
เปิดรายงาน ผลสอบโกงท้องถิ่น ฉบับเต็ม พบพิรุธเกือบทุกขั้นตอน
เปิดรายงาน ผลสอบโกงท้องถิ่นปี 2568 ฉบับเต็ม พบพิรุธเกือบทุกขั้นตอน แก้คะแนนสอบ บรรจุเกินอัตราว่าง จี้รื้อผลสอบจากฐานข้อมูล OMR ดำเนินคดีผู้เกี่ยวข้อง
KEY
POINTS
- คณะกรรมการสอบสวนพบข้อพิรุธและพฤติการณ์ที่ส่อทุจริตในกระบวนการสอบบรรจุข้าราชการท้องถิ่นปี 2568 ในเกือบทุกขั้นตอน
- มีการบรรจุบุคคลเข้ารับราชการเกินกว่าอัตราที่ได้รับอนุมัติเกือบเท่าตัว โดยอนุมัติ 8,548 อัตรา แต่บรรจุจริงถึง 15,520 อัตรา
- พบหลักฐานการแก้ไขคะแนนสอบจากข้อมูลดิจิทัลและคำให้การ ทำให้ผู้ที่สอบตกกลายเป็นผู้สอบได้ หรือผู้ที่สอบผ่านได้คะแนนสูงขึ้น
- มีข้อเสนอให้รื้อฐานข้อมูลคะแนน OMR เพื่อตรวจสอบใหม่ เพิกถอนผลสอบและการบรรจุแต่งตั้งผู้ที่ไม่มีสิทธิ และดำเนินคดีกับผู้ที่เกี่ยวข้อง
เปิดรายงานคณะกรรมการสอบทุจริตสอบท้องถิ่นปี 2568 ชี้พบช่องโหว่และพฤติการณ์ส่อทุจริตเกือบทุกขั้นตอน ตั้งแต่กำหนดอัตราว่าง จัดทำ TOR จัดสอบ ตรวจคะแนน ประกาศผล ไปจนถึงเรียกบรรจุ พบอนุมัติอัตราว่าง 8,548 อัตรา แต่บรรจุจริง 15,520 อัตรา ขณะที่มีหลักฐานแก้คะแนนผู้สอบตกเป็นผู้สอบได้ จี้รื้อฐานข้อมูล OMR ตรวจใหม่ เพิกถอนผลสอบและบรรจุผู้ไม่มีสิทธิ พร้อมดำเนินคดีผู้เกี่ยวข้องทุกมิติ
คณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย กรณีการทุจริตการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเป็นข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น ปี 2568 ได้จัดทำรายงานผลการตรวจสอบเสนอต่อนายกรัฐมนตรี หลังได้รับการแต่งตั้งตามคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรี ที่ 263/2569 ลงวันที่ 6 กรกฎาคม 2569 โดยรายงานระบุว่า จากการตรวจสอบกระบวนการจัดสอบตั้งแต่ต้นจนจบ พบช่องว่างที่เอื้อต่อการทุจริตและพฤติการณ์ที่อาจขัดต่อกฎหมายในเกือบทุกขั้นตอน
คณะกรรมการตรวจสอบครอบคลุมตั้งแต่การกำหนดอัตราว่าง การอนุมัติจัดสอบ การจัดทำ TOR การจัดหาผู้รับจ้าง การดำเนินการจัดสอบและตรวจผล การประกาศผล การเรียกบรรจุ ตลอดจนการดำเนินการของหน่วยงานภายหลังเกิดการจับกุมขบวนการทุจริต
อนุมัติอัตราว่าง 8,548 แต่บรรจุจริง 15,520 อัตรา
ประเด็นสำคัญที่คณะกรรมการหยิบยกขึ้นมาตรวจสอบ คือการกำหนดอัตราว่าง โดยพบว่า ก.กลาง อนุมัติอัตราว่างที่เป็นที่มาของการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุเพียง 8,548 อัตรา แต่กลับมีการบรรจุจริงถึง 15,520 อัตรา
สาเหตุหนึ่งมาจากมติ ก.กลาง ที่ให้อำนาจทั่วไปแก่ ก.จ. ก.ท. และ ก.อบต. สามารถเรียกบรรจุจากบัญชีผู้สอบได้เอง หากมีอัตราว่าง โดยไม่ต้องเสนอ ก.กลาง พิจารณาอีกครั้ง
คณะกรรมการเห็นว่าแนวทางดังกล่าวไม่สอดคล้องกับหลักปฏิบัติทั่วไปของหน่วยงานรัฐในการควบคุมค่าใช้จ่ายด้านเงินเดือน ประโยชน์ตอบแทนอื่น และค่าจ้าง ซึ่งควรมีการบรรจุตามกรอบอัตราว่างที่ได้รับอนุมัติ
นอกจากนี้ ยังมีประเด็นเกี่ยวข้องกับข้อกำหนดตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบบริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่น ที่กำหนดให้ค่าใช้จ่ายด้านบุคลากรต้องไม่เกินร้อยละ 40 ของงบประมาณรายจ่ายประจำปีขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โดยคณะกรรมการเสนอให้กระทรวงมหาดไทยตรวจสอบประเด็นดังกล่าวให้เป็นไปตามกฎหมาย
ไม่พบการวางมาตรการป้องกัน ทั้งที่เคยมีประวัติโกงสอบ
ในขั้นตอนการอนุมัติจัดสอบ คณะกรรมการพบว่า ก.สถ. อนุมัติให้กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นเป็นผู้ดำเนินการจัดสอบ แต่ไม่ปรากฏว่ามีการนำประเด็นการทุจริตเรียกรับเงินในการสอบครั้งก่อน ซึ่งเคยเป็นเหตุให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยมีคำสั่งยกเลิกการสอบ มาพิจารณาเพื่อกำหนดมาตรการป้องกันการทุจริตอย่างเป็นรูปธรรม
คณะกรรมการมองว่า ประเด็นดังกล่าวมีความสำคัญอย่างยิ่ง เนื่องจากเป็นความเสี่ยงที่หน่วยงานผู้จัดสอบควรนำบทเรียนจากเหตุการณ์ที่ผ่านมาไปออกแบบระบบป้องกันก่อนเปิดการสอบครั้งใหม่
TOR โยนความรับผิดชอบให้ผู้รับจ้าง แต่ ก.สถ. ยังหนีไม่พ้น
สำหรับการจัดทำ TOR คณะกรรมการพบว่า ก.สถ. มีมติให้ฝ่ายเลขานุการ หรือกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น เป็นผู้ดำเนินการจัดทำ TOR โดยไม่ได้พิจารณารายละเอียดของ TOR ด้วยตนเอง ทั้งที่ ก.สถ. เป็นองค์กรที่มีหน้าที่และอำนาจในการจัดการสอบ และต้องรับผิดชอบให้การสอบมีความถูกต้อง เป็นธรรม และเที่ยงธรรม
TOR ยังระบุให้ผู้รับจ้างรับผิดชอบคุณภาพของข้อสอบ ขณะที่คณะกรรมการเห็นว่า ก.สถ. ควรมีระบบควบคุมและกำกับดูแลที่เข้มงวด โดยเฉพาะมาตรฐานคุณภาพข้อสอบ ซึ่งควรมีมาตรฐานไม่ต่ำกว่าการสอบเข้ารับราชการของสำนักงาน ก.พ.
แม้ TOR จะกำหนดให้ผู้รับจ้างรับผิดชอบการสอบในลักษณะเบ็ดเสร็จทั้งทางแพ่ง อาญา และปกครอง แต่คณะกรรมการระบุว่า เงื่อนไขดังกล่าวไม่ทำให้ ก.สถ. พ้นจากหน้าที่และความรับผิดชอบตามกฎหมายได้ โดยรายละเอียดความรับผิดชอบของ ก.สถ. และกลุ่มผู้จัดทำ TOR ต้องให้กระทรวงมหาดไทยตรวจสอบต่อไป
พบความเสี่ยงผู้รับจ้างช่วงเข้าถึงข้อมูลสอบ
ในส่วนการดำเนินการของผู้รับจ้าง คณะกรรมการพบว่า ผู้รับจ้างได้ว่าจ้างผู้รับจ้างช่วงให้ทำหน้าที่ตรวจผลการสอบ ขณะที่เจ้าหน้าที่ของผู้รับจ้างมีคำสั่งให้ผู้รับจ้างช่วงทำสำเนาข้อมูลผลการสอบเพิ่มเติมอีก 1 ชุด
คณะกรรมการมองว่า การดำเนินการดังกล่าวเป็นความเสี่ยงที่อาจนำไปสู่การทุจริต โดยเฉพาะเมื่อ ก.สถ. ไม่ได้มีระบบตรวจสอบและกำกับการทำงานของผู้รับจ้างอย่างเข้มงวด เนื่องจาก TOR กำหนดให้ผู้รับจ้างเป็นผู้รับผิดชอบกระบวนการสอบทั้งหมด
จึงเสนอให้ตรวจสอบต่อไปว่าข้อบกพร่องดังกล่าวเกิดขึ้นโดยเจตนาหรือไม่ แต่ไม่ว่าผลการตรวจสอบจะเป็นอย่างไร ก.สถ. ซึ่งมีหน้าที่ตามกฎหมายก็ไม่สามารถปฏิเสธความรับผิดชอบต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้
จุดวิกฤต “แก้คะแนน” พบทั้งคนตกเป็นคนผ่าน
หนึ่งในประเด็นร้ายแรงที่สุดในรายงานคือกระบวนการจัดทำและประกาศผลสอบ โดยคณะกรรมการพบว่า ผลการตรวจคะแนนสอบของผู้รับจ้างช่วงภายหลังการสอบภาค ก. และภาค ข. ไม่ตรงกับผลสอบที่มีการประกาศ
ขณะเดียวกัน ในการรับรองผลสอบ ก.สถ. ไม่ได้พิจารณารายละเอียด โดยอ้างว่าเป็นข้อมูลลับ ทั้งที่ ก.สถ. เป็นผู้กำหนดชั้นความลับเอง และเป็นหน่วยงานที่มีหน้าที่รับผิดชอบการจัดสอบและผลสอบโดยตรง โดยรับรองเพียงจำนวนผู้สอบผ่านตามที่ฝ่ายเลขานุการเสนอ
คณะกรรมการระบุว่า การดำเนินการดังกล่าวถือเป็น ความบกพร่องร้ายแรง
นอกจากนี้ จากหลักฐานทางดิจิทัล หรือ digital footprint และการให้ปากคำของผู้เกี่ยวข้อง ยังพบว่ามีการสั่งการและประสานงานให้เจ้าหน้าที่ สถ. แก้ไขข้อมูลผลสอบหลายครั้ง
ที่สำคัญ ยังพบจากคำให้การว่าผู้เกี่ยวข้องบางรายมีการมอบหมายและประสานกับ “บุคคลภายนอก” ซึ่งไม่มีหน้าที่หรืออำนาจเกี่ยวข้องกับการสอบ ให้เข้ามาดำเนินการแก้ไขผลสอบที่ประกาศไปแล้ว
คณะกรรมการระบุว่าพฤติการณ์ดังกล่าวเป็นพฤติกรรมผิดปกติและมีลักษณะทุจริตอย่างชัดแจ้ง โดยการแก้ไขคะแนนมีทั้งกรณี ผู้สอบตกถูกแก้คะแนนให้เป็นผู้สอบได้ และกรณีผู้ที่สอบผ่านอยู่แล้วถูกแก้คะแนนให้สูงขึ้น ซึ่งอาจส่งผลโดยตรงต่อลำดับในบัญชีเพื่อเรียกบรรจุ
เรียกบรรจุแม้เกิดการจับกุม จี้ตรวจแรงจูงใจ
อีกประเด็นที่คณะกรรมการให้ความสำคัญคือ หลังเกิดการจับกุมขบวนการทุจริต ก.สถ. ยังคงมีการเรียกบรรจุเพิ่มเติม แม้จะปรากฏเหตุการณ์จับกุมและมีข้อสั่งการของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ซึ่งเป็นผู้มีอำนาจกำกับดูแล ก.กลาง ก.สถ. และ สถ.
คณะกรรมการเห็นว่าการดำเนินการดังกล่าวเป็นเรื่องผิดปกติ โดยมีการอ้างเหตุผลเรื่องความกังวลว่าจะถูกฟ้องร้อง ก่อนที่จะมีคำสั่งชะลอการบรรจุในภายหลัง
พฤติการณ์ดังกล่าวทำให้เกิดข้อสงสัยเกี่ยวกับระบบการสั่งการและบังคับบัญชาภายในกระทรวงมหาดไทย รวมถึงความล่าช้าในการตรวจสอบข้อเท็จจริงและแก้ไขปัญหา ทั้งที่เป็นเรื่องที่ส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของประชาชนต่อระบบราชการโดยรวม
คณะกรรมการจึงเสนอให้ตรวจสอบเชิงลึกถึงแรงจูงใจของความบกพร่องดังกล่าว โดยเฉพาะประเด็นการไม่ปฏิบัติตามข้อสั่งการของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย
จี้รื้อฐานข้อมูล OMR คัดคนแก้คะแนนออกจากระบบ
สำหรับแนวทางแก้ไข คณะกรรมการเสนอให้กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ในฐานะเลขานุการ กสถ. จัดทำคะแนนและบัญชีรายชื่อผู้สอบผ่านภาค ก. และภาค ข. ใหม่ โดยใช้ฐานข้อมูล OMR เป็นฐาน และคัดแยกบุคคลที่ปรากฏหลักฐานว่ามีการแก้ไขคะแนนดิบโดยมิชอบออก
พร้อมเสนอให้ กสถ. ทบทวนมติรับรองผลการสอบครั้งที่ 16/2568 และครั้งที่ 4/2569 รวมถึงเพิกถอนประกาศผลการขึ้นบัญชีหรือการบรรจุแต่งตั้งบุคคลที่ไม่มีสิทธิ
หากมีการจ่ายเงินเดือนหรือค่าตอบแทนแก่ผู้ไม่มีสิทธิ คณะกรรมการเสนอให้ติดตามเรียกเงินดังกล่าวคืน เพื่อบรรเทาความเสียหายแก่ทางราชการโดยเร่งด่วน
เสนอทบทวนบทบาท ก.สถ. จัดสอบต่อหรือไม่
คณะกรรมการยังเสนอให้กระทรวงมหาดไทยและกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นพิจารณาว่า ก.สถ. ควรเป็นผู้จัดสอบต่อไปหรือไม่ เนื่องจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้ส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของประชาชนต่อระบบการจัดสอบของ ก.สถ.
หากยังคงให้จัดสอบต่อ ต้องออกแบบกลไกและโครงสร้างใหม่ที่มีธรรมาภิบาลมากขึ้น ทั้งในเรื่องกรอบอัตรากำลัง อำนาจหน้าที่ ขั้นตอนการจัดสอบ มาตรฐานคุณภาพข้อสอบ และระบบควบคุมข้อมูล
จัดทำฐานข้อมูลกลางผู้ทุจริตสอบราชการ
ในระดับประเทศ คณะกรรมการเสนอให้สำนักงาน ก.พ. เป็นหน่วยงานหลักในการจัดทำระบบและฐานข้อมูลกลางผู้ทุจริตการสอบเข้ารับราชการ เพื่อให้หน่วยงานรัฐสามารถตรวจสอบข้อมูลได้ตั้งแต่ขั้นตอนสมัครสอบ และป้องกันไม่ให้บุคคลที่มีประวัติทุจริตกลับมาสมัครสอบเข้ารับราชการหรือหน่วยงานของรัฐอื่น
พร้อมกันนี้ เสนอให้สำนักงาน ป.ป.ท. สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และสำนักงาน ปปง. บูรณาการการสืบสวนและขยายผลไปยังบุคคลหรือเครือข่ายที่เกี่ยวข้องกับการทุจริตครั้งนี้ รวมถึงสนับสนุนการไต่สวนของสำนักงาน ป.ป.ช.
จี้ทำมาตรฐาน TOR จัดสอบทั่วประเทศ
อีกข้อเสนอสำคัญคือ ให้กรมบัญชีกลางร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดทำมาตรฐานกลางสำหรับ TOR การจัดจ้างดำเนินการสอบ ครอบคลุมตั้งแต่กระบวนการจัดสอบ ความมั่นคงปลอดภัยของระบบไอที การคุ้มครองข้อมูล การควบคุมสิทธิ์การเข้าถึง การจัดทำ Audit Log และระบบตรวจสอบผลคะแนน
จากนั้นเสนอคณะรัฐมนตรีเพื่อกำหนดให้หน่วยงานของรัฐถือปฏิบัติเป็นมาตรฐานเดียวกัน
นอกจากนี้ ยังเสนอให้สำนักงาน ก.พ. สำนักงาน ป.ป.ท. สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กระทรวงมหาดไทย และสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีการ่วมกันทบทวนกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เพื่อกำหนดคุณสมบัติ ลักษณะต้องห้าม ฐานความผิด และบทลงโทษสำหรับการทุจริตสอบเข้ารับราชการให้ชัดเจนและเหมาะสมกับรูปแบบการทุจริตในปัจจุบัน







