thansettakij
thansettakij
“สกลธี”จี้รมว.แรงงานคุ้มครอง“ลูกจ้าง-แรงงานนอกระบบ”ติดน้ำท่วม

“สกลธี”จี้รมว.แรงงานคุ้มครอง“ลูกจ้าง-แรงงานนอกระบบ”ติดน้ำท่วม

08 ต.ค. 69 | 04:08 น.
อัปเดตล่าสุด :08 ต.ค. 69 | 04:17 น.

“สกลธี ภัทธียกุล”จี้ รมว.แรงงาน คุ้มครองลูกจ้าง-แรงงานนอกระบบ ย้ำห้ามตัดวันลาเหตุติดน้ำท่วม พร้อมวอน มท.1 ตีความเยียวยา “รถยนต์-มอเตอร์ไซค์จมน้ำ” เป็นเครื่องมือทำกิน

KEY

POINTS

  • นายสกลธี ภัทธียกุล เรียกร้องให้กระทรวงแรงงานออกมาตรการคุ้มครองลูกจ้างและแรงงานนอกระบบที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม
  • เสนอให้มีคำสั่งด่วนถึงนายจ้างทั่วประเทศ ห้ามนับวันที่ลูกจ้างมาทำงานไม่ได้เนื่องจากติดน้ำท่วมเป็นการขาดงาน
  • เรียกร้องให้เร่งจ่ายเงินเยียวยาแก่แรงงานนอกระบบที่ขาดรายได้ และจัดหามาตรการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ เพื่อช่วยเหลือทั้งนายจ้างและลูกจ้าง

วันที่ 8 ตุลาคม 2569 ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร นายสกลธี ภัทธียกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ นำปัญหาอุทกภัยในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปัญหาน้ำท่วมขังเข้าหารือต่อที่ประชุมสภาฯ โดยระบุว่า แม้สถานการณ์น้ำท่วมกรุงเทพฯ ตั้งแต่คืนวันที่ 25 กันยายน 2569 ที่ผ่านมา จะเริ่มทุเลาลงบ้างแล้ว แต่ยังมีปัญหาตกค้างอีกมากที่รอการแก้ไขจากรัฐบาลและกรุงเทพมหานคร

นายสกลธี ได้ฝากข้อเสนอไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน สืบเนื่องจากกรณีที่รัฐบาลประกาศให้วันที่ 28 กันยายน และวันที่ 29 กันยายน 2569 เป็นวันหยุดราชการ เพื่อบรรเทาผลกระทบจากน้ำท่วม แต่มาตรการดังกล่าว ยังมีช่องโหว่เนื่องจากคุ้มครองเฉพาะข้าราชการ ส่วนภาคเอกชนเป็นการขอความร่วมมือเท่านั้น ทำให้แรงงานนอกระบบ ลูกจ้างรายวัน และ แรงงานภาคเอกชนจำนวนมาก ที่ติดอยู่ในพื้นที่จมน้ำจนไม่สามารถออกมาทำงานได้ กลับถูกนายจ้างลงโทษนับเป็นวันขาดงาน

นายสกลธี กล่าวย้ำว่า ตนจึงขอเรียกร้องให้กระทรวงแรงงานเร่งออกหนังสือเร่งด่วนกำชับนายจ้างทั่วประเทศ ดังนี้

1. ห้ามนับวันที่ลูกจ้างมาทำงานไม่ได้เพราะติดน้ำท่วมเป็นการขาดงาน

2. เร่งจ่ายเงินเยียวยาแรงงานนอกระบบ กลุ่มไรเดอร์ และลูกจ้างรายวัน ที่ต้องขาดรายได้ช่วงน้ำท่วม

3. จัดหามาตรการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ (Soft Loan) เพื่อช่วยเหลือทั้งนายจ้างและลูกจ้างในพื้นที่ประสบภัย

“ผมขอฝากไปถึงนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เรื่องเกณฑ์และระเบียบการช่วยเหลือผู้ประสบภัย โดยผมขอให้ยึดความเดือดร้อนของประชาชนเป็นหลัก มากกว่าการตีความระเบียบตามตัวอักษรอย่างเคร่งครัด” 

นอกจากนี้ นายสกลธี ยังได้ยกตัวอย่างความเสียหายของยานพาหนะ ทั้งรถยนต์ และ รถจักรยานยนต์ จำนวนหลายพันคันที่จมน้ำเสียหายสิ้นเชิง เช่น ในพื้นที่แฟลตคลองจั่น และ พื้นที่ร่มเกล้า แต่กลับไม่สามารถเบิกจ่ายเงินเยียวยาความเสียหายได้ เนื่องจากติดเกณฑ์การตีความทางกฎหมาย

“ผมขอเสนอให้รัฐบาลและกระทรวงมหาดไทย ตีความให้ยานพาหนะ ทั้งรถจักรยานยนต์และรถยนต์ที่ประชาชนใช้สัญจรหรือใช้ทำงาน เข้าข่ายเป็นเครื่องมือประกอบอาชีพ เพื่อให้สามารถได้รับเงินช่วยเหลือเยียวยาได้ เนื่องจากมั่นใจว่าประชาชนเจ้าของรถหลายพันคันที่จมน้ำนั้น ส่วนใหญ่ไม่ได้ทำประกันภัยชั้น 1 ไว้ทั้งหมด" นายสกลธี กล่าว