
เบรกนิคมฯ จะนะ รัฐบาลไม่ชงเข้า ครม.สัญจรสงขลา 1 ก.ย. เหตุ SEA ยังไม่จบ
ครม.สัญจรสงขลา 1 ก.ย. 69 ชง 199 โครงการ 5 จังหวัดใต้ 5.7 หมื่นล้าน แต่ยังไม่มีนิคมฯ จะนะ เหตุแผนแม่บทและ SEA ยังไม่เสร็จสมบูรณ์ ตามเงื่อนไขมติ ครม. 14 ธ.ค. 64
KEY
POINTS
- รัฐบาลจะยังไม่เสนอโครงการนิคมอุตสาหกรรมจะนะเข้าสู่การพิจารณาในที่ประชุม ครม.สัญจร ที่จังหวัดสงขลา ในวันที่ 1 กันยายน
- สาเหตุหลักของการเลื่อนเสนอโครงการคือการประเมินสิ่งแวดล้อมระดับยุทธศาสตร์ (SEA) และแผนแม่บทที่เกี่ยวข้องยังจัดทำไม่แล้วเสร็จ
- การชะลอโครงการดังกล่าวเป็นไปตามมติคณะรัฐมนตรีเดิมที่กำหนดให้ทุกภาคส่วนต้องรอผลการประเมิน SEA ให้เป็นที่ยุติก่อนดำเนินการต่อไป
แหล่งข่าวจากทำเนียบรัฐบาล เปิดเผยว่า การประชุมคณะรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการนอกสถานที่ (ครม.สัญจร) ครั้งที่ 1/2569 จังหวัดสงขลา ในวันที่ 1 กันยายน 2569 จะยังไม่มีการเสนอโครงการนิคมอุตสาหกรรมจะนะ หรือโครงการขยายผลเมืองต้นแบบ "สามเหลี่ยมมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน" ไปสู่เมืองต้นแบบที่ 4 อำเภอจะนะ จังหวัดสงขลา "เมืองต้นแบบอุตสาหกรรมก้าวหน้าแห่งอนาคต" ให้ที่ประชุมพิจารณา เนื่องจากยังจัดทำการประเมินสิ่งแวดล้อมระดับยุทธศาสตร์ (Strategic Environmental Assessment : SEA) และแผนแม่บทต่าง ๆ ไม่แล้วเสร็จ
การไม่นำเรื่องดังกล่าวเข้าสู่ที่ประชุม เป็นไปตามเงื่อนไขมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 14 ธันวาคม 2564 ที่กำหนดให้สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมกันจัดให้มีการประเมิน SEA และแผนแม่บท โดยให้ทุกภาคส่วนเข้ามามีส่วนร่วม และกำหนดให้หน่วยงานของรัฐและทุกภาคส่วนรอผลการประเมิน SEA ให้เป็นที่ยุติก่อนดำเนินการต่อไป ทั้งนี้ ให้เป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติและกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง
สำหรับความคืบหน้าการจัดทำ SEA เมื่อเดือนสิงหาคม 2568 สศช. ได้รายงานความคืบหน้าการจัดทำ SEA ร่วมกับมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ในฐานะที่ปรึกษาโครงการว่า ใช้ระยะเวลารวม 32 เดือน ระหว่างเดือนมกราคม 2566 ถึงสิงหาคม 2568 มีการจัดประชุมรับฟังความคิดเห็นอย่างเป็นทางการรวม 8 ครั้ง 45 เวที ครอบคลุมผู้มีส่วนได้เสีย 10 กลุ่ม มีผู้เข้าร่วมทั้งสิ้น 3,931 คน แบ่งเป็นจังหวัดสงขลา 2,886 คน และจังหวัดปัตตานี 1,045 คน
ผลการประเมินทางเลือกการพัฒนากำหนดให้ "ทางเลือกที่ 5 การพัฒนาพื้นที่บนฐานทรัพยากรธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม สังคมและวัฒนธรรม" เป็นทางเลือกแกนหลัก ขณะที่การพัฒนาตามสภาพปกติ (Business as Usual : BAU) ซึ่งประกอบด้วยแผนงานเดิมที่หน่วยงานรัฐวางไว้ ได้คะแนนความเหมาะสมเป็นอันดับสุดท้ายในบรรดา 5 ทางเลือก
รายงานได้กำหนด 29 กิจกรรมการพัฒนาเชิงพื้นที่ ครอบคลุม 8 ด้าน พร้อม 92 มาตรการเพื่อความยั่งยืน และแผนติดตามและประเมินผล 16 ตัวชี้วัด ครอบคลุมด้านเศรษฐกิจ 3 ตัวชี้วัด ด้านสังคม 3 ตัวชี้วัด และด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม 10 ตัวชี้วัด โดยติดตามในกรอบเวลา 5 ปี
อย่างไรก็ตามในรายงานยังมีขั้นตอนที่ต้องดำเนินการต่อเพื่อให้กระบวนการครบถ้วน โดยรายงาน SEA เป็นเพียง 1 ใน 2 รายงานของโครงการ มีสถานะเป็นข้อมูลสนับสนุนการตัดสินใจ ซึ่งผลการศึกษาต้องถูกนำไปบูรณาการเข้าเป็นแผนแม่บทการพัฒนาเชิงพื้นที่ของจังหวัดสงขลาและปัตตานี ซึ่งเป็นเอกสารอีกฉบับหนึ่ง รวมทั้งต้องจัดทำแผนการติดตามและประเมินผลของแผนแม่บทในลำดับถัดไป และนำมาตรการเพื่อความยั่งยืน 92 มาตรการไปปฏิบัติ
ครม.สัญจรสงขลา ชง 199 โครงการ 5.7 หมื่นล้าน
ทั้งนี้ สำหรับวาระการประชุม ครม.สัญจร จังหวัดสงขลา วันที่ 1 กันยายน 2569 นั้น แหล่งข่าวจากทำเนียบรัฐบาล เปิดเผยว่า ในการประชุมเตรียมความพร้อมที่มี นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เป็นประธาน เมื่อวันที่ 25 สิงหาคมที่ผ่านมา ที่ประชุมได้พิจารณาข้อเสนอโครงการจาก 5 จังหวัดภาคใต้ ประกอบด้วย สงขลา สตูล ยะลา ปัตตานี และนราธิวาส จำนวนทั้งสิ้น 199 โครงการ รวมวงเงินเบื้องต้นกว่า 5.7 หมื่นล้านบาท
นายพิพัฒน์ กล่าวว่า ข้อเสนอทั้งหมดยังเป็นเพียงข้อเสนอเบื้องต้น และต้องผ่านการพิจารณาจากคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนที่จะหารือกันในสัปดาห์หน้า จากนั้นจึงเสนอเข้าสู่ที่ประชุม ครม.สัญจร จังหวัดสงขลา โดยนายกรัฐมนตรีจะพิจารณารายละเอียดแต่ละโครงการ ก่อนมอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องรับไปดำเนินการต่อไป
"แม้จะมีข้อเสนอโครงการเข้ามาหลายโครงการ แต่รัฐบาลจะกลั่นกรองอย่างรอบคอบ จะเห็นชอบเฉพาะโครงการที่มีความพร้อม มีความคุ้มค่า ไม่ส่งผลต่องบประมาณ และต้องเป็นประโยชน์ต่อประชาชนในพื้นที่ ดังนั้นบางโครงการอาจจะแค่เห็นชอบในหลักการเอาไว้ก่อน ส่วนโครงการเร่งด่วนที่น่าจะเห็นชอบนั่นคือ โครงการที่เกี่ยวข้องกับการแก้น้ำท่วม ซึ่งจะมีการพิจารณารายละเอียดกันอีกครั้ง ก่อนเสนอเข้า ครม.สัญจร" นายพิพัฒน์ กล่าว





