thansettakij
thansettakij
"ไอติม" ถลกงบดิจิทัลการศึกษา 2.6 หมื่นล้าน แฉพิรุธ TOR-ทุนใหญ่กินรวบ

"ไอติม" ถลกงบดิจิทัลการศึกษา 2.6 หมื่นล้าน แฉพิรุธ TOR-ทุนใหญ่กินรวบ

30 มิ.ย. 69 | 12:01 น.
อัปเดตล่าสุด :30 มิ.ย. 69 | 12:13 น.

พริษฐ์ วัชรสินธุ เปิดโปงงบ “เมกะโปรเจกต์” แพลตฟอร์มการเรียนรู้หมื่นล้าน ชี้พิรุธ TOR เอื้อเอกชนเครือข่ายเดียวกันกวาดเรียบทุกสัญญา จี้รัฐมนตรีตรวจเข้มก่อนภาษี ปชช. ถูกเผาผลาญ

KEY

POINTS

  • นายพริษฐ์ วัชรสินธุ อภิปรายงบประมาณปี 2570 ชี้ความผิดปกติในเมกะโปรเจกต์ด้านการศึกษาดิจิทัลมูลค่ากว่า 2.6 หมื่นล้านบาท
  • แฉเงื่อนไข TOR ที่มีพิรุธและส่อเอื้อประโยชน์ให้กลุ่มทุนใหญ่ โดยพบเครือข่ายบริษัทเดียวกันชนะการประมูล 7 โครงการ
  • ชี้ให้เห็นถึงความล้มเหลวของโครงการที่ลงทุนไปแล้วหลายพันล้าน แต่ผลลัพธ์ไม่คุ้มค่าและไม่ตอบโจทย์การใช้งานจริงของครู
  • เรียกร้องให้รัฐบาลตรวจสอบโครงการย้อนหลัง เพื่อป้องกันการใช้เงินภาษีเอื้อประโยชน์ให้เอกชนบางกลุ่มโดยเอาการศึกษาบังหน้า

ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร วันที่ 30 มิถุนายน 2569 เพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ได้อภิปราย ชี้ให้เห็นถึงความผิดปกติในงบประมาณด้านการศึกษา โดยเฉพาะโครงการในโลกดิจิทัลที่นายพริษฐ์เรียกว่าเป็น “อภิมหาโครงการ” หรือเมกะโปรเจกต์แพลตฟอร์มการเรียนรู้ที่มีมูลค่ารวมสูงถึงกว่า 2.6 หมื่นล้านบาท

เปรียบเทียบงบมหาศาล เท่ากับ 5 กระทรวงรวมกัน

นายพริษฐ์ ระบุว่าโครงการดังกล่าวถูกผลักดันมาตั้งแต่สมัยพรรคภูมิใจไทยบริหารกระทรวงศึกษาธิการ และกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดยแบ่งเป็น 4 โครงการหลักในร่างงบประมาณปี 2570 ได้แก่

  1. โครงการ Anywhere Anytime (NDLP) งบประมาณสูงถึง 17,000 ล้านบาท สำหรับพัฒนาแพลตฟอร์มและแจกแท็บเล็ตนักเรียน ม.ปลาย
  2. Skill Credit Portfolio (ศธ.) งบประมาณ 3,000 ล้านบาท สำหรับแนะแนวและสะสมหน่วยกิตเด็กประถม-มัธยม
  3. Skill Credit Portfolio (อว.) งบประมาณ 5,000 ล้านบาท สำหรับนักศึกษา 1.6 ล้านคน
  4. National Credit Bank (อว.) งบประมาณ 300 ล้านบาท เพื่อเทียบโอนหน่วยกิต

นายพริษฐ์ ชี้ให้เห็นว่า งบประมาณรวม 26,000 กว่าล้านบาทนี้ มีมูลค่าเทียบเท่ากับงบประมาณประจำปีของ 5 กระทรวงรวมกัน คือ กระทรวงพาณิชย์, อุตสาหกรรม, การท่องเที่ยวและกีฬา, วัฒนธรรม และพลังงาน

ลงทุนหลักพันล้าน แต่ผลลัพธ์ "สอบตก"

แม้เป้าหมายโครงการจะดูดี แต่นายพริษฐ์ ตั้งคำถามถึงความคุ้มค่า โดยยกตัวอย่างแพลตฟอร์ม NDLP ที่ลงทุนไปแล้วกว่า 2,000 ล้านบาท และนำร่องใช้ใน 1,000 โรงเรียนทั่วประเทศ กลับพบเสียงสะท้อนจากครูว่าสื่อการสอนไม่ครบถ้วน ฟีเจอร์ใช้งานยาก ไม่ยืดหยุ่น และการสนับสนุนจากส่วนกลางล่าช้าอย่างมาก เช่น การส่งหนังสือแจ้งอบรมล่วงหน้าเพียง 3 วัน ทำให้ครูเข้าร่วมไม่ทัน

แฉทิศทางนโยบายกลับไปกลับมา

นอกจากปัญหาระบบ นายพริษฐ์ ยังวิจารณ์ความสับสนของนโยบายรัฐบาลปัจจุบัน โดยเฉพาะเรื่องการแจกแท็บเล็ตที่ตัวแทนพรรคเดียวกับรัฐมนตรีเคยคัดค้านช่วงดีเบตเลือกตั้ง แต่ปัจจุบันกลับเดินหน้าแจกโดยใช้งบหมื่นล้านโดยไม่มีคำอธิบายที่ชัดเจน รวมถึงนโยบายคุมเด็กติดจอที่สวนทางกับการประกาศจับมือกับ TikTok ผลิตคลิปสั้น 2 นาทีเพื่อการศึกษา และที่น่าประหลาดใจที่สุดคือ โครงการ Skill Credit Portfolio ของ สพฐ. ที่รัฐมนตรีเคยบอกว่าจะทบทวนความคุ้มค่าและความโปร่งใส แต่ในร่างงบปี 2570 กลับพบว่ามีการเพิ่มงบประมาณขึ้นเท่าตัวจาก 1,600 ล้านบาท เป็น 3,100 ล้านบาท

นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน อภิปราย ชี้ให้เห็นถึงความผิดปกติในงบประมาณด้านการศึกษา
 

เปิดพิรุธ TOR และเครือข่ายบริษัท "กินรวบ" 7 จาก 7 สัญญา

ประเด็นข้อพิรุธในการจัดซื้อจัดจ้าง นายพริษฐ์ระบุว่ามีการ "เลี่ยงบาลี" ในโครงการ NDLP เฟส 1 โดยจัดหมวดหมู่เป็นการ "จ้างที่ปรึกษา" ทั้งที่เป็นการพัฒนาแพลตฟอร์มและผลิตสื่อ เพื่อจำกัดการแข่งขันให้เหลือเฉพาะบริษัทที่ขึ้นทะเบียนที่ปรึกษากับกระทรวงการคลัง, นอกจากนี้ในโครงการเครดิตแบงก์ของ อว. ยังมีการกำหนดเงื่อนไขประหลาด ให้ผู้ชนะต้องประชาสัมพันธ์ผ่านจอดิจิทัล 6,000 จอในร้านสะดวกซื้อ และ 30 จอที่สนามบินสุวรรณภูมิ ซึ่งไม่สอดคล้องกับกลุ่มเป้าหมายนักศึกษาที่มีความต้องการเฉพาะ

จากการวิเคราะห์รายชื่อบริษัท 23 แห่งที่มีส่วนเกี่ยวข้อง นายพริษฐ์พบว่ามี 5 บริษัท ตัวย่อ บริษัท A, B, G, I, J ที่อยู่ในอาณาจักรหรือเครือข่ายเดียวกัน ทั้งการถือหุ้นและใช้ที่ตั้งอาคารเดียวกัน โดยเครือข่ายนี้สามารถชนะการประกวดราคาได้ถึง 7 จาก 7 โครงการ หากไม่นับโครงการที่มหาวิทยาลัยหรือรัฐวิสาหกิจชนะ ขณะที่บริษัทที่มาร่วมประเมินราคากลางก็มักจะเป็นบริษัทเดิมๆ เช่น บริษัทที่เชี่ยวชาญด้านตู้เครื่องดื่มอัตโนมัติแต่กลับมาร่วมประเมินราคาแพลตฟอร์มการเรียนรู้ถึง 4 โครงการ

จี้รัฐบาลตรวจสอบย้อนหลัง "ที่ไหนมีควัน ที่นั่นมีไฟ"

นายพริษฐ์ สรุปทิ้งท้ายว่า เมกะโปรเจกต์นี้อาจถูกริเริ่มขึ้นเพื่อเพิ่มกำไรให้กลุ่มทุนบางกลุ่มโดยเอาการศึกษาบังหน้า และเรียกร้องให้รัฐมนตรีทั้งสองกระทรวงตรวจสอบโครงการย้อนหลังอย่างเข้มข้น แม้จะต้องขัดใจเพื่อนร่วมรัฐบาล เพื่อป้องกันไม่ให้เงินภาษีหมื่นล้านถูกขโมยไปช่วยคนรวยไม่กี่คน โดยย้ำเตือนรัฐบาลด้วยประโยคของนายกรัฐมนตรีเองว่า “ที่ไหนมีควัน ที่นั่นมีไฟ” และข้อมูลที่นำเสนอวันนี้คือควันที่ชัดเจนเพียงพอแล้ว

นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน