
กกต. แจงยิบยกคำร้อง 'อนุทิน-เนวิน' ปมคดีฮั้ว สว. ชี้พยานไร้น้ำหนัก
'ณรงค์ กลั่นวารินทร์' ประธาน กกต. แจงยิบประเด็นยกคำร้อง 'อนุทิน-เนวิน' ปมคดีฮั้ว สว. ย้ำชัด พยานปากสำคัญไร้น้ำหนัก ไร้เบาะแสเส้นทางเงิน
KEY
POINTS
- กกต. มีมติยกคำร้องคดีฮั้วเลือกตั้ง สว. ที่มีนักการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้อง โดยให้เหตุผลว่าพยานหลักฐานไม่เพียงพอที่จะเอาผิดได้
- คำให้การของพยานปากสำคัญซึ่งเป็นอดีต สส. ถูกลดความน่าเชื่อถือ เนื่องจาก กกต. พบว่ามีประวัติถูกขับออกจากพรรค มีคดีฉ้อโกง และมีแรงจูงใจทางการเมือง
- การไต่สวนเชิงลึกไม่พบหลักฐานเชิงประจักษ์อื่น ๆ มาสนับสนุนคำกล่าวหา เช่น เส้นทางการเงิน บันทึกการสื่อสาร หรือภาพถ่าย
14 กันยายน 2569 นายณรงค์ กลั่นวารินทร์ ประธานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) และว่าที่ ร.ต.ภาสกร สิริภคยาพร รองเลขาธิการ กกต. ร่วมแถลงข่าวพร้อมชี้แจงผลการพิจารณาของ กกต. สำนวนการไต่สวนการเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.) โดย กกต.มีมติเสียงข้างมากส่งฟ้องศาลฎีกา รวม 77 คน กรณีผู้สมัครไม่ปฏิบัติตามวิธีการหรือเงื่อนไขที่ กกต. กำหนดในการแนะนำตัวตามมาตรา 36 และมาตรา 70
ทั้งนี้ ช่วงหนึ่งของการแถลงข่าวนายณรงค์ กลั่นวารินทร์ ประธาน กกต.ได้ชี้แจงประเด็นยกคำร้องข้อกล่าวหาที่ 1 กรณีกรรมการบริหารพรรคการเมือง ผู้ดำรงตำแหน่งในพรรคการเมือง สส. สมาชิกสภาท้องถิ่น ผู้บริหารท้องถิ่น หรือผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองช่วยเหลือให้ผู้สมัครได้รับเลือกเป็น สว. ตามมาตรา 76 วรรคหนึ่ง และข้อกล่าวหาที่ 2 กรณีผู้สมัครยินยอมให้บุคคลทางการเมืองหรือผู้ดำรงตำแหน่งในพรรคการเมือง ช่วยเหลือเพื่อให้ได้รับเลือกเป็น สว. ตามมาตรา 76 วรรคสอง ซึ่งเป็นที่สนใจของสังคมเนื่องจากมีรายชื่อนักการเมืองรวมอยู่ด้วย
นายณรงค์ ประธานกกต. ระบุว่า คำกล่าวหาหลักอิงจากถ้อยคำของพยานอ้างอิงทั้ง 3 รายซึ่งกล่าวอ้างว่า รู้เห็นเหตุการณ์ 4 ช่วง ตั้งแต่การวางแผนปรับแต่งสูตรการเลือก สว., การจัดประชุมสัมมนาเช็กชื่อ, การจัดทำโพยที่ จ.พระนครศรีอยุธยา ตลอดจนการนำ สว.เข้าพบแกนนำพรรคที่ซอยรางน้ำ
อย่างไรก็ดี กกต.พบว่า พยานปากดังกล่าวเพิ่งเดินทางมาให้ถ้อยคำหลังจากเหตุการณ์ผ่านพ้นไปแล้วร่วม 1 ปี นอกจากนี้จากการตรวจสอบประวัติพบว่า พยานปากนี้เป็นอดีต สส. พรรคภูมิใจไทย ที่เคยถูกมติพรรคขับออกเนื่องจากต้องคำพิพากษาของศาลจังหวัดขอนแก่นในคดีฉ้อโกงเงินสหกรณ์ออมทรัพย์ครูฯ ซึ่งศาลพิพากษาจำคุกก่อนจะย้ายไปสังกัดพรรคการเมืองคู่แข่ง ดังนั้น คำให้การของพยานจึงมีมูลเหตุจูงใจและความขัดแย้งทางการเมืองจึงต้องรับฟังด้วยความระมัดระวัง
นอกจากนี้จากการไต่สวนเชิงลึกของ กกต. ไม่พบพยานหลักฐานเชิงประจักษ์ใด ๆ ที่จะมาสนับสนุนคำกล่าวอ้างของพยาน ไม่ว่าจะเป็นบันทึกการสื่อสาร ภาพถ่าย เอกสารสรุป การลงทะเบียนในแอปพลิเคชัน หรือเบาะแสเกี่ยวกับเส้นทางการเงิน ที่อ้างว่า มีการใช้เงินจำนวนมหาศาลในการจัดตั้ง สว. อีกทั้งพยานไม่สามารถระบุรายละเอียดได้ว่า ใครเป็นผู้รับเงินหรือส่งมอบเงินอย่างไร ถือเป็นเพียงการกล่าวหาลอย ๆ
แม้ในสำนวนจะมีพยานบุคคลเพิ่มเติมที่อ้างว่า อยู่ในเหตุการณ์ทำโพยมาให้ถ้อยคำแต่เมื่อนำมาวิเคราะห์เปรียบเทียบกับคำชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาของผู้ถูกร้องทั้งหมด พบว่า มีความขัดแย้งและไม่สอดคล้องกับข้อเท็จจริง คณะกรรมการ กกต.เสียงข้างมากจึงเห็นพ้องว่า พยานหลักฐานในสำนวนยังไม่เพียงพอที่จะฟังได้ว่า กลุ่มแกนนำและกรรมการบริหารพรรคกระทำความผิดตามข้อกล่าวหา
นายณรงค์ ประธานกกต.กล่าวยืนยันว่า การพิจารณาสำนวนในแต่ละชั้นสามารถมีความเห็นต่างกันได้และไม่ผูกพันกันในแต่ละชั้นโดยใช้เป็นการประกอบความเห็นเท่านั้น พร้อมยืนยันว่า กกต.มีความเป็นอิสระในการพิจารณาซึ่งอยู่ในกรอบของกฎหมายโดยสำนวนทุกเรื่องมีเกณฑ์ในการพิจารณา หลักสำคัญ คือ มีคำร้องมีคำคัดค้านมีความปรากฎขึ้นก็จะมีการไต่สวน ตามขั้นตอน กระบวนการต่าง ๆ ทั้งพยานหลักฐาน พยานบุคคล เอกสาร รวมถึงพยานทางนิติวิทยาศาสตร์ ไม่ได้พิจารณาจากแรงกดดันจากสังคม อย่างไรก็ดี เรื่องนี้ กกต.มีมติเบื้องต้นเท่านั้นสำหรับผู้ที่ถูกส่งศาลฎีกาฯ สามารถไปสู้ในศาลซึ่งเปิดโอกาสให้ทุกคนสามารถสู้ในศาลได้อย่างเต็มที่
"ความเห็นในแต่ละชั้นสามารถแตกต่างกันได้เนื่องจากแต่ละชั้นมีหน้าที่ในการตรวจสอบ ประเมิน กลั่นกรอง ข้อเท็จจริง พยานหลักฐาน และข้อกฎหมายตามบทบาทหน้าที่ โดยความเห็นในแต่ละชั้นไม่เป็นข้อผูกพัน กกต. ที่จะต้องมีมติตามชั้นใดชั้นหนึ่งแต่เป็นเพียงข้อมูลประกอบการพิจารณาของ กกต. เท่านั้น"







