thansettakij
thansettakij
จัดทัพนายพล โผทหาร-ตำรวจ 2569 เขย่ากองทัพ-สะเทือนสีกากี

จัดทัพนายพล โผทหาร-ตำรวจ 2569 เขย่ากองทัพ-สะเทือนสีกากี

จัดทัพนายพล โผทหาร-ตำรวจ 2569 เขย่ากองทัพ-สะเทือนสีกากี : รายงานพิเศษ โดย...ทีมข่าวการเมือง หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับ 4228

KEY

POINTS

  • การแต่งตั้งโยกย้ายนายพลทหารและตำรวจ ประจำปี 2569 จะเข้าสู่การพิจารณาบัญชีรายชื่อในช่วงวันที่ 20-21 สิงหาคมนี้
  • โผทหารมีการจับตาตำแหน่งสำคัญหลายตำแหน่ง อาทิ ปลัดกระทรวงกลาโหม, ผู้บัญชาการทหารเรือ และ การจัดทัพ 5 เสือ ทบ.
  • โผตำรวจมีการปรับเปลี่ยนครั้งใหญ่รวม 156 ตำแหน่ง ตั้งแต่ระดับ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ถึง ผู้บัญชาการ โดยมีการโยกย้ายในหน่วยงานหลักที่น่าสนใจ

การแต่งตั้งโยกย้าย “นายทหาร” และ “นายตำรวจ”  ชั้นนายพล วาระประจำปี 2569 เข้าสู่ช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อสำคัญ โดยทั้งกองทัพ และ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เตรียมกลั่นกรองบัญชีรายชื่อในช่วงวันที่ 20-21 สิงหาคมนี้ 

สำหรับ “โผทหาร” วันที่ 20 สิงหาคม 2569 จะมีการประชุมสภากลาโหม โดยมี พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รมว.กลาโหม เป็นประธาน พร้อมผู้บัญชาการเหล่าทัพเข้าร่วมประชุม ขณะที่ก่อนเข้าสู่การประชุมสภากลาโหม คาดว่าจะมีการหารือของคณะกรรมการพิจารณาปรับย้ายนายทหารชั้นนายพล หรือ “บอร์ดกลาโหม” เพื่อสรุปบัญชีแต่งตั้งโยกย้ายในรอบสุดท้าย

จากนั้นจะเข้าสู่ขั้นตอนการตรวจสอบรายละเอียดโดยเจ้ากรมเสมียนตรา ก่อนส่งรายชื่อให้นายกรัฐมนตรีพิจารณาในวันที่ 28 สิงหาคม 2569 และเข้าสู่ขั้นตอนการนำขึ้นทูลเกล้าฯ ต่อไป 

ในอีกด้านหนึ่ง “โผตำรวจ” ก็เข้าสู่ช่วงสำคัญเช่นกัน โดยมีรายงานว่า พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ในฐานะประธานคณะกรรมการพิจารณาการแต่งตั้งข้าราชการตำรวจระดับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) หรือ “บอร์ดกลั่นกรอง” นัดประชุมวันที่ 21 สิงหาคมนี้ เพื่อพิจารณาบัญชีแต่งตั้งตั้งแต่ระดับรอง ผบ.ตร. ถึง ผู้บัญชาการ(ผบช.) ก่อนเสนอรายชื่อที่ผ่านการพิจารณาเข้าสู่ที่ประชุมคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ หรือ ก.ตร. ให้ความเห็นชอบต่อไป

ภาพรวมถือเป็นการ “จัดทัพ” นายพลทั้งสององค์กรความมั่นคงครั้งใหญ่ ซึ่งจะกำหนดตัวบุคคลในตำแหน่งหลักของกองทัพ และ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ในปีถัดไป หรือ อาจจะเห็นเค้าลางของการวางบุคคลเพื่อสืบทอดบางตำแหน่งที่สำคัญในระยะยาว 

“ศรัณย์ เพชรานนท์”เต็งปลัด กห.

ในฝั่ง กระทรวงกลาโหม ตำแหน่งที่ได้รับความสนใจคือ ปลัดกระทรวงกลาโหม โดยมีชื่อ พลเอก ศรัณย์ เพชรานนท์ รองปลัดกระทรวงกลาโหม (ตท.26) เป็นผู้มีแนวโน้มขยับขึ้นรับตำแหน่ง 

ส่วน กองทัพเรือ ตำแหน่ง ผู้บัญชาการทหารเรือ (ผบ.ทร.) คนใหม่ มีชื่อแคนดิเดตสำคัญ 3 ราย ได้แก่ พลเรือเอก นเรศ วงศ์ตระกูล ผู้ช่วย ผบ.ทร. (ตท.26), พลเรือเอก ธาดาวุธ ทัดพิทักษ์กุล เสนาธิการทหารเรือ (ตท.27) และ พลเรือเอก กรวิทย์ ฉายะรถี ผู้บัญชาการกองเรือยุทธการ (ตท.26)

ขณะที่ กองบัญชาการกองทัพไทย มีชื่อ พลเอก ณัฐพงษ์ เพราแก้ว รองเสนาธิการทหาร (ตท.26) ซึ่งปัจจุบันทำหน้าที่เลขานุการคณะผู้แทนพิเศษของรัฐบาล ถูกจับตาว่าจะขยับขึ้นเป็นเสนาธิการทหาร

ส่วน พลเอก ชิดชนก นุชฉายา เสนาธิการทหาร คนปัจจุบัน มีแนวโน้มขยับขึ้นสู่ตำแหน่ง รองผู้บัญชาการทหารในระดับสูงขึ้น

“ณรงค์ฤทธิ์”จ่อรอง ผบ.ทบ.

สนามที่มีความเคลื่อนไหวมากที่สุดแห่งหนึ่งคือ กองทัพบก โดยเฉพาะการจัดวางตำแหน่ง “5 เสือ ทบ.” ซึ่งจะมีการปรับเปลี่ยนบางตำแหน่งตามวาระและการเกษียณอายุราชการ

ชื่อที่ถูกจับตามองคือ พลเอก ณรงค์ฤทธิ์ คัมภีระ ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบก (ตท.26) ซึ่งมีแนวโน้มขยับขึ้นเป็น รอง ผบ.ทบ.  และถูกมองว่าเป็นการวางตัวสำหรับตำแหน่ง ผบ.ทบ. ในปี 2570  

นอกจาก พล.อ.ณรงค์ฤทธิ์ ยังมีนายทหารระดับสูงที่อยู่ในข่ายพิจารณา ปรับตำแหน่ง ได้แก่ พลเอก อมฤต บุญสุยา ผู้ช่วย ผบ.ทบ., พลเอก ชัยพฤกษ์ ด้วงประพัฒน์ เสนาธิการทหารบก, พลโท วรยส เหลืองสุวรรณ แม่ทัพภาคที่ 1, พลโท สราวุธ ไชยสิทธิ์ รองเสนาธิการทหารบก และ พลโท ธีรนันท์ นันทขว้าง เจ้ากรมข่าวทหารบก

“รบพิเศษ”จ่อคุมภาค 4 ดับไฟใต้ 

อีกตำแหน่งสำคัญคือ แม่ทัพภาคที่ 4 ซึ่งมีภารกิจโดยตรงในการดูแลสถานการณ์ความมั่นคงในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ 

เบื้องต้น มีรายงานว่า พลโท นรธิป โพยนอก (ตท.26) อาจขยับขึ้นอัตราพลเอก ขณะที่ตำแหน่งแม่ทัพภาคที่ 4 คนใหม่ มีชื่อ พลตรี ชาคริต อุจะรัตน (ตท.28) รองแม่ทัพภาคที่ 4 ซึ่งมีพื้นฐานสายงานรบพิเศษ ขยับขึ้นรับตำแหน่ง 

การวางตัวนายทหารที่มีประสบการณ์สายรบพิเศษ เข้ารับผิดชอบพื้นที่จึงถูกจับตา ทั้งในมิติการจัดกำลังและการรองรับภารกิจด้านความมั่นคงในพื้นที่ชายแดนใต้

                             จัดทัพนายพล โผทหาร-ตำรวจ 2569 เขย่ากองทัพ-สะเทือนสีกากี

“ระวิน”จ่อผู้ช่วย ผบ.ทอ.

สำหรับ กองทัพอากาศ เมื่อ พลอากาศเอก ประภาส สอนใจดี ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารอากาศ จะเกษียณอายุราชการ จึงเปิดทางให้มีการจัดวางกำลังในตำแหน่งระดับ 5 เสือ ทอ. ใหม่  

มีรายงานว่า พล.อ.อ.ประภาส อาจไปรับตำแหน่งสำคัญในกระทรวงกลาโหม และทำหน้าที่เกี่ยวข้องกับ ศูนย์ข่าวสารสถานการณ์ไทย-กัมพูชา หรือ JIC ต่อเนื่องจากภารกิจเดิม 

ขณะที่ชื่อที่ถูกจับตาสำหรับตำแหน่งผู้ช่วย ผบ.ทอ. คือ พลอากาศเอก ระวิน ถนอมสิงห์ ผู้บัญชาการกองบัญชาการควบคุมปฏิบัติการทางอากาศ (ผบ.คปอ.) (ตท.26) 

พลอากาศเอก ระวิน เป็นนายทหารนักบินที่มีประสบการณ์กับเครื่องบินขับไล่ F-16 และล่าสุดมีภารกิจขับเครื่องบิน F-16 บินอารักขาเครื่องบินของนายกรัฐมนตรี ระหว่างการเดินทางไปตรวจเยี่ยมกองบิน 1 จังหวัดนครราชสีมา

บิ๊กตำรวจว่าง 156 เก้าอี้  

ขณะที่ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ประจำปี 2569 มีตำแหน่งนายพลตำรวจ ตั้งแต่ รอง ผบ.ตร. ถึง ผบก. ว่างรวม 156 ตำแหน่ง ประกอบด้วย รอง ผบ.ตร. 3 ตำแหน่ง, ผู้ช่วย ผบ.ตร. 6 ตำแหน่ง, ผบช. 18 ตำแหน่ง, รอง ผบช. 40 ตำแหน่ง และ ผบก. 89 ตำแหน่ง

การประชุมบอร์ดกลั่นกรอง ในวันที่ 21 สิงหาคม ถือเป็นจุดสำคัญที่จะกำหนดโครงสร้างระดับผู้บัญชาการของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ก่อนส่งต่อให้ ก.ตร. พิจารณาให้ความเห็นชอบ

ในระดับรอง ผบ.ตร. มีตำแหน่งว่าง 3 ตำแหน่ง โดยมีชื่อที่ถูกวางตามลำดับอาวุโส ได้แก่ พล.ต.ท.ณพวัฒน์ อารยางกูร ผู้ช่วย ผบ.ตร., พล.ต.ท.ธนพล ศรีโสภา รอง จตช. และ พล.ต.ท.กฤษฎา สุรเชษฐพงษ์ ผู้ช่วย ผบ.ตร. 

ส่วนตำแหน่งผู้ช่วย ผบ.ตร. ที่ว่าง 6 ตำแหน่ง มีชื่อ ผบช. ที่ถูกวางตัวขยับขึ้นตามลำดับ ได้แก่ พล.ต.ท.สันติ ชัยนิรามัย ผบช.4, พล.ต.ท.นิธิธร จินตกานนท์ ผบช.ศ., พล.ต.ท.อาชยน ไกรทอง ผบช.ปส., พล.ต.ท.กฤษกร พลีธัญญวงศ์ ผบช.สตส., พล.ต.ท.พิสิฐ ตันประเสริฐ ผบช.ภ.7 และ พล.ต.ท.กฤตธาพล ยี่สาคร ผบช.ภ.5

                                  จัดทัพนายพล โผทหาร-ตำรวจ 2569 เขย่ากองทัพ-สะเทือนสีกากี

“นพศิลป์”โยกคุม สตม. 

ในระดับ ผบช. มีการจัดวางกำลังในหลายหน่วย โดย พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผบช.น., พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก., พล.ต.ท.รุ่งโรจน์ ฐากูรปุณยสิริ ผบช.ตชด., พล.ต.ท.ยศวินท์ หรรษมนตร์ ผบช.ส., พล.ต.ท.ปิยะวัฒน์ เฉลิมศรี ผบช.ภ.9 และ พล.ต.ท.ศักดิ์รพี เพรียวพานิช ผบช.รร.นรต. มีชื่ออยู่ที่เดิม 

ส่วนการโยกย้ายที่ถูกจับตามอง ได้แก่ พล.ต.ท.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ ผบช.ประจำ สง.ผบ.ตร. นรต.รุ่น 46 ซึ่งมีชื่อโยกไปเป็น ผบช.สตม. โดยถูกระบุว่าเป็นนายตำรวจที่มีบทบาททำงานใกล้ชิดกับ พล.ต.อ.สำราญ นวลมา ว่าที่ ผบ.ตร. 

ขณะที่ พล.ต.ท.นราเดช ทิพย์รักษ์ ผบช.ประจำ สง.ผบ.ตร. และเพื่อนร่วมรุ่น นรต.41 ของ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ มีชื่อขยับเป็น ผบช.ภ.1 

สำหรับการจัดทัพตำรวจภูธรภาค มีรายชื่อสำคัญ ได้แก่ พล.ต.ต.วสันต์ เตชะอัครเกษม รอง ผบช.น. ขึ้นเป็น ผบช.ภ.2, พล.ต.ท.ศิรัชเขต ครูวัฒนเศรษฐ์ จตร.(สบ.8) โยกเป็น ผบช.ภ.3, พล.ต.ต.นพเก้า โสมนัส รอง ผบช.ภ.4 ขึ้นเป็น ผบช.ภ.4

พล.ต.ท.พิเชษฐ จีระนันตสิน ผบช.กมค. โยกเป็น ผบช.ภ.5, พล.ต.ต.วรวัฒน์ มะลิ รอง ผบช.ภ.6 ขึ้นเป็น ผบช.ภ.6, พล.ต.ต.ปรัชญา ประสานสุข รอง ผบช.สตม. ขึ้นเป็น ผบช.ภ.7 และ พล.ต.ท.วิมล พิทักษ์บูรพา ผบช.สยศ.ตร. ขยับเป็น ผบช.ภ.8

“จรูญเกียรติ”ขึ้น ผบช.กมค.

ในหน่วยสำคัญยังมีการโยกย้ายที่น่าจับตา โดย พล.ต.ท.ภูมินทร์ พุ่มพันธุ์ม่วง ผบช.ประจำ สง.ผบ.ตร. นรต.รุ่น 52 โยกเป็น ผบช.ปส., พล.ต.ท.พฤทธิพงษ์ ประยูรศิริ ผบช.ภ.3 นรต.รุ่น 42 มีชื่อโยกเป็น จตร.(สบ.8)

ขณะที่ พล.ต.ต.พงษ์สยาม มีขันทอง รอง ผบช.ทท. นรต.รุ่น 42 ขึ้นเป็น ผบช.ทท. ส่วน พล.ต.ต.ทินกร รังมาตย์ รอง ผบช.สอท. นรต.รุ่น 46 ซึ่งมีบทบาททำคดีสำคัญ มีชื่อขยับขึ้นเป็น ผบช.สอท.  

สำหรับ พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รอง ผบช.ก. นรต.รุ่น 45 ซึ่งเป็นอีกชื่อที่ได้รับความสนใจในโผครั้งนี้ มีชื่อขยับขึ้นเป็น ผบช.กมค. 

นอกจากนี้ พล.ต.ต.พิทักษ์ อุทัยธรรม รอง ผบช.ประจำ สง.ผบ.ตร. นรต.รุ่น 48 ซึ่งได้รับการเยียวยาจาก ก.พ.ค.ตร. มีชื่อเป็น ผบช.สกบ. ขณะที่ พล.ต.ต.วิวัฒน์ คำชำนาญ รอง ผบช.สอท. นรต.รุ่น 45 มีชื่อเป็น ผบช.สทส.  

ส่วน พล.ต.ต.ปรีดา สถาวร ขึ้นเป็น ผบช.สกพ., พล.ต.ต.พันธนะ นุชนารถ รอง ผบช.สตม. ขึ้นเป็น ผบช.ประจำ สง.ผบ.ตร., พล.ต.ต.สมบูรณ์ เทียนขาว รอง ผบช.ปส. ขึ้นเป็น ผบช.ประจำ สง.ผบ.ตร. และ พล.ต.ต.วีระพัฒน์ ศิวะแพทย์ รอง ผบช.สยศ.ตร. ขึ้นเป็น ผบช.สยศ.ตร.

จัดทัพฝ่ายความมั่นคงทหาร-ตำรวจ 

เมื่อพิจารณาภาพรวม โผทหารและตำรวจปี 2569 กำลังเข้าสู่ช่วงชี้ขาดในเวลาไล่เลี่ยกัน ดังนี้ 

20 สิงหาคม สภากลาโหมประชุม และมีแนวโน้มสรุปบัญชีแต่งตั้งโยกย้ายนายทหารชั้นนายพลรอบสุดท้าย โดยเก้าอี้ที่น่าจับตา คือ ปลัด กห. ผบ.ทร. เสนาธิการทหาร การจัด 5 เสือ ทบ. รวมถึง มทภ.4 และ 5 เสือ ทอ. 

จากนั้น 21 สิงหาคม เป็นคิวของ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เมื่อบอร์ดกลั่นกรองประชุมพิจารณาโผระดับรอง ผบ.ตร.-ผบช. ก่อนเสนอ ก.ตร. ตามขั้นตอน 

ดังนั้น ช่วงเวลา 20-21 สิงหาคม จึงเปรียบเสมือน “สองวันชี้ชะตา” ของการจัดทัพฝ่ายความมั่นคง ทั้งทหารและตำรวจ 

สิ่งที่น่าสนใจไม่ใช่เพียงว่าใครจะ “ขึ้น” หรือ “ลง” แต่คือ การจัดวางกำลังครั้งนี้กำลังสะท้อนทิศทางการบริหารงานความมั่นคงในปี 2569-2570 โดยเฉพาะการวางตัวนายทหารและนายตำรวจ ที่จะกลายเป็นกำลังหลักขององค์กรในระยะต่อไป

รายงานพิเศษ โดย...ทีมข่าวการเมือง หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับ 4228