
เปิดเบื้องหลังตั้ง ‘ฉันทานนท์’ ปลัดพลังงาน เอกนัฏยันไม่ใช่โควต้าบ้านใหญ่
เปิดเหตุผล ‘เอกนัฏ’ เลือก ‘ฉันทานนท์’ นั่งปลัดพลังงาน ชี้เหมาะสมที่สุด ระบุ ประสบการณ์-พร้อมเปลี่ยนวิธีทำงาน ยันไม่ใช่โควต้าบ้านใหญ่
KEY
POINTS
- นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รมว.พลังงาน แต่งตั้งนายฉันทานนท์ วรรณเขจร เป็นปลัดกระทรวงคนใหม่ โดยให้เหตุผลว่ามีความเหมาะสม มีประสบการณ์ และตั้งใจปรับเปลี่ยนวิธีการทำงาน
- รมว.พลังงาน ยืนยันว่าการแต่งตั้งครั้งนี้ไม่ใช่โควต้าการเมืองจาก "บ้านใหญ่" แต่เป็นการพิจารณาจากความเหมาะสมของบุคคลเป็นหลัก
- การที่นายฉันทานนท์เหลืออายุราชการอีก 4 ปี เป็นหนึ่งในปัจจัยที่ถูกพิจารณา เนื่องจากสอดคล้องกับวาระการดำรงตำแหน่งปลัดกระทรวง
นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เปิดเผยถึงเหตุผลในการเลือกนายฉันทานนท์ วรรณเขจร เป็นปลัดกระทรวงพลังงานคนใหม่ว่า เป็นผู้ที่มีความเหมาะสม อีกทั้งปัจจุบันกระทรวงพลังงานมีงานสำคัญที่ต้องทำ เห็นว่าต้องใช้ประสบการณ์ และมีความตั้งใจปรับเปลี่ยนวิธีการทำงาน จึงตัดสินใจเลือกฉันทานนท์ เป็นปลัดฯ ซึ่งในกระทรวงพลังงานเอง อธิบดีเก่งๆ ก็มี แต่หลายคนยังมีอายุราชการอีกมาก และหลายคนเกษียณหลังปี 2575 เป็นต้นไป ทำให้ยังมีโอกาสได้ทำงาน
สำหรับในการเสนอชื่อครั้งนี้รัฐมนตรีเป็นผู้เสนออยู่แล้ว และต้องไปขอตัวจาก นายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรี และเสนอเข้าคณะรัฐมนตรี (ครม.) เป็นไปตามกระบวนการ ซึ่งในการทาบทามก็มีการพูดคุยกันอยู่แล้ว และมีหลายทางเลือก แต่เมื่อพิจารณามองว่านายฉันทานนท์เหมาะสมที่สุด
หากถามว่าเป็นโควตาบ้านใหญ่ทางการเมืองหรือไม่นั้น นายเอกนัฏ มองว่าเป็นคนละเรื่อง ส่วนก่อนหน้านี้ที่ต้องการได้นายณัฐพล รังสิตพล ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรมไปช่วยงานนั้น เนื่องจากตอนอยู่กระทรวงอุตสาหกรรมก็ทำงานด้วยกันดี ยอมรับว่าเป็นทางเลือกหนึ่ง เพราะการตั้งปลัดสามารถเลือกปลัดจากกระทรวงอื่น หรือข้าราชการระดับเทียบเท่าได้
ส่วนอายุราชการที่เหลืออยู่ 4 ปี เป็นหนึ่งในเหตุผลที่ทำให้เลือกนายฉันทานนท์ใช่หรือไม่ นายเอกนัฏกล่าวว่า กำลังดี เพราะวาระของปลัดฯ จะมีอายุ 4 ปี หากไม่มีการโยกย้าย ซึ่งใกล้เคียงกับอายุราชการของฉันทานนท์ ส่วนงานในปัจจุบันยืนยันว่าต้องเดินทั้งระยะสั้น กลาง และยาว
ด้านการตั้งข้อสังเกตว่านายฉันทานนท์เคยเป็นอดีตคณะทำงานของเนวิน ชิดชอบ ประธานสโมสรฟุตบอลบุรีรัมย์ยูไนเต็ด ในสมัยดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์นั้น นายเอกนัฏกล่าวว่า สนใจแต่เรื่องปัจจุบัน และเรื่องอนาคตที่ต้องทำ ถ้าคุยกับใครแล้วเข้าใจตรงกัน โดยยอมรับว่าเส้นทางที่จะเดินต่อไปในอนาคต ไม่ได้สบายแน่นอน ก็ต้องสู้ ใครพร้อมสู้ก็มาด้วยกันได้แค่นั้นเอง







