thansettakij
thansettakij
ผ่าตัดใหญ่ 2 กระทรวง ควบรวม‘วธ.-ท่องเที่ยว’ แยกกีฬาบูมเศรษฐกิจ

ผ่าตัดใหญ่ 2 กระทรวง ควบรวม‘วธ.-ท่องเที่ยว’ แยกกีฬาบูมเศรษฐกิจ

02 ก.ค. 69 | 07:47 น.
อัปเดตล่าสุด :02 ก.ค. 69 | 08:02 น.

รัฐบาลเดินหน้า ปรับโครงสร้างระบบราชการ ลุยควบรวม “กระทรวงวัฒนธรรมท่องเที่ยว” ใช้โมเดลจีน-มาเลเซีย ดันทุนวัฒนธรรมสร้างรายได้ประเทศ และตั้ง “กระทรวงกีฬา” ให้โดดเด่น จ่อเข้าครม. คาดคลอดปลายปี 2569

ความคืบหน้าปรับปรุงโครงสร้างระบบราชการไทย เป็นการผ่าตัดใหญ่ หน่วยงานระดับกระทรวง  คือการแยกงานด้านการท่องเที่ยวออกจากกีฬา เพื่อไปควบรวมกับกระทรวงวัฒนธรรม และการโอนย้ายสำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (DGA) ออกจากสำนักนายกรัฐมนตรี กลับไปอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) โดยที่ชัดเจนแล้ว คือ จากมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันที่ 30 มิ.ย.69 เห็นชอบร่างพระราชกฤษฎีกาปรับโครงสร้างสำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์การมหาชน) หรือ DGA ให้โอนย้ายอำนาจการกำกับดูแลจากเดิมที่ขึ้นตรงต่อสำนักนายกรัฐมนตรี ไปอยู่ภายใต้การดูแลของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) แทน 

DGA กลับคืนดีอี เติมเต็ม Digital Ecosystem

นางสาวอ้อนฟ้า เวชชาชีวะ เลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) ให้สัมภาษณ์พิเศษกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ว่า หลักการทำงานของ ก.พ.ร. ยุคนี้ เน้นความกระชับและประสิทธิภาพ ไม่เพิ่มจำนวนหน่วยงาน แต่หากลดต้องมีประสิทธิภาพ ทำงานตามภารกิจได้ดีเหมือนเดิมหรือว่าได้ดีกว่าเดิม 

การย้าย DGA จากสำนักนายกรัฐมนตรี กลับเข้าสู่กระทรวงดิจิทัลฯ เลขาฯก.พ.ร. ระบุว่า เป็นเรื่องของการจัดระเบียบระบบนิเวศ จากเดิมที่ DGA ถูกย้ายจากกระทรวงดีอีมาอยู่ที่สำนักนายกฯ เพื่อให้นายกรัฐมนตรีสั่งการได้โดยตรงในยุคหนึ่ง แต่ปัจจุบันกระทรวงดีอีมีหน่วยงานเฉพาะทางครบทุกด้านดิจิทัลแล้วทุกด้าน ทั้ง ETDA, สกมช., PDPC, depa และ BDI 

 “ดังนั้นการนำ DGA กลับมาจะช่วยให้ การเซต Ecosystem ให้อยู่ในลูปเดียวกัน จะได้นโยบายอันเดียวกัน มีการแบ่งงานกันทำ เกิดความชัดเจน โดยกระบวนการนี้จะทำได้รวดเร็วกว่าเนื่องจากเป็นการแก้ไขเพียงพระราชกฤษฎีกาจัดตั้ง DGA มาตราเดียวเพื่อเปลี่ยนตัวรัฐมนตรีกำกับดูแลเท่านั้น”
 

โมเดลใหม่ “กระทรวงวัฒนธรรมและการท่องเที่ยว”

ส่วนแผนการปรับปรุงโครงสร้างกระทรวงวัฒนธรรมและกระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา เลขาธิการ ก.พ.ร. ได้ฉายภาพชัดเจนถึงความจำเป็นในการ “รื้อ” เพื่อ “สร้าง” ภายใต้ข้อจำกัดของทรัพยากร พร้อมกับอธิบายแผนของรัฐบาลที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงรวมทั้งปลัดกระทรวงทั้งสองกระทรวงพูดคุยกันจบหมดแล้ว จะมีการตัดงานด้าน “ท่องเที่ยว” ออกจากกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เพื่อนำไปรวมกับกระทรวงวัฒนธรรม รัฐบาลมองว่าทุนทางวัฒนธรรมมีเยอะ แต่เรายังไม่ได้ถูกใช้ในการสร้างรายได้

 เลขาธิการ ก.พ.ร. เล่าว่า สำหรับโครงสร้างใหม่ของกระทรวงที่กำลังจะเปลี่ยนชื่อเป็น “กระทรวงวัฒนธรรมและการท่องเที่ยว” ซึ่งเป็นโมเดลการศึกษาจากหลายประเทศ เช่น จีน และมาเลเซีย ซึ่งให้ความสำคัญกับคำว่าวัฒนธรรมนำหน้า เพราะมองว่าวัฒนธรรมเป็นทุนที่สำคัญ จึงจะถูกแบ่งเป็น 2 คลัสเตอร์หลัก 1. ด้านอนุรักษ์ ทำหน้าที่ดูแลรากเหง้าและสมบัติของชาติ 2. ด้านส่งเสริมเศรษฐกิจ เป็นการใช้วัฒนธรรมเป็นตัวชูโรง เพื่อสร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจผ่านการท่องเที่ยว

ก้าวใหม่ “กระทรวงการกีฬา” ยกระดับสู่มาตรฐานโลก

ในขณะเดียวกัน รัฐบาลมีแผนจะยกระดับงานด้านกีฬาขึ้นเป็น “กระทรวงการกีฬา” โดยเฉพาะ เพื่อมุ่งเน้นการสร้างรายได้และมาตรฐานใหม่ให้กับประเทศ รัฐบาลมองว่าโอกาสของประเทศไทยในเรื่องนักกีฬา อุตสาหกรรมที่เกี่ยวกับกีฬา และการส่งเสริมให้คนไทยเป็นนักกีฬามืออาชีพเข้าสู่เวทีโลก เป็นสิ่งที่มีพื้นฐานที่จะทำได้และควรจะทำ นโยบายใหม่นี้จะเน้นไปที่อุตสาหกรรมการกีฬา วิทยาศาสตร์การกีฬา และการผลักดันให้ไทยเป็น Destination ของการจัดการแข่งขันระดับโลก เพื่อดึงดูดเม็ดเงินจากต่างชาติโดยใช้จุดแข็งเรื่อง Hospitality ของคนไทย

แผนการปรับปรุงโครงสร้างกระทรวงวัฒนธรรมและกระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา
 

ความยากในการควบรวมคือ “โครงสร้างระดับล่าง”

เลขาธิการ ก.พ.ร. ยอมรับว่าความยากที่แท้จริงของการควบรวมจะอยู่ที่การจัดระเบียบระดับกองภายใต้กฎกระทรวง ซึ่งอาจเกิดการทับซ้อนของหน้าที่ มุมที่อาจจะมีปัญหาคือตอนลงมาเคลียร์เจ้าหน้าที่ระดับล่าง จะกลายเป็นความซ้ำซ้อนกัน บางคนภารกิจเดิมหาย บางคนภารกิจเดิมเพิ่ม แต่เชื่อมั่นว่าปัญหาจะคลี่คลายได้เนื่องจากรัฐมนตรีและปลัดกระทรวงทั้งสองกระทรวงได้พูดคุยกันแล้ว และให้ความสำคัญกับการสื่อสารและรับฟังความคิดเห็นของเจ้าหน้าที่อย่างใกล้ชิด เพื่อให้กระทบต่อคนทำงานน้อยที่สุดบนหลักการที่ว่า งานต้องไม่ซ้ำซ้อน และจะไม่เพิ่มจำนวนคน

โครงสร้างกระทรวงใหม่ จ่อคิวเข้า ครม.

นางสาวอ้อนฟ้า กล่าวว่า ขณะนี้ร่าง พ.ร.บ.ปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม ดังกล่าว อยู่ที่สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี (สลค.) เพื่อรอคิวเข้าสู่การพิจารณา หาก ครม. เห็นชอบ ขั้นตอนต่อไปคือการเสนอเข้าสู่สภาผู้แทนราษฎรเพื่อออกเป็นกฎหมาย และตามด้วยการออกกฎกระทรวงเพื่อกำหนดรายละเอียดภายในกระทรวงใหม่ต่อไป

ปั้นกระทรวงเกรด A ดันวัฒนธรรมนำเศรษฐกิจ

ด้านนายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ขณะนี้การจัดทำร่างกฎหมายเพื่อปรับโครงสร้างกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาได้ดำเนินการเสร็จสิ้นแล้ว ขั้นตอนต่อไป ร่างกฎหมายแยกกระทรวงฯ จะถูกส่งไปยังสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี เพื่อเวียนสอบถามความเห็นหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง คาดว่าจะเข้าสู่การพิจารณาของ ครม. ในช่วงเดือนกรกฎาคม-สิงหาคม 2569 นี้ และหากเป็นไปตามแผนจะสามารถประกาศใช้ได้ภายในสิ้นปี 2569

 

ความคืบหน้าปรับปรุงโครงสร้างระบบราชการไทย

รายงานข่าวระบุว่า สำหรับรายละเอียดการโอนย้ายหน่วยงาน หน่วยงานหลักที่จะย้ายไปสังกัด กระทรวงวัฒนธรรมและการท่องเที่ยว ประกอบด้วย กรมการท่องเที่ยว, การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.), องค์การบริหารพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (อพท.) และกองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยว
 ส่วนทางด้าน กระทรวงการกีฬา จะประกอบด้วย สำนักงานปลัดกระทรวงการกีฬา, กรมพลศึกษา, มหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ และการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.), โดยการปรับโครงสร้างครั้งนี้จะเน้นการจัดสรรบุคลากรเดิมตามภารกิจ ไม่มีการเพิ่มอัตรากำลังพลเพื่อความประหยัดงบประมาณ

รายละเอียดการโอนย้ายหน่วยงาน