thansettakij
thansettakij
เจาะ 'สัญญาจ้างทำของ' สถ. x มศว 133 ล้าน กุมชะตาผู้สมัครสอบท้องถิ่น 4 แสนราย

เจาะ 'สัญญาจ้างทำของ' สถ. x มศว 133 ล้าน กุมชะตาสมัครสอบท้องถิ่น 4 แสนราย

26 มิ.ย. 69 | 07:48 น.
อัปเดตล่าสุด :26 มิ.ย. 69 | 08:57 น.

เปิดรายละเอียด 'สัญญาจ้างทำของ' การสอบท้องถิ่น ระหว่าง สถ. กับ มศว มูลค่า 133 ล้านบาท ในการจัดสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเป็นข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น ประจำปี 2569 เป็นคดีใหญ่จับกุมขบวนการแก้คะแนน เสียหายยับ 4.5 พันล้าน

KEY

POINTS

  • กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) ทำสัญญาจ้างมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว) มูลค่า 133.6 ล้านบาท เพื่อจัดสอบแข่งขันข้าราชการส่วนท้องถิ่นแก่ผู้สมัครกว่า 4 แสนคน
  • ขอบเขตของสัญญาครอบคลุมการดำเนินการสอบทั้งกระบวนการ ตั้งแต่การออกข้อสอบ จัดหาสนามสอบ ตรวจกระดาษคำตอบ จนถึงการประมวลผลและประกาศรายชื่อ
  • มศว ได้รับการคัดเลือกให้เป็นผู้ชนะการประมูล แม้จะเสนอราคาสูงกว่าคู่แข่ง โดย สถ. ให้เหตุผลว่าเป็นผู้ที่มีคุณสมบัติและได้ "คะแนนรวมสูงสุด"
  • สัญญานี้อยู่ภายใต้การตรวจสอบอย่างเข้มข้น หลังเกิดกรณีทุจริตแก้ไขคะแนนสอบ ซึ่งนำไปสู่การตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงและเกิดการแถลงการณ์โต้ตอบกัน

วิกฤตศรัทธาในระบบราชการไทยผ่าน "ทฤษฎีผลไม้มีพิษ" จากปฏิบัติการทลายขบวนการแก้ไขคะแนนสอบข้าราชการส่วนท้องถิ่น ปี 2568 ที่พบการลักลอบนำสำเนากระดาษคำตอบกว่า 3,000 ชุดไปแก้ไขคะแนนภายนอก เพื่อเอื้อประโยชน์ให้ผู้ที่ยอมจ่ายเงินรายละ 3.5 - 8 แสนบาท จนประเมินมูลค่าความเสียหายได้สูงถึง 4,500 ล้านบาท

เรื่องนี้ไม่ได้เป็นเพียงคดีอาญา แต่ลามไปถึงการตรวจสอบธรรมาภิบาลในสัญญาระหว่างหน่วยงานรัฐและสถาบันการศึกษา มูลค่ากว่า 133 ล้านบาท ท่ามกลางการออกแถลงการณ์โต้ตอบและชี้แจงกันไปมา

เจาะไส้ใน "สัญญาจ้างทำของ" 133 ล้าน

ฐานเศรษฐกิจ ตรวจสอบพบ รายละเอียดสัญญารับจ้างทำของ เลขที่ 6/2569 ที่กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) บรรลุข้อตกลงจ้างมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว) ดำเนินงาน "จัดสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเป็นข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น ประจำปี 2569 " โดยครอบคลุมการจัดการสอบทั่วประเทศท่ามกลางการจับตามองเรื่องความโปร่งใสและการรักษาความลับระดับสูงสุด พบข้อมูลสำคัญดังนี้

คู่สัญญาและการลงนาม

สัญญาจ้างทำของเลขที่ 6/2569 ฉบับนี้ลงวันที่ 24 ตุลาคม พ.ศ. 2568 เป็นการลงนามระหว่าง กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น โดย ร้อยตำรวจโท ภพชนก ชลานุเคราะห์ รองอธิบดี ปฏิบัติราชการแทนอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (ผู้ว่าจ้าง) กับ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ โดย นายเรืองเดช ศิริกิจ ผู้อำนวยการสำนักทดสอบทางการศึกษาและจิตวิทยา (ผู้รับจ้าง)

สำหรับจำนวนหน้าของเอกสารทั้งหมดประกอบด้วยตัวสัญญาหลัก และเอกสารแนบท้าย 4 ผนวก ได้แก่ ขอบเขตงาน (TOR) จำนวน 28 หน้า, ข้อเสนอราคา 8 หน้า, ข้อเสนอทางเทคนิค 228 หน้า และหนังสือมอบอำนาจ 42 หน้า รวมทั้งสิ้นกว่า 300 หน้า

วงเงินสัญญาและสาระสำคัญการจ้าง

วงเงินรวมของสัญญาอยู่ที่ 133,636,608 บาท โดยมีสาระสำคัญ คือการจ้างเหมาดำเนินการสอบแข่งขันฯ ครอบคลุมตั้งแต่การจัดหาสถานที่สอบ, การออกข้อสอบ (ภาค ก, ภาค ข และ ภาค ค), การจัดพิมพ์และขนส่งข้อสอบ, การตรวจกระดาษคำตอบ ไปจนถึงการประมวลผลคะแนนและประกาศรายชื่อผู้สอบผ่าน สำหรับผู้สมัครสอบจำนวนทั้งสิ้น 438,277 คน แบ่งเป็น 10 เขตสอบทั่วประเทศ ดังนี้ 

  1. ภาคกลาง เขต 1: จำนวนที่นั่งสอบ 62,037 คน
  2. ภาคกลาง เขต 2: จำนวนที่นั่งสอบ 50,875 คน
  3. ภาคกลาง เขต 3: จำนวนที่นั่งสอบ 26,894 คน
  4. ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เขต 1: จำนวนที่นั่งสอบ 37,219 คน
  5. ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เขต 2: จำนวนที่นั่งสอบ 26,751 คน
  6. ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เขต 3: จำนวนที่นั่งสอบ 36,442 คน
  7. ภาคเหนือ เขต 1: จำนวนที่นั่งสอบ 43,924 คน
  8. ภาคเหนือ เขต 2: จำนวนที่นั่งสอบ 50,301 คน
  9. ภาคใต้ เขต 1: จำนวนที่นั่งสอบ 67,322 คน (เขตที่มีจำนวนผู้สมัครสูงที่สุด)
  10. ภาคใต้ เขต 2: จำนวนที่นั่งสอบ 36,512 คน

พันธกิจของผู้รับจ้าง (มศว) ในทั้ง 10 เขต

ภายใต้ข้อตกลงในสัญญา มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒในฐานะผู้รับจ้าง จะต้องดำเนินการจัดการในแต่ละเขตสอบดังนี้

1. การจัดหาสถานที่ ต้องจัดหาสถานที่สอบข้อเขียน (ภาค ก และ ภาค ข) ให้เพียงพอกับจำนวนผู้สมัครในแต่ละเขต โดยต้องคำนึงถึงการเดินทางและความสะดวกของผู้เข้าสอบ

2. การบริหารจัดการศูนย์อำนวยการสอบ ต้องจัดตั้งศูนย์อำนวยการสอบประจำจังหวัดในทั้ง 10 เขต (หรือตามที่ สถ. กำหนด) ซึ่งในแต่ละศูนย์จะต้องมีโครงสร้างการทำงานที่ชัดเจน ทั้งฝ่ายอำนวยการ, ฝ่ายรับ-ส่งข้อสอบ, ฝ่ายประสานงาน และฝ่ายรักษาความปลอดภัย

3. การจัดทำข้อมูลสนามสอบ ผู้รับจ้างต้องจัดทำบัญชีรายชื่อผู้สมัครสอบจำแนกเป็นห้องสอบและสถานที่สอบ พร้อมแผนที่ตั้งสนามสอบทุกแห่งในทุกเขต เพื่อประชาสัมพันธ์ให้ผู้สมัครทราบล่วงหน้า

4. มาตรการสำหรับผู้พิการ ในทุกเขตสอบ จะต้องมีการจัดหาสถานที่และที่นั่งสอบที่เหมาะสมสำหรับผู้สมัครสอบที่มีความพิการหรือต้องการความช่วยเหลือเป็นพิเศษด้วย

ทั้งนี้ จำนวนผู้สมัครในแต่ละเขตอาจมีการเปลี่ยนแปลงเพิ่มขึ้นได้ตามประกาศรับสมัคร ซึ่งหากมีการเพิ่มจำนวนผู้สมัคร ผู้รับจ้างจะต้องจัดที่นั่งสอบเพิ่มเติมให้เพียงพอโดยไม่คิดค่าใช้จ่ายเพิ่ม

รายละเอียดการส่งมอบงาน 3 งวด

การจ่ายเงินค่าจ้างจะแบ่งออกเป็น 3 งวด ตามความสำเร็จของงาน ดังนี้

  • งวดที่ 1 (30% - 40,090,982.40 บาท): ส่งมอบบัญชีรายชื่อห้องสอบ สถานที่สอบ แผนที่ และผังสถานที่สอบ,
  • งวดที่ 2 (30% - 40,090,982.40 บาท): ส่งมอบรายงานประมวลผลคะแนนสอบภาค ก และ ภาค ข และรายชื่อผู้สอบผ่านตามเกณฑ์,
  • งวดที่ 3 (40% - 53,454,643.20 บาท): ส่งมอบรายงานประมวลผลการสัมภาษณ์ (ภาค ค) และสรุปผลผู้สอบแข่งขันได้ในแต่ละตำแหน่ง,

สิ่งที่ต้องทำ (มาตรการรักษาความลับ)

  1. การออกข้อสอบต้องทำในสถานที่ปิด (มิดชิด) และมีระบบป้องกันความปลอดภัย 100%
  2. เจ้าหน้าที่ที่มีส่วนเกี่ยวข้องต้องถูกเก็บตัวและห้ามติดต่อสื่อสารกับบุคคลภายนอกจนกว่าการสอบจะเสร็จสิ้น
  3. ต้องใช้ระบบ GPS ติดตามยานพาหนะขนส่งข้อสอบแบบ Real-time และมีรถตำรวจนำขบวน
  4. ต้องจัดทำมาตรการความลับในระดับ "ลับที่สุด" เพื่อป้องกันข้อสอบรั่วไหล

ข้อห้ามสำคัญ

  • ห้ามจ้างช่วงงาน ผู้รับจ้างห้ามนำงานทั้งหมดหรือบางส่วนไปจ้างช่วงต่อให้ผู้อื่น เว้นแต่จะได้รับอนุญาตเป็นหนังสือจากผู้ว่าจ้าง
  • ห้ามคัดลอกหรือเผยแพร่ข้อมูล ห้ามผู้รับจ้างหรือพนักงานนำข้อมูลผู้สมัครสอบไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์อื่นหรือแสวงหาประโยชน์ส่วนตัว
  • ห้ามใช้กรรมการที่เป็นติวเตอร์ กรรมการออกข้อสอบต้องไม่เป็นผู้สอนพิเศษ (ติวเตอร์) ในสถาบันการศึกษาใดๆ

เงื่อนไขค่าปรับและการผิดสัญญา

สัญญาฉบับนี้ระบุเงื่อนไขการปรับที่รุนแรงเพื่อป้องกันความล่าช้า

1. กรณีงานล่าช้า หากไม่สามารถทำงานให้แล้วเสร็จตามกำหนด จะถูกปรับเป็นรายวันในอัตรา ร้อยละ 0.10 ของวงเงินสัญญา หรือคิดเป็นเงิน 133,636.60 บาทต่อวัน

2. กรณีผิดเงื่อนไขจ้างช่วง หากแอบไปจ้างช่วงโดยไม่ได้รับอนุญาต จะถูกปรับ ร้อยละ 10 ของวงเงินงานที่จ้างช่วงนั้น

หากเกิดความเสียหายใดๆ ในระหว่างปฏิบัติงาน ผู้รับจ้างต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมดในการแก้ไขให้เรียบร้อยภายใน 15 วัน

สรุปไทม์ไลน์แถลงการณ์สำคัญ

มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว) – แถลงการณ์ 2 ฉบับ

  • ฉบับที่ 1 (24 มิถุนายน 2569): ยืนยันปฏิบัติหน้าที่ด้วยความสุจริตตามมาตรฐานวิชาการ และกำลังพิจารณาตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง
  • ฉบับที่ 2 (26 มิถุนายน 2569): ประกาศตั้งคณะกรรมการสอบหาข้อเท็จจริง ขีดเส้นตายต้องรู้ผลภายใน 7 วัน (นับจาก 23 มิ.ย.) พร้อมยืนยันว่าได้ส่งมอบเอกสารและหลักฐานสำคัญให้สำนักงาน ป.ป.ช. เรียบร้อยแล้ว และท้าให้ผู้กล่าวหาเปิดหน้าชกหากมีหลักฐานการเรียกรับผลประโยชน์จริง

แถลงการณ์กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.)

  • แถลงการณ์ชี้แจง (23 มิถุนายน 2569): ยืนยันว่าการจ้าง มศว เป็นไปตามมติ กสถ. และมีภาคีเครือข่าย 7 องค์กร (รวม ป.ป.ช. และ บก.ปปป.) ร่วมสังเกตการณ์ในทุกขั้นตอน
  • คำสั่งชะลอการบรรจุ (24 มิถุนายน 2569): สถ. ออกหนังสือด่วนที่สุดแจ้งชะลอการบรรจุผู้สอบได้ในวันที่ 1 กรกฎาคมออกไปก่อนทุกจังหวัดเพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริง
  • คำสั่งยกเลิกการชะลอ (26 มิถุนายน 2569): หลังการประชุม ก.กลาง กรมฯ มีมติยกเลิกคำสั่งชะลอ และให้รายงานตัวบรรจุตามปกติในวันที่ 1 กรกฎาคม เพื่อคุ้มครองสิทธิ์ผู้สุจริต โดยระบุว่าหากพบทุจริตภายหลังจะสั่งให้พ้นจากตำแหน่งและตัดสิทธิ์สอบตลอดชีวิต

เปิดตัวเลขขุมทรัพย์ 133 ล้าน มศว ชนะเกณฑ์ "คะแนนรวมสูงสุด"

จากการตรวจสอบฐานข้อมูลจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ (e-GP) ของกรมบัญชีกลาง พบว่าในการประกวดราคาจ้างเหมาดำเนินการสอบแข่งขันฯ ด้วยวิธี e-bidding ครั้งนี้ มีผู้ยื่นข้อเสนอรวม 3 ราย โดยมีรายละเอียดราคาดังนี้

  • มรภ.สุรินทร์: เสนอราคา 98,612,325 บาท (ต่ำที่สุดในบรรดาผู้ยื่นประมูล)
  • มศว: เสนอราคา 133,236,208 บาท
  • หจก.เอ็น บี เค อินเตอร์ เซอร์วิส: เสนอราคา 129,568,320 บาท

รายงานข่าวระบุว่า แม้ มรภ.สุรินทร์ จะเสนอราคาต่ำกว่าราคากลาง (139.3 ล้านบาท) ถึงเกือบ 40 ล้านบาท แต่ทางกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) โดยนายนฤชา โฆษาศิวิไลซ์ อธิบดี สถ. ในขณะนั้น ได้ลงนามประกาศให้ มศว เป็นผู้ชนะการประกวดราคา เมื่อวันที่ 26 มิถุนายน 2568 โดยให้เหตุผลว่า มศว เป็นผู้ที่มีคุณสมบัติและข้อเสนอทางเทคนิคถูกต้องครบถ้วน และเป็นผู้ที่ได้ "คะแนนรวมสูงสุด"

ภายหลังการประกาศผล มรภ.สุรินทร์ ได้ดำเนินการยื่นอุทธรณ์ผลการประกวดราคาต่อกรมบัญชีกลาง เนื่องจากมองว่าตนเองเป็นผู้เสนอราคาต่ำที่สุด อย่างไรก็ตาม นายนฤชา โฆษาศิวิไลซ์ ได้ออกเอกสารข่าวชี้แจงว่า กระบวนการคัดเลือกเป็นไปตามระเบียบพัสดุ ซึ่งไม่ได้ใช้เกณฑ์ราคาเพียงอย่างเดียว แต่ใช้เกณฑ์การประเมินคะแนนประสิทธิภาพและคุณภาพ (Technical Score) ร่วมด้วย

ต่อมาในวันที่ 8 ตุลาคม 2568 คณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์และข้อร้องเรียน กรมบัญชีกลาง ได้มีคำวินิจฉัย ยกคำร้องอุทธรณ์ของ มรภ.สุรินทร์ โดยยืนยันว่ากระบวนการจัดซื้อจัดจ้างของ สถ. เป็นไปตามขั้นตอนปกติของกฎหมาย ทำให้ มศว ได้เข้าลงนามในสัญญาจ้างอย่างเป็นทางการในวันที่ 24 ตุลาคม 2568