
"สุรศักดิ์" กางงบปี 70 กว่า 1.5 หมื่นล้าน เคลียร์ชัดไร้เงินค้างจ่ายนักกีฬา
รมว.ท่องเที่ยวฯ แจงยิบงบปี 70 กว่า 1.5 หมื่นล้านบาท พร้อมโต้ข่าวค้างจ่ายเงินรางวัล ยันเงินถึงมือนักกีฬากว่า 80% เตรียมปั้นเยาวชน 3 แสนคนสู่มืออาชีพ สร้างรายได้ยั่งยืนจากรากหญ้า
นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ลุกขึ้นชี้แจงต่อที่ประชุมสภาฯ ถึงกรอบงบประมาณปี 2570 วงเงินกว่า 1.5 หมื่นล้านบาท โดยเน้นย้ำความโปร่งใสในการบริหารจัดการเงินกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ พร้อมโต้ประเด็นงบไม่ถึงมือนักกีฬาและข่าวเงินค้างจ่าย ยันรัฐบาลให้ความสำคัญกับการสร้างรากฐานเยาวชนและกระจายรายได้สู่ชุมชนผ่านการท่องเที่ยวคุณภาพ
กางตัวเลข 1.5 หมื่นล้าน แบ่งสัดส่วนท่องเที่ยว-กีฬา 60:40
นายสุรศักดิ์ เปิดเผยข้อมูล ผ่านอินโฟกราฟิกถึงกรอบวงเงินงบประมาณปี 2570 ของกระทรวงฯ ที่ตั้งไว้รวม 15,061.6146 ล้านบาท โดยแบ่งเป็นงบด้านการท่องเที่ยวประมาณ 9,104 ล้านบาท และด้านการกีฬาอีก 5,897 ล้านบาท หรือคิดเป็นสัดส่วน 60 ต่อ 40 เปอร์เซ็นต์ โดยในภาคการท่องเที่ยวนั้นจะมุ่งเน้น 4 เสาหลักสำคัญ คือ การสร้างรายได้เศรษฐกิจฐานรากและท่องเที่ยวชุมชน, การดึงดูดนักท่องเที่ยวคุณภาพผ่าน Wellness และ Pink Economy, การสร้างภาพลักษณ์ความปลอดภัยตามนโยบายนายกรัฐมนตรี และการส่งเสริมการท่องเที่ยวที่ยั่งยืนควบคู่ไปกับการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม
แก้ปัญหาสนามกีฬาร้าง พร้อมปั้นเยาวชน 3 แสนคน
ในส่วนของภาคการกีฬา รัฐมนตรีฯ ระบุว่าจุดเน้นสำคัญคือการพัฒนาศักยภาพเยาวชนให้เติบโตอย่างมีวินัยและเป็นทรัพยากรมนุษย์ที่มีคุณภาพ โดยเตรียมทำโครงการนำร่องใน 2 ประเภทกีฬาคือ ฟุตบอลและวอลเลย์บอล ตั้งแต่ระดับอำเภอไปจนถึงระดับประเทศ ซึ่งคาดว่าจะมีเยาวชนเข้าร่วมกว่า 300,000 คน นอกจากนี้ยังให้ความสำคัญกับการยกระดับโครงสร้างพื้นฐาน โดยยืนยันว่าปัญหา "สนามกีฬาที่ถูกทิ้งร้าง" หรือสร้างไม่เสร็จจะต้องได้รับการแก้ไขอย่างชัดเจนในยุคที่ตนกำกับดูแล
เคลียร์ปมเงินค้างจ่าย ยันงบถึงมือนักกีฬากว่า 80%
นายสุรศักดิ์ ได้ชี้แจงข้อสงสัยของสมาชิกสภาฯ กรณีเงินกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ โดยปฏิเสธตัวเลขที่ระบุว่าเงินถึงมือนักกีฬาเพียง 8% โดยยืนยันว่าจากการตรวจสอบพบว่าเงินถึงนักกีฬาทั้งทางตรงและทางอ้อมสูงถึง 80% ไม่ว่าจะเป็นเงินรางวัล ทุนการศึกษา เบี้ยเลี้ยงฝึกซ้อม และการสนับสนุนผ่านสมาคมกีฬาต่างๆ เพื่อส่งนักกีฬาไปแข่งขันระดับนานาชาติ
สำหรับประเด็นเงินค้างจ่าย 291 ล้านบาทนั้น รัฐมนตรีฯ ยืนยันหนักแน่นว่า "ไม่มีเงินค้างจ่ายนักกีฬาเลย" โดยยกตัวอย่างเงินรางวัลเรือยาวมังกรและกีฬามหาวิทยาลัยโลกที่จ่ายครบถ้วนแล้วตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2568 ส่วนเงินรางวัลโอลิมปิกเกมส์ 2024 ที่ยังจ่ายไม่ครบ 21.6 ล้านบาทนั้น ไม่ใช่การค้างจ่าย แต่เป็นความประสงค์ของตัวนักกีฬาเองที่ขอรับเป็นรายเดือนตามสิทธิ์ที่เลือกได้
ยกระดับความโปร่งใส โอนเงินตรงเข้าบัญชีนักกีฬา
เพื่อป้องกันปัญหาเดิมๆ เช่น นักกีฬาได้เงินช้า หรือได้ไม่ครบ กระทรวงฯ ได้มีนโยบายโอนเงินเบี้ยเลี้ยงและเงินรางวัลเข้าบัญชีนักกีฬาโดยตรงโดยไม่ผ่านสมาคม ซึ่งเริ่มทดลองใช้แล้วในรายการเอเชียนบีชเกมส์และกีฬาเยาวชนแห่งชาติ และได้รับผลตอบรับที่ดีมาก พร้อมทั้งยืนยันว่าต่อไปนี้ทุกสมาคมกีฬาจะได้รับการจัดสรรงบประมาณที่เป็นธรรม มีตัวเลขพื้นฐานที่ชัดเจนเพื่อให้สามารถวางแผนการบริหารงานได้ล่วงหน้า โดยจะใช้ดัชนีชี้วัดผลงาน (KPI) เป็นเกณฑ์ในการพิจารณาเพื่อให้เกิดความคุ้มค่ากับงบประมาณมากที่สุด







