thansettakij
thansettakij
“สรรเพชญ”ชี้ครม.สัญจรสงขลา ต้องได้มากกว่าการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า

“สรรเพชญ”ชี้ครม.สัญจรสงขลา ต้องได้มากกว่าการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า

11 ส.ค. 69 | 09:05 น.
อัปเดตล่าสุด :11 ส.ค. 69 | 09:21 น.

“สรรเพชญ”ชี้ครม.สัญจรสงขลา ต้องได้มากกว่าการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า เปิดโต๊ะรัฐบาลสร้างโอกาสใหม่ หาดใหญ่-ชายแดนใต้ ย้ำงบฟื้นฟูน้ำท่วม 5 จังหวัด 843 ล้าน เดินหน้าแล้ว

KEY

POINTS

  • นายสรรเพชญ ชี้ว่า ครม.สัญจรที่สงขลาต้องมองไปถึงการวางรากฐานและกำหนดอนาคตของพื้นที่ ไม่ใช่แค่การแก้ปัญหาเฉพาะหน้า
  • การพัฒนาต้องครอบคลุมทั้ง 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ในภาพรวม ไม่จำกัดอยู่แค่ในจังหวัดสงขลา เนื่องจากทุกพื้นที่มีความเชื่อมโยงกัน
  • ปัญหาเร่งด่วนอย่างการฟื้นฟูอุทกภัย รัฐบาลได้อนุมัติงบประมาณกว่า 843 ล้านบาท ดำเนินการไปแล้ว โดยไม่ต้องรอการประชุม

วันที่ 11 สิงหาคม 2569 นายสรรเพชญ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวถึงการเตรียมประชุมคณะรัฐมนตรีนอกสถานที่อย่างเป็นทางการ หรือ ครม.สัญจร ที่จังหวัดสงขลา ว่า การประชุมครั้งนี้ถือเป็นโอกาสสำคัญที่รัฐบาลจะได้ลงมามองทั้ง “ปัญหาวันนี้” และ “อนาคตของพื้นที่” ไปพร้อมกัน โดยเฉพาะหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา และพื้นที่ 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งมีทั้งปัญหาที่ต้องเร่งแก้และศักยภาพทางเศรษฐกิจอีกมากที่ต้องได้รับการผลักดัน

นายสรรเพชญ กล่าวว่า หากมองเฉพาะเรื่องการฟื้นฟูจากอุทกภัย รัฐบาลไม่ได้รอการประชุม ครม.สัญจรจึงค่อยดำเนินการ เพราะคณะรัฐมนตรีได้อนุมัติงบกลางวงเงินกว่า 843 ล้านบาท ให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยกรมชลประทาน ดำเนินการซ่อมแซมและฟื้นฟูอาคารและระบบชลประทานที่ได้รับความเสียหายจากอุทกภัย รวม 67 โครงการ ครอบคลุมจังหวัดสงขลา สตูล ปัตตานี ยะลา และนราธิวาสแล้ว 

รวมถึงโครงการสำคัญในจังหวัดสงขลา เช่น การซ่อมแซมคลองระบายน้ำ ร.1 โดยขณะนี้รัฐบาลได้อนุมัติงบกลางแล้ว เมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม สำนักงบประมาณ ได้อนุมัติ เมื่อวันที่ 27 กรกฎาคม และได้ดำเนินการโอนงบประมาณไปยังหน่วยรับงบประมาณ กรมชลประทาน เมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม เป็นที่เรียบร้อยแล้ว และอยู่ระหว่างการดำเนินการจัดซื้อจัดจ้างในแต่ละพื้นที่ 

“นี่เป็นตัวอย่างที่ชัดเจนว่า เรื่องไหนเร่งด่วน รัฐบาลก็เดินหน้า ไม่ต้องรอ ครม.สัญจร แต่ประโยชน์ของ ครม.สัญจรมีมากกว่านั้น เพราะเมื่อคณะรัฐมนตรีทั้งคณะลงมาอยู่ในพื้นที่ เราสามารถยกปัญหาและโอกาสที่ต้องอาศัยการตัดสินใจจากหลายกระทรวงขึ้นมาพิจารณาพร้อมกันได้ จากเดิมที่แต่ละเรื่องอาจแยกกันอยู่คนละกระทรวง ก็สามารถมองเป็นภาพเดียวกันว่าพื้นที่นี้จะเดินไปข้างหน้าอย่างไร” 

นายสรรเพชญ กล่าวอีกว่า สำหรับหาดใหญ่ บทเรียนจากอุทกภัยต้องนำไปสู่การวางระบบ ที่ทำให้เมืองมีความพร้อมและแข็งแรงกว่าเดิม ไม่ใช่เพียงซ่อมสิ่งที่เสียหายให้กลับมาเหมือนเดิม แต่ต้องมองต่อถึงระบบบริหารจัดการน้ำ โครงสร้างพื้นฐาน การคมนาคม การพัฒนาเมือง เศรษฐกิจ การค้า และการท่องเที่ยว เพื่อให้หาดใหญ่สามารถกลับมาเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจสำคัญของภาคใต้ ที่มีความพร้อมรับความเปลี่ยนแปลงในอนาคต

“ถ้าถามว่าหาดใหญ่ต้องการอะไร ผมคิดว่าหาดใหญ่ต้องการทั้งการแก้ปัญหาที่ค้างอยู่ และต้องการโอกาสใหม่ไปพร้อมกัน งบฟื้นฟูที่จำเป็นต้องได้ก็ต้องได้ ระบบป้องกันน้ำท่วมที่ต้องทำก็ต้องเร่งทำ แต่ในเวลาเดียวกันเราต้องถามด้วยว่า อีก 5 ปี 10 ปี หาดใหญ่จะเป็นเมืองแบบไหน จะดึงนักลงทุนอย่างไร จะเชื่อมการเดินทางกับพื้นที่อื่นอย่างไร และจะสร้างรายได้ใหม่ให้ประชาชนอย่างไร ซึ่งเรื่องเหล่านี้เป็นสิ่งที่การประชุม ครม.สัญจรสามารถผลักดันได้”

                         สรรเพชญ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม

นายสรรเพชญ กล่าวต่อว่า การประชุมครั้งนี้ยังไม่ควรถูกจำกัดภาพอยู่เพียงหาดใหญ่ หรือ จังหวัดสงขลา เพราะรัฐบาลกำลังมองการพัฒนาพื้นที่ 5 จังหวัด ได้แก่ สงขลา สตูล ปัตตานี ยะลา และ นราธิวาส ในภาพรวม ซึ่งพื้นที่เหล่านี้มีความเชื่อมโยงกันทั้งด้านเศรษฐกิจ การค้า การท่องเที่ยว เกษตรกรรม การคมนาคม และ การค้าชายแดน

การอนุมัติงบกลางกว่า 843 ล้านบาท จำนวน 67 โครงการใน 5 จังหวัด จึงสะท้อนให้เห็นอยู่แล้วว่า รัฐบาลไม่ได้มองปัญหาแบบแยกจังหวัด แต่กำลังแก้ไขปัญหาเชิงพื้นที่ ขณะที่การประชุม ครม.สัญจรจะเป็นอีกขั้นหนึ่งในการนำโจทย์การพัฒนาระยะต่อไปขึ้นมาพิจารณา ตั้งแต่การลงทุน โครงสร้างพื้นฐาน การสร้างงาน การเพิ่มรายได้ ไปจนถึงการเชื่อมโยงเศรษฐกิจกับประเทศเพื่อนบ้าน

“พื้นที่ชายแดนภาคใต้มีศักยภาพสูงมาก แต่เราต้องยอมรับว่าหลายพื้นที่ยังมีข้อจำกัดด้านรายได้ โอกาสทางเศรษฐกิจ และ โครงสร้างพื้นฐาน เราจึงไม่ควรพอใจกับการทำให้ทุกอย่างกลับไปอยู่ที่เดิม แต่ต้องใช้โอกาสที่รัฐบาลลงมาครั้งนี้ ทำให้พื้นที่เดินไปได้ไกลกว่าเดิม นี่ต่างหากคือ ประโยชน์ที่เราควรเอาจาก ครม.สัญจรให้ได้มากที่สุด”

นายสรรเพชญ กล่าวด้วยว่า การแสดงความคิดเห็นต่อการทำงานของรัฐบาลถือเป็นเรื่องที่ดี แต่การที่ ครม จะมาพัฒนาพื้นที่ ก็ควรถูกพิจารณาจากประโยชน์ที่ประชาชนจะได้รับ มากกว่าการนำไปวิพากษ์วิจารณ์เป็นประเด็นทางการเมือง 

“ถ้าการที่คณะรัฐมนตรีลงมาแล้วทำให้โครงการที่ติดอยู่เดินหน้าได้เร็วขึ้น ทำให้เรื่องที่ต้องประสานหลายกระทรวง สามารถตัดสินใจได้ในโต๊ะเดียว หรือทำให้เกิดการลงทุนและโอกาสใหม่ในพื้นที่ ผมคิดว่านั่นคือสิ่งที่ประชาชนควรได้รับ เราไม่ควรรีบลดคุณค่าของโอกาสเหล่านี้ เพียงเพราะมองทุกเรื่องผ่านมิติทางการเมือง”

นายสรรเพชญ ย้ำว่า สิ่งที่ต้องทำจากนี้ คือ ทำให้การประชุม ครม.สัญจรเกิดผลลัพธ์ที่ประชาชนจับต้องได้ โดยเรื่องเร่งด่วนที่ได้รับอนุมัติแล้วต้องเร่งดำเนินการให้เกิดขึ้นจริง ขณะที่ข้อเสนอใหม่ของจังหวัดและภาคเอกชนต้องถูกนำมาพิจารณาอย่างจริงจัง เพื่อให้การลงพื้นที่ของรัฐบาลครั้งนี้เป็นทั้งการแก้ปัญหาปัจจุบัน และการวางรากฐานอนาคตของหาดใหญ่ สงขลา และ 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ไปพร้อมกัน