
'มัลลิกา' น้อมรับมติคนกรุง ขอบคุณทุกคะแนนเสียง'เลือกตั้งผู้ว่าฯกทม.'
ดร.มัลลิกา ประกาศยอมรับผลคะแนน-ยินดีผู้ชนะเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม. และขอบคุณทุกคะแนนเสียง พร้อมเปิดให้นำ 14 ยุทธศาสตร์ไปต่อยอดเพื่อประโยชน์ของคนกรุงเทพฯ
KEY
POINTS
- ดร.มัลลิกา น้อมรับผลการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. และขอบคุณทุกคะแนนเสียงที่ประชาชนมอบให้
- แสดงความยินดีกับผู้ชนะการเลือกตั้ง พร้อมฝากนโยบาย 14 ยุทธศาสตร์ให้นำไปปรับใช้เพื่อประโยชน์ของคนกรุงเทพฯ
- ยืนยันว่าจะไม่นำฐานคะแนนเสียงที่ได้รับไปจัดตั้งพรรคการเมือง และจะกลับไปทำธุรกิจส่วนตัว
เกาะติดสถานการณ์เลือกตั้งผู้ว่าฯกทม. หลังมีการปิดหีบและนับคะแนนตั้งแต่ช่วงเย็นที่ผ่านมา ล่าสุด ณ เวลา 20.20 น. ผลการเลือกตั้งอย่างไม่เป็นทางการ นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ มีคะแนนนำโด่งเป็นอันดับ 1 ส่วนอันดับ 2 ดร.มัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข และอันดับ 3 นายชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร
ล่าสุด ดร.มัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข ผู้สมัครผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร หมายเลข 14 ที่ได้คะแนนตามมาในอันดับ 2 ได้ออกมาแถลงขอบคุณประชาชนคนกรุงเทพมหานครที่ออกมาใช้สิทธิเลือกตั้ง และขอบคุณผู้ที่เลือกตนเอง ซึ่งถือเป็นพลังบริสุทธิ์ที่ต้องการจะให้เกิดความเปลี่ยนแปลงในกรุงเทพมหานคร ขณะเดียวกันก็ขอแสดงความยินดี กับผลคะแนนของผู้ที่ชนะการเลือกตั้ง
"ขอกราบขอบพระคุณพี่น้องประชาชนคนกรุงเทพที่ออกมาใช้สิทธิ์ และขอขอบพระคุณทุกคนที่เลือก ดร.มัลลิกา คะแนนที่บริสุทธิ์เหล่านี้เป็นคะแนนที่มาจากใจ เป็นการมอบพลังงาน และเป็นความพยายามที่จะให้เกิดความเปลี่ยนแปลงในกรุงเทพมหานคร ส่วนผลโหวตที่จะออกมาไม่ว่าผลลัพธ์จะออกมาในรูปแบบใด ก็ยอมรับเนื่องจากเป็นมติและสิทธิ์ที่ประกาศออกมาจากประชาชนตามระบอบประชาธิปไตย"
ดร.มัลลิกา กล่าวเพิ่มเติมว่า ตลอดช่วงการเลือกตั้งที่ผ่านมา ผู้สมัครทุกคนได้ร่วมแลกเปลี่ยนวิสัยทัศน์และแนวทางการพัฒนาเมืองผ่านเวทีดีเบตและการนำเสนอนโยบายอย่างสร้างสรรค์ ก็หวังเป็นอย่างยิ่งว่าผู้ที่จะเข้ามาบริหารกรุงเทพมหานครจะรับฟังเสียงสะท้อนจากประชาชน รวมถึงข้อเสนอและแนวคิดจากผู้สมัครทุกฝ่าย และนำไปพิจารณาปรับใช้เพื่อผลักดันให้กรุงเทพมหานครพัฒนาไปข้างหน้าอย่างเป็นรูปธรรม
ฝาก 14 ยุทธศาสตร์ไปต่อยอดปรับใช้เพื่อประโยชน์ของคนกรุงเทพฯ
ดร.มัลลิกา กล่าวเพิ่มเติมเกี่ยวกับนโยบายทั้ง 14 ยุทธศาสตร์ ที่ได้นำเสนอต่อประชาชนตลอดการหาเสียง โดยระบุว่า หากนโยบายหรือแนวคิดใดจาก 14 ยุทธศาสตร์สามารถนำไปต่อยอดหรือปรับใช้เพื่อแก้ปัญหาและพัฒนากรุงเทพมหานครได้ ก็สามารถนำไปใช้ได้อย่างเต็มที่ ไม่มีลิขสิทธิ์ทางความคิด เพราะเป้าหมายสูงสุดคือประโยชน์ของประชาชนและอนาคตที่ดีกว่าของกรุงเทพมหานคร
ย้ำชัดไม่ใช้ฐานคะแนนเสียงปูทางสู่การสร้างพรรคการเมือง
ดร.มัลลิกา กล่าวเพิ่มเติมว่า ตนเองอาสาเข้ามาสมัครและปวารณาตัวเพื่อทำหน้าที่เป็นผู้นำกรุงเทพมหานคร ไม่ได้มีเจตนาที่จะใช้คะแนนเสียงของชาวกรุงเทพฯ มาสร้างระบอบหรือจัดตั้งพรรคการเมืองต่อยอดเพื่ออนาคตส่วนตัว ซึ่งหลังจากสิ้นสุดภารกิจนี้ ก็จะกลับไปดำเนินธุรกิจส่วนตัวและทำหน้าที่ของตนเอง ขณะเดียวกันก็จะทำหน้าที่เป็นพลเมืองดีที่จะคอยติดตาม มอนิเตอร์ตรวจสอบ และเฝ้ามองการทำงานของกรุงเทพมหานครอยู่ห่าง ๆ ด้วยความเป็นห่วง







