thansettakij
thansettakij
“นิพนธ์”เบรกม็อบ“นิคมจะนะ”ลั่นต้องเคารพ SEA อย่ามองข้ามเสียงสังคม

“นิพนธ์”เบรกม็อบ“นิคมจะนะ”ลั่นต้องเคารพ SEA อย่ามองข้ามเสียงสังคม

29 ส.ค. 69 | 09:18 น.
อัปเดตล่าสุด :29 ส.ค. 69 | 09:25 น.

“นิพนธ์ บุญญามณี”เบรกเกมม็อบ “นิคมจะนะ” ลั่นต้องเคารพ SEA ชี้ผ่านฟังความเห็น 7,000 คน ครม.รับทราบแล้ว ย้ำโรงงานต้องเดินตาม EIA อย่ามองข้ามเสียงสังคม

KEY

POINTS

  • นายนิพนธ์ บุญญามณี เรียกร้องให้ทั้งฝ่ายสนับสนุน และคัดค้านโครงการนิคมอุตสาหกรรมจะนะยุติการเคลื่อนไหวในรูปแบบม็อบ
  • ชี้ว่าทุกฝ่ายควรเคารพผลการประเมินสิ่งแวดล้อมระดับยุทธศาสตร์ (SEA) ซึ่งผ่านกระบวนการรับฟังความเห็นจากทุกภาคส่วนและผ่านความเห็นชอบจาก ครม. แล้ว
  • ย้ำว่าการผ่าน SEA ไม่ใช่ใบอนุญาตให้ตั้งโรงงานได้ทันที แต่ทุกโครงการยังต้องทำตามกฎหมายและจัดทำรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) เพื่อคำนึงถึงสังคมส่วนรวม

วันที่ 29 สิงหาคม 2569 ปมร้อนโครงการนิคมอุตสาหกรรมจะนะ จ.สงขลา กลับมาอยู่ในความสนใจอีกครั้ง หลังปรากฏความเคลื่อนไหวจากภาคประชาชน 2 ฝ่ายที่มีจุดยืนแตกต่างกันอย่างชัดเจน โดยฝ่ายหนึ่งเตรียมเดินหน้าคัดค้าน ขณะที่อีกฝ่ายประกาศระดมมวลชนสนับสนุนโครงการ ท่ามกลางการเตรียมความพร้อมรับการประชุมคณะรัฐมนตรีนอกสถานที่ หรือ ครม.สัญจร ในพื้นที่ จ.สงขลา ระหว่าง 31 ส.ค. - 1 ก.ย. 2569

โดยเครือข่ายจะนะรักษ์ถิ่น ซึ่งมีจุดยืนคัดค้านโครงการ เตรียมจัดเวทีเสวนาครั้งใหญ่ที่ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตหาดใหญ่ ในวันที่ 30 สิงหาคมนี้ เพื่อเปิดพื้นที่แลกเปลี่ยนความคิดเห็นและประเมินสถานการณ์ ก่อนพิจารณาท่าทีว่า จะเดินหน้ายื่นหนังสือคัดค้านต่อนายกรัฐมนตรีในช่วงการประชุม ครม.สัญจรหรือไม่ 

ขณะเดียวกัน กลุ่มชุมชนจะนะต้นแบบ ซึ่งมีจุดยืนสนับสนุนโครงการ เตรียมระดมประชาชนประมาณ 500-1,000 คน เพื่อยื่นหนังสือสนับสนุนโครงการนิคมอุตสาหกรรมจะนะต่อศูนย์ดำรงธรรมส่วนหน้า ในวันที่ 1 กันยายน ซึ่งเป็นช่วงที่คณะรัฐมนตรีมีกำหนดประชุมในพื้นที่ 

โดยกลุ่มดังกล่าวยืนยันว่า การสนับสนุนโครงการไม่ได้หมายถึงการเปิดทางให้การพัฒนาเดินหน้าโดยปราศจากเงื่อนไข แต่ต้องให้ชุมชนมีส่วนร่วมในการกำหนดทิศทางการพัฒนาอย่างแท้จริง และหากไม่เป็นไปตามเงื่อนไข ก็พร้อมเปลี่ยนจุดยืนจากฝ่ายสนับสนุนเป็นฝ่ายคัดค้าน

 

ความเคลื่อนไหวที่เกิดขึ้นทำให้โครงการนิคมอุตสาหกรรมจะนะกำลังกลายเป็นจุดปะทะทางความคิดระหว่าง “การพัฒนาเศรษฐกิจ” กับ “การคุ้มครองสิ่งแวดล้อมและวิถีชีวิตชุมชน” อีกครั้ง โดยทั้งสองฝ่ายต่างยืนยันว่ากำลังสะท้อนเสียงของประชาชนในพื้นที่ ขณะที่รัฐบาลต้องเผชิญโจทย์สำคัญในการบริหารความเห็นต่างไม่ให้ลุกลามไปสู่ความขัดแย้งบนท้องถนน

ายนิพนธ์ บุญญามณี อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย แสดงจุดยืนว่า ไม่เห็นด้วยกับการจัดม็อบ ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายสนับสนุนหรือฝ่ายคัดค้าน โดยเห็นว่า ประเด็นสำคัญควรกลับมาอยู่ที่การเคารพกระบวนการที่ดำเนินการมาแล้ว โดยเฉพาะการประเมินสิ่งแวดล้อมระดับยุทธศาสตร์ หรือ SEA (Strategic Environmental Assessment)

นายนิพนธ์ ระบุว่า การจัดทำ SEA โดยมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ใช้ระยะเวลาศึกษาร่วมประมาณ 4 ปี ใช้งบประมาณเกือบ 30 ล้านบาท และมีการเปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นจากประชาชนและผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกว่า 7,000 คน มากกว่า 50 เวที ก่อนที่ผลการศึกษาจะเข้าสู่กระบวนการของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ซึ่งเป็นเจ้าของงบประมาณและผู้ว่าจ้าง ได้นำเสนอผลการศึกษาเข้าสู่คณะรัฐมนตรี และ ครม.ได้ให้ความเห็นชอบเมื่อเดือนมิถุนายน ที่ผ่านมา 

                             “นิพนธ์”เบรกม็อบ“นิคมจะนะ”ลั่นต้องเคารพ SEA อย่ามองข้ามเสียงสังคม

“วันนี้เราต้องเคารพ SEA เพราะผ่านการฟังความเห็นทุกฝ่ายและผ่านการรับทราบของ ครม.แล้ว” นายนิพนธ์กล่าว พร้อมย้ำว่า การกำหนดทิศทางการพัฒนาพื้นที่ ควรยึดกระบวนการที่ผ่านการศึกษาและการมีส่วนร่วม ไม่ควรปล่อยให้การเผชิญหน้าของมวลชนกลายเป็นเครื่องมือกำหนดอนาคตของพื้นที่ 

อย่างไรก็ตาม นายนิพนธ์ ย้ำว่า การผ่านกระบวนการ SEA ไม่ได้หมายความว่า โรงงานทุกประเภทจะสามารถเข้ามาตั้งในพื้นที่ได้โดยอัตโนมัติ เพราะการอนุญาตโครงการแต่ละประเภท ต้องเป็นไปตามกฎหมายและเงื่อนไขที่กำหนด โดยเฉพาะโครงการที่เข้าข่ายต้องจัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม หรือ EIA (Environmental Impact Assessment) ซึ่งต้องผ่านกระบวนการประเมินผลกระทบก่อนเข้าสู่ขั้นตอนการอนุญาต

“ส่วนใครจะไปทำโรงงานประเภทไหนต้องทำ EIA มีกฎหมายกำหนดไว้ ต้องเคารพสังคมส่วนรวมด้วย” นายนิพน ธ์กล่าว

จุดยืนดังกล่าวสะท้อนว่า แม้จะมีการกำหนดทิศทางการพัฒนาพื้นที่ผ่าน SEA แล้ว แต่ไม่ได้เป็นใบอนุญาตให้ผู้ประกอบการสามารถดำเนินโครงการอุตสาหกรรมได้โดยไม่มีเงื่อนไข ทุกโครงการยังต้องถูกพิจารณาตามประเภท ขนาด และผลกระทบ รวมถึงต้องปฏิบัติตามกฎหมายด้านสิ่งแวดล้อมและกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัด