
เปิดไทม์ไลน์ศาลฎีกานัดไต่สวนคดีจริยธรรม 44 อดีต สส.ก้าวไกล จบ 18 พ.ค. 2570
ศาลฎีกาเคาะนัดไต่สวนคดีจริยธรรม 44 อดีต สส.ก้าวไกล ปมแก้ ม.112 พยานฝ่ายผู้ร้อง 9 ปาก ฝ่ายผู้คัดค้าน 60 ปาก เริ่ม 3 พ.ย. 2569 ปิดฉากนัดสุดท้าย 18 พ.ค. 2570
KEY
POINTS
- ศาลฎีกากำหนดไทม์ไลน์ไต่สวนคดีที่ ป.ป.ช. ยื่นฟ้อง 44 อดีต สส.พรรคก้าวไกล ข้อหาผิดจริยธรรมร้ายแรง กรณีเสนอแก้ไขมาตรา 112
- การไต่สวนพยานฝ่ายผู้ร้อง (ป.ป.ช.) จำนวน 9 ปาก จะเริ่มนัดแรกในวันที่ 25 สิงหาคม 2569
- การไต่สวนพยานฝ่ายผู้คัดค้าน (อดีต สส.) จำนวน 60 ปาก จะเริ่มนัดแรกวันที่ 3 พฤศจิกายน 2569
- กระบวนการไต่สวนพยานทั้งหมดมีกำหนดสิ้นสุดในวันที่ 18 พฤษภาคม 2570 ก่อนนัดฟังคำพิพากษาต่อไป
ศาลฎีกาตรวจพยานหลักฐานคดี ป.ป.ช.กล่าวหา 44 อดีต สส.พรรคก้าวไกล ฝ่าฝืนมาตรฐานจริยธรรมร้ายแรง จากการร่วมลงชื่อเสนอแก้ไขประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 ก่อนกำหนดไต่สวนพยานฝ่ายผู้ร้อง 9 ปาก 4 นัด เริ่ม 25 ส.ค.นี้ และเปิดทางให้ฝ่ายผู้คัดค้านนำพยานเข้าสืบ 60 ปาก เริ่ม 3 พ.ย. 2569 ปิดสำนวนพยานวันที่ 18 พ.ค. 2570
วันที่ 4 สิงหาคม 2569 ที่ศาลฎีกา ถนนราชดำเนินใน ศาลนัดตรวจพยานหลักฐานในคดีหมายเลข คมจ.1/2569 ระหว่างคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ในฐานะผู้ร้อง กับ 44 อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรคก้าวไกล ในฐานะผู้คัดค้าน กรณีถูกกล่าวหาว่าฝ่าฝืนมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง จากการร่วมลงชื่อเสนอแก้ไขประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112
บรรยากาศการนัดตรวจพยานหลักฐาน มีผู้แทนฝ่ายผู้ร้องและทนายความของผู้คัดค้านบางส่วนเดินทางมาศาล โดย นายสุรพงษ์ อินทรถาวร เลขาธิการ ป.ป.ช. เดินทางเข้าร่วมการพิจารณาด้วย
พยานฝ่ายผู้ร้อง 9 ปาก ผู้คัดค้าน 60 ปาก
ภายหลังศาลสอบถามคู่ความทั้งสองฝ่ายและรับทราบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับพยานหลักฐานเบื้องต้นแล้ว ศาลเห็นสมควรกำหนดวันไต่สวนพยานฝ่ายผู้ร้องจำนวน 9 ปาก รวม 4 นัด โดยนัดไต่สวนปากแรกในวันที่ 25 สิงหาคม 2569
ส่วนฝ่ายผู้คัดค้าน ศาลอนุญาตให้นำพยานเข้าสืบจำนวน 60 ปาก จากเดิมที่เสนอรายชื่อมากกว่า 80 ปาก หลังมีการปรับลดบุคคลที่มีเนื้อหาซ้ำซ้อนและตัดบางประเด็นตามที่ศาลเห็นสมควร โดยกำหนดเริ่มไต่สวนพยานนัดแรกวันที่ 3 พฤศจิกายน 2569 และ นัดไต่สวนพยานปากสุดท้ายในวันที่ 18 พฤษภาคม 2570 ก่อนนัดฟังคำพิพากษาในลำดับถัดไป
ศาลยังได้กำชับให้คู่ความทั้งสองฝ่ายจัดทำบัญชีพยาน พร้อมกำหนดตารางการเบิกความ ประเด็นข้อพิพาท และแนวคำถามที่จะใช้ในการไต่สวนส่งให้ศาลล่วงหน้า เพื่อให้ศาลพิจารณาอนุญาตก่อนดำเนินการซักถามในแต่ละนัด
พยานฝ่ายคัดค้านแบ่งเป็น 3 กลุ่ม
นายนิธิ ละเอียดดี ทนายความผู้รับมอบอำนาจฝ่ายผู้คัดค้าน เปิดเผยว่า รายชื่อพยานที่ศาลอนุญาตจำนวน 60 ปาก แบ่งออกเป็น 3 กลุ่มหลัก ได้แก่ กลุ่มผู้คัดค้านซึ่งเป็นอดีต สส.ก้าวไกล กลุ่มนักวิชาการ และกลุ่มผู้รู้เห็นเหตุการณ์
สำหรับกลุ่มอดีต สส. คาดว่าจะมีบุคคลสำคัญอย่าง นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ อดีตหัวหน้าพรรคก้าวไกล และ นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน เข้าเบิกความต่อศาลด้วยตนเอง อย่างไรก็ตาม ยังต้องหารือเพื่อกำหนดวันและเวลาที่เหมาะสม เนื่องจากทั้งสองมีภารกิจต่อเนื่อง
ขณะที่กลุ่มนักวิชาการจะประกอบด้วยผู้เชี่ยวชาญด้านนิติศาสตร์ รัฐศาสตร์ และรัฐประศาสนศาสตร์ เพื่อให้ความเห็นในประเด็นทางวิชาการที่ครอบคลุมมากกว่ามิติทางกฎหมายเพียงอย่างเดียว ส่วนรายชื่อบุคคลที่ได้รับการทาบทามยังไม่สามารถเปิดเผยได้ เนื่องจากอยู่ระหว่างการประสานงานและอาจมีการเปลี่ยนแปลง
สำหรับกลุ่มผู้รู้เห็นเหตุการณ์ จะเป็นบุคคลที่มีข้อมูลเกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในช่วงเวลาที่มีการเสนอร่างแก้ไขกฎหมายดังกล่าว
เปิดแนวทางสู้คดีของ 44 อดีต สส.
นายนิธิ เผยด้วยว่า ประเด็นสำคัญในการต่อสู้คดีคือ การพิสูจน์ว่าการกระทำของอดีต สส.ทั้ง 44 คน ไม่เข้าข่ายฝ่าฝืนมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง และเป็นการปฏิบัติหน้าที่ในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรตามกระบวนการรัฐสภา
ส่วนกรอบเวลาการพิจารณาคดีที่คาดว่าจะแล้วเสร็จในช่วงเดือนพฤษภาคม 2570 นั้น ทนายความเห็นว่า เป็นระยะเวลาที่เหมาะสมกับจำนวนพยานและความซับซ้อนของคดี
พร้อมยืนยันว่า การนำพยานเข้าสืบถึง 60 ปาก ไม่ใช่ความพยายามยื้อกระบวนการพิจารณา แต่เป็นการใช้สิทธิในการต่อสู้คดีอย่างเต็มที่ เพื่อให้ข้อเท็จจริง ความเห็นทางวิชาการ และพยานหลักฐานทั้งหมดได้รับการบันทึกไว้ในสำนวน โดยขอบคุณศาลที่เปิดโอกาสให้ผู้ถูกกล่าวหาได้นำเสนอพยานหลักฐานอย่างครบถ้วน






