
"นิพนธ์"ขอบคุณ"นายกฯ อนุทิน-สุชาติ"ปลดล็อกนกกรงหัวจุกคืนวิถีคนใต้
“นิพนธ์ บุญญามณี” ขอบคุณ “นายกฯ อนุทิน-สุชาติ” ปลดล็อกนกกรงหัวจุก คืนวิถีคนใต้ ต่อยอดเศรษฐกิจชุมชน สร้างรายได้อย่างถูกกฎหมาย
KEY
POINTS
- นายนิพนธ์ บุญญามณี ขอบคุณนายกรัฐมนตรีอนุทิน และ รมว.สุชาติ ที่ผลักดันการปลดล็อก "นกกรงหัวจุก" ทำให้ประชาชนสามารถครอบครอง เพาะเลี้ยง และจัดกิจกรรมแข่งขันได้อย่างถูกกฎหมาย
- การปลดล็อกดังกล่าวเป็นการฟื้นฟูวิถีชีวิตและวัฒนธรรมของคนภาคใต้ ซึ่งนกกรงหัวจุกเป็นส่วนสำคัญที่ซบเซาลงจากข้อจำกัดทางกฎหมายในอดีต
- คาดว่าจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจในชุมชน สร้างอาชีพและรายได้จากการเพาะพันธุ์ การจำหน่ายนกและอุปกรณ์ รวมถึงการจัดการแข่งขันซึ่งส่งผลดีต่อการท่องเที่ยวในพื้นที่
วันที่ 3 กันยายน 2569 นายนิพนธ์ บุญญามณี อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย และอดีตนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา กล่าวขอบคุณ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย และ นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ที่รับฟังเสียงเรียกร้องของประชาชน และผลักดันการปลดล็อก “นกกรงหัวจุก” จนสามารถดำเนินกิจกรรมที่เกี่ยวข้องได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย
นายนิพนธ์ กล่าวว่า เรื่องนี้เป็นข้อเรียกร้องของประชาชนมาอย่างยาวนาน โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคใต้ ซึ่งนกกรงหัวจุกเป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิต วัฒนธรรม และกิจกรรมของชุมชนมาเป็นเวลานาน ตั้งแต่สมัยที่ตนดำรงตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสงขลา และ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา ก็เคยมีการจัดกิจกรรมและการแข่งขันนกกรงหัวจุกอย่างคึกคัก
แต่ในระยะหลัง ผู้จัดกิจกรรมและประชาชนจำนวนมาก ไม่กล้าจัดการแข่งขัน หรือดำเนินกิจกรรมที่เกี่ยวข้อง เนื่องจากมีข้อจำกัดด้านกฎหมายเกี่ยวกับการครอบครองและการเพาะเลี้ยง ทำให้วิถีที่เคยมีอยู่ในชุมชนต้องซบเซาลง
“วันนี้ต้องขอบคุณท่านนายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล และท่านสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ตลอดจนคณะรัฐมนตรีทุกท่าน ที่เห็นความสำคัญของเสียงจากประชาชนและช่วยกันผลักดันเรื่องนี้จนเกิดผล เพราะสำหรับพี่น้องในภาคใต้ นกกรงหัวจุกไม่ได้เป็นเพียงสัตว์เลี้ยง แต่เกี่ยวข้องกับวิถีชีวิต อาชีพ และเศรษฐกิจของชุมชนโดยตรง” นายนิพนธ์ กล่าว
นายนิพนธ์ กล่าวอีกว่า การปลดล็อกครั้งนี้จะเกิดประโยชน์กับประชาชนในหลายด้าน ทั้งการเพาะพันธุ์และจำหน่ายนก การผลิตอาหารนก การทำกรงและอุปกรณ์ ซึ่งเป็นงานฝีมือและภูมิปัญญาของชาวบ้าน ตลอดจนการจัดการแข่งขันที่สามารถสร้างกิจกรรมทางเศรษฐกิจ เชื่อมโยงไปถึงร้านค้า ร้านอาหาร ที่พัก และการท่องเที่ยวในพื้นที่
การแข่งขันนกกรงหัวจุก ยังมีความสำคัญต่อการคัดเลือกสายพันธ์ นกที่มีคุณภาพ เพื่อนำไปเป็นพ่อพันธุ์แม่พันธุ์และขยายพันธุ์ต่อไป โดยนกที่มีคุณภาพมีน้ำเสียงดีจะมีมูลค่าตั้งแต่หลักหมื่นไปจนถึงหลักแสนบาท เมื่อสามารถดำเนินการได้อย่างถูกต้องและเปิดเผย ก็จะช่วยเพิ่มมูลค่า สร้างอาชีพ และสร้างรายได้หมุนเวียนในชุมชนมากขึ้น
“จากนี้ประชาชนไม่ต้องหวาดระแวงว่า จะมีเจ้าหน้าที่มาจับกุม สามารถเลี้ยง เพาะพันธุ์ ซื้อขาย และจัดกิจกรรมได้อย่างเปิดเผยภายใต้กฎหมาย สิ่งเหล่านี้จะทำให้ภูมิปัญญาของชาวบ้านกลับมาสร้างรายได้ และสามารถพัฒนานกกรงหัวจุกให้เป็นสัตว์เศรษฐกิจของพื้นที่ได้อย่างจริงจัง”
นายนิพนธ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ในช่วงประมาณเดือนตุลาคม 2569 หรืออย่างช้าช่วงต้นปี 2570 มีแนวคิดที่จะจัดการแข่งขันและประกวดนกกรงหัวจุกครั้งใหญ่ เพื่อเป็นการประเดิมหลังการปลดล็อก พร้อมขอถ้วยรางวัลจากนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง เพื่อสร้างความคึกคัก ฟื้นฟูกิจกรรมของชุมชน และต่อยอดให้เกิดรายได้กับประชาชนในพื้นที่อย่างเป็นรูปธรรมต่อไป






