชิงชัยทั้งสองฝั่งรวม 14 คน ซึ่งผลการนับคะแนนกวาดเรียบในกลุ่มนำ ประกอบด้วย
ฝ่ายผู้ประกันตน (ลูกจ้าง) คือ 1.ษัษฐรัมย์ ธรรมบุษดี 2.ธนพงษ์ เชื้อเมืองพาน 3.นาริฐา โภไคยอนันต์ 4.เริงฤทธิ์ ละออกิจ 5.ปรารถนา โพธิ์ดี 6. พรทิพย์ โม่งใหญ่ 7. ลักษมี สุวรรณภักดี
ฝ่ายนายจ้าง คือ 1.ศราริน เรืองปัญญาวุฒิ (บจก. ปารมิตา พลัส) 2.รัตนสิทธิ สุภาภรณ์ (หจก. กู้ดบาย) 3.กฤษฎา อาทิตย์จินตกานนท์ (บจก. กู้ด กรู์เมต์ กรุ๊ป) 4.กฤตวิทย์ หริมเทพาธิป (บจก. มูฟวีส์ แม็ทเทอ) 5.สุโขทัย หัตถะรัชต์ (บจก. สุข สาทร) 6.อดิศร เกิดมงคล (มูลนิธิส่งเสริมสันติวิถี) 7. ภัทรานิษฐ์ ศรีจันทร์ดร (บจก. ไวน์ ซิตี้เซ่น)
ไส้ในกองทุน 2.9 ล้านล้านบาท
ประเด็นที่ทำให้สนามเลือกตั้ง “บอร์ดประกันสังคม” เดือดพล่าน ไม่ใช่แค่เรื่องของสิทธิการรักษา หรือ เงินบำเหน็จบำนาญ แต่คือ เสถียรภาพทางการเงินของกองทุนประกันสังคม ซึ่งข้อมูลจาก สำนักงานประกันสังคมระบุว่า ณ สิ้นปี 2568 กองทุนมียอดเงินลงทุนสะสมรวมสูงถึง 2,859,400 ล้านบาท (หรือราว 2.9 ล้านล้านบาท)
หากเจาะลึกโครงสร้างงบประมาณและที่มาของเงินก้อนนี้ ประกอบด้วย
เงินต้น (เงินสมทบสะสม): รวมกว่า 1.73 ล้านล้านบาท ซึ่งมาจากเม็ดเงินร่วมจ่าย 3 ฝ่าย ได้แก่ ฝ่ายลูกจ้าง (ผู้ประกันตน) นายจ้าง และ รัฐบาล ที่ถูกหักและนำส่งเข้ากองทุนอย่างต่อเนื่อง
ดอกผลและกำไรสะสม: กว่า 1.13 ล้านล้านบาท ที่เกิดจากการนำเงินไปลงทุนในสินทรัพย์ต่างๆ ตลอดหลายปีที่ผ่านมา โดยมีอัตราผลตอบแทนเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 6.1% (สร้างกำไรที่รับรู้แล้วมากกว่า 80,000 ล้านบาท)
เม็ดเงินมหาศาลระดับนี้ ดึงดูดความสนใจจากทุกภาคส่วน ทว่าที่ผ่านมา การบริหารจัดการกลับถูกตั้งคำถามเรื่องความโปร่งใส การนำเงินไปลงทุนในโครงการอสังหาริมทรัพย์ หรือ โครงการลงทุนที่มีความเสี่ยงต่ำ-สูงปะปนกัน รวมถึงกรอบงบประมาณด้านการบริหารและเทคโนโลยีไอที ที่ถูกมองว่าบานปลาย
6 นโยบายด่วนทีมสังคมก้าวหน้า
นั่นจึงเป็นที่มาของ 6 นโยบายเร่งด่วน ที่ “ทีมประกันสังคมก้าวหน้า” ชูเป็นธงนำในการหาเสียงและเตรียมขับเคลื่อนทันทีที่เข้ารับตำแหน่ง ได้แก่
1.ลดงบบริหารสำนักงาน: เสนอปรับกรอบงบบริหารจากเดิมไม่เกิน 10% เหลือไม่เกิน 3% ของรายรับ พร้อมติดตามทวงถามหนี้เงินสมทบที่รัฐบาลค้างจ่าย
2.ตรวจสอบโครงการเสี่ยงทุจริต: ตั้งคณะอนุกรรมการตรวจสอบโครงการลงทุนและโครงการไอทีที่มีความเสี่ยง พร้อมนำตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษ
3.ผลักดันบำนาญสูตร CARE: ปรับวิธีคำนวณบำนาญให้คำนึงถึงประวัติค่าจ้างตลอดช่วงเวลาที่ส่งเงินสมทบ เพื่อคืนความเป็นธรรมให้ผู้ส่งเงินมาตลอดชีวิต
4.เปิดเผยการประชุมบอร์ด: เสนอถ่ายทอดสดการประชุมบอร์ดและอนุกรรมการ เปิดเผยมติและบันทึกการประชุม เพื่อให้สาธารณชนตรวจสอบได้
5.เพิ่มการเข้าถึงบริการสุขภาพ: ส่งเสริมสิทธิตรวจสุขภาพและป้องกันโรค (P&P) เชิงรุก เช่น การฉีดวัคซีน
6.ลดงบประมาณด้านไอที: เสนอปรับกรอบงบไอทีจาก 1,500 ล้านบาท เหลือไม่เกิน 300 ล้านบาท โดยเน้นเชื่อมโยงระบบกับส่วนกลางภาครัฐเพื่อลดค่าใช้จ่ายซ้ำซ้อน
เงาพรรคส้ม-ทีมสังคมก้าวหน้า
แม้ในทางนิตินัย “ทีมประกันสังคมก้าวหน้า” จะมิใช่พรรคการเมือง และ ไม่ใช่พรรคประชาชน โดยตรง ทว่าในมิติเชิงยุทธศาสตร์และการเมืองภาคประชาชน ทั้งสองฝ่ายคือ “เนื้อเดียวกัน” ทั้งในแง่อุดมการณ์เรื่องรัฐสวัสดิการ การลดความเหลื่อมล้ำ และ เครือข่ายบุคคล ที่สะท้อนผ่านการผลักดันร่าง พ.ร.บ.ประกันสังคม ในสภาผู้แทนราษฎรคู่ขนานกันไป
การที่เครือข่ายสายสังคมก้าวหน้าเข้ามาคุม “บอร์ดประกันสังคม” สำเร็จ จึงเท่ากับการติดอาวุธให้แนวคิดการตรวจสอบภาครัฐ สามารถเจาะลึกเข้าไปถึง “ไส้ใน” ของทุนประกันสังคมได้โดยตรง ซึ่งสร้างความกังวลใจไม่น้อยให้กับ “กลุ่มทุนดั้งเดิม” และ “ข้าราชการประจำ” ในกระทรวงแรงงาน ที่เคยคุ้นชินกับการบริหารแบบรวมศูนย์และปิดทึบ
ความคาดหวังจากแรงงาน
การรอคอยการประกาศรับรองผลอย่างเป็นทางการจาก คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ประกันสังคม หรือ “กกต.ประกันสังคม” ภายใน 30 วันนี้ จะเป็นจุดเริ่มต้นของสมรภูมิใหม่ เมื่อบอร์ดชุดใหม่ภายใต้การนำของทีมประกันสังคมก้าวหน้า ต้องเข้าไปนั่งเผชิญหน้ากับผู้แทนฝ่ายรัฐบาล ที่มีปลัดกระทรวงแรงงาน นั่งเป็นประธาน
ความท้าทายไม่ได้อยู่ที่การชนะเลือกตั้ง แต่อยู่ที่การบริหารความคาดหวังของแรงงานหลายล้านคนทั่วประเทศ ว่า จะสามารถปฏิรูปกองทุนขนาด 3 ล้านล้านบาทนี้ ให้ปลอดจากการทุจริต โปร่งใส ตรวจสอบได้ และนำไปสู่การสร้างสวัสดิการที่ดีขึ้นจริงตามคำหาเสียงหรือไม่
หากทำได้สำเร็จ จะไม่เพียงแต่เป็นการยกระดับคุณภาพชีวิตของชนชั้นแรงงานในวัยทำงานเท่านั้น แต่ยังจะเป็น “โมเดลต้นแบบ” ที่พิสูจน์ให้เห็นว่า แนวคิดการเมืองแบบ “ก้าวหน้า” สามารถเข้ามาบริหารจัดการทรัพยากรภาครัฐขนาดมหึมา ให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชนได้อย่างแท้จริง ท่ามกลางสายตาจับจ้องของทั้งผู้ประกันตน (ม.33, ม.39) กว่า 13 ล้านคน และ ทุกขั้วการเมืองไทย
อย่างไรก็ตาม เบื้องแรกมาลุ้นกันก่อนว่า ผู้สมัครจากทีมประกันสังคมก้าวหน้าทั้งหมด จะผ่านการรับรองจาก “กกต.ประกันสังคม” หรือไม่
หรือจะมีปัญหาอะไรที่ทำให้ผู้สมัครที่ชนะการเลือกตั้ง ต้อง “ตกม้าตาย” เสียก่อนหรือไม่ ภายใน 30 วัน ได้รู้กัน...
รายงานพิเศษ โดย...ทีมข่าวการเมือง หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับ 4244







