
3 บอร์ด กสทช. แจง กมธ.การเมือง ไม่ร่วมประชุมกับ "หมอสรณ" ขาดคุณสมบัติหวั่นมติโมฆะ
"กมธ.พัฒนาการเมือง" เรียกถกปมวิกฤต กสทช. ล่มครั้งที่ 5 ด้าน 3 กรรมการ กสทช. "ธนพันธุ์-พิรงรอง-ศุภัช" ชี้คำวินิจฉัยคณะกรรมการสรรหาชัดเจน ไม่ต้องรอโปรดเกล้าฯ หวั่นมติโมฆะและเกิดความเสียหาย
KEY
POINTS
- กรรมการ กสทช. 3 คน ชี้แจงต่อคณะกรรมาธิการฯ ถึงเหตุผลที่ไม่เข้าร่วมประชุมบอร์ด เนื่องจากเห็นว่าประธาน กสทช. (นพ.สรณ) ขาดคุณสมบัติตามมติของคณะกรรมการสรรหาฯ
- บอร์ดทั้ง 3 คน กังวลว่าหากเข้าร่วมประชุมกับประธานที่ขาดคุณสมบัติ อาจทำให้มติที่ประชุมทั้งหมดเป็นโมฆะและสร้างความเสียหายร้ายแรงได้
- มีความเห็นต่างทางกฎหมาย โดยฝ่ายกรรมการเชื่อว่าการพ้นตำแหน่งมีผลทันทีที่ขาดคุณสมบัติ ขณะที่ฝ่ายสำนักงาน กสทช. แย้งว่าต้องรอให้มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้พ้นจากตำแหน่งก่อน
ปัญหาข้อพิพาทภายในสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กสทช. ยังคงส่งผลกระทบอย่างหนักต่อการทำงานขององค์กรกำกับดูแลระดับประเทศ หลังการประชุมบอร์ด กสทช. ประสบภาวะ "ล่ม" เป็นครั้งที่ 5 เนื่องจากกรรมการ 4 คนไม่เข้าร่วมประชุมจนไม่ครบองค์ประชุม
ล่าสุด เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2569 นางสาวภคมน หนุนอนันต์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชน และ การมีส่วนร่วมของประชาชน สภาผู้แทนราษฎร ได้จัดประชุม กมธ. เพื่อพิจารณาผลของมติคณะกรรมการสรรหา กสทช. กรณีลักษณะต้องห้ามของ ศ.คลินิก นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ประธาน กสทช. โดยมีกรรมการ กสทช., ผู้แทนสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา และผู้แทนสำนักงาน กสทช. เข้าร่วมชี้แจง
3 บอร์ด กสทช. ประสานเสียง ยัน "ประธาน กสทช." ขาดคุณสมบัติตั้งแต่ต้น
พลอากาศโท ธนพันธุ์ หร่ายเจริญ กรรมการ กสทช. ด้านกิจการกระจายเสียง ชี้แจงเหตุผลที่ไม่เข้าร่วมประชุมว่า คณะกรรมการสรรหาฯ มีมติชัดเจนตั้งแต่วันที่ 23 กรกฎาคมที่ผ่านมาว่า นพ.สรณ เป็นผู้สละสิทธิ์ อีกทั้งเมื่อวันที่ 7 สิงหาคม ศาลปกครองกลางก็มีคำสั่ง "ไม่รับคำฟ้อง" และ ไม่ได้สั่งทุเลาการบังคับ จึงเท่ากับศาลแนะนำให้ดำเนินการตามกฎหมายในการนำความขึ้นกราบบังคมทูลต่อไป
"เจตนารมณ์ของกฎหมาย คือ การให้กรรมการเท่าที่เหลืออยู่ปฏิบัติหน้าที่ต่อไป โดยวันพ้นจากตำแหน่งให้นับย้อนหลังตั้งแต่วันที่ขาดคุณสมบัติ ไม่จำเป็นต้องรอการโปรดเกล้าฯ พ้นจากตำแหน่ง เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการละเมิดพระราชอำนาจ การฝืนดันทุรังประชุมร่วมกับ นพ.สรณ จะสร้างความเสียหายร้ายแรงต่อมติของ กสทช." พล.อ.ท. ธนพันธุ์ ย้ำ
ด้าน ดร.พิรงรอง รามสูต กรรมการ กสทช. ด้านกิจการโทรทัศน์ ระบุว่า การพ้นจากตำแหน่งตามกฎหมายให้นับตั้งแต่วันที่ขาดคุณสมบัติ ซึ่งกรณีนี้ย้อนไปตั้งแต่ต้นปี 2565 พร้อมยกบรรทัดฐานของ นางสาวสุภิญญา กลางณรงค์ อดีตกรรมการ กสทช. ที่เคยขอยุติการปฏิบัติหน้าที่ชั่วคราวและคืนสิทธิประโยชน์ทันทีเมื่อมีเหตุต้องห้ามทางกฎหมาย โดยไม่ต้องรอประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นสปิริตและบรรทัดฐานที่ถูกต้อง
ขณะที่ รศ.ดร.ศุภัช ศุภชลาศัย กรรมการ กสทช. ด้านเศรษฐศาสตร์ ชี้ว่า เมื่อบอร์ดสรรหาวินิจฉัยเป็นที่สุดแล้ว นพ.สรณ จึงไม่ได้มีสถานะเป็น กสทช. อีกต่อไป การฝืนประชุมที่มีวาระค้างอยู่กว่า 100 วาระ อาจก่อให้เกิดความเสียหายมูลค่ามหาศาลและกฎหมายจะไม่คุ้มครอง
สำนักงาน กสทช. แย้งต้องรอโปรดเกล้าฯ – กฤษฎีกาชี้อำนาจอยู่ที่นายกฯ
ทางด้าน นางสาวอรดา เทพยายน ผู้ช่วยเลขาธิการ กสทช. ชี้แจงในมุมของสำนักงานฯ ว่า เหตุที่ยังเชิญ นพ.สรณ เข้าประชุม เพราะมองว่าตามมาตรา 20 แห่ง พ.ร.บ. กสทช. การพ้นจากตำแหน่งต้องมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้พ้นจากตำแหน่งเสียก่อน ซึ่งมีคำวินิจฉัยกฤษฎีกาและคำพิพากษาศาลฎีกาวางแนวทางไว้ ตราบใดที่กระบวนการยังไม่สิ้นสุดถึงที่สุด ทุกฝ่ายก็ยังมีสิทธิโต้แย้งตามกระบวนการตรวจสอบ.







