
"มัลลิกา" ประกาศใช้ AI แก้น้ำท่วม-ดูแลกทม. ฟื้นสตรีทฟู้ดพาราไดซ์ 24 ชม.
ดร.มัลลิกา โชว์วิชั่น "Human Innovation" บนเวทีเนชั่นทีวี ปลุกคนกรุงเลือกผู้นำเพื่อเปลี่ยนเมือง ใช้เทคโนโลยี AI แก้น้ำท่วม-ความปลอดภัย ฟื้นเศรษฐกิจฐานราก ดัน กทม. เป็นเจ้าภาพเช่าที่ดินรัฐเพิ่มปอดให้คนเมือง ลั่นไม่รอแก้กฎหมาย พร้อมเป็น "ผู้ว่าฯ CEO" ดูแลคน 10 ล้านชีวิต
KEY
POINTS
- ชูนโยบายใช้นวัตกรรม AI Radar X Band พยากรณ์อากาศล่วงหน้า เพื่อวางแผนระบบระบายน้ำและแก้ปัญหาน้ำท่วมอย่างเป็นระบบ
- ผลักดันโครงการ "Street Food Paradise" โดยจัดโซนนิ่งทางเท้าและฟื้นฟูตลาดนัดกลางคืน เพื่อสร้างเศรษฐกิจหมุนเวียนตลอด 24 ชั่วโมง
- นำเทคโนโลยี AI มาเชื่อมต่อกับกล้อง CCTV ทั่วกรุงเทพฯ เพื่อเฝ้าระวังความปลอดภัยและบริหารจัดการปัญหาจราจร
ในการประชันวิสัยทัศน์โค้งสุดท้ายบนเวที "Nation Election DEBATE: ผู้ว่าฯ กรุงเทพ โอกาสของคนเมือง" จัดโดยเนชั่นทีวี ร่วมกับสถาบันพระปกเกล้า
ดร.มัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. ได้ประกาศตัวเป็นผู้นำแห่งการเปลี่ยนแปลง โดยเน้นย้ำว่าการเลือกตั้งครั้งนี้ไม่ใช่การให้โอกาสใครคนใดคนหนึ่งไปทำตามความฝัน แต่คือการเลือกเพื่อคุณภาพชีวิตและความมั่นคงของคนกรุงเทพฯ กว่า 10 ล้านคน ผ่านนโยบายที่เน้นนวัตกรรมและการบริหารจัดการเชิงรุก
ชู "Human Innovation" ใช้ AI บริหารเมืองอัจฉริยะ 24 ชั่วโมง
ดร.มัลลิกา นำเสนอแนวคิดหลักภายใต้ธีม "Human Innovation" เพื่อให้คนทุกเพศทุกวัยอยู่ร่วมกันได้ในสังคมยุคใหม่ โดยจะนำเทคโนโลยี AI Traic มาเชื่อมต่อกับระบบ CCTV ทั่วเมืองเพื่อให้กล้องมีชีวิต สามารถเฝ้าระวังความปลอดภัยและจัดการปัญหาจราจรได้ตลอด 24 ชั่วโมง
นอกจากนี้ยังมีนโยบายเปิดไฟสว่างทั่วเมืองเพื่อความปลอดภัย โดย กทม. จะบริหารงบประมาณอย่างมีธรรมาภิบาลเพื่อดูแลชีวิตประชาชน
ปฏิวัติระบบระบายน้ำด้วย "AI Radar X Band" และโมเดลแก้มลิงใต้ดิน
หัวใจสำคัญในการแก้ปัญหาน้ำท่วมคือการใช้เทคโนโลยี AI Radar X Band เพื่อประมวลผลสภาพอากาศล่วงหน้าตั้งแต่ชั้นก้อนเมฆ ทำให้สามารถวางแผนระบายน้ำและอพยพประชาชนได้อย่างเป็นระบบโดยอัตโนมัติ ลดการแทรกแซงจากการเมือง
นอกจากนี้ ดร.มัลลิกา ยังเสนอแผนสร้าง "พื้นที่รับน้ำซึมใต้ดิน" ตามโมเดลความสำเร็จของกรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น และการขุดลอกพื้นที่รับน้ำให้เพียงพอตั้งแต่ต้นปี โดยมีนโยบายเชิงรุกให้ กทม. สวมบทบาทเป็น "เจ้าภาพ" เช่าพื้นที่ว่างเปล่าจากหน่วยงานรัฐ เช่น พื้นที่การรถไฟ (มักกะสัน), พื้นที่ทหาร หรือที่ราชพัสดุ เพื่อนำมาทำแก้มลิงและสวนสาธารณะเพิ่มพื้นที่สีเขียวให้กับคนเมืองโดยไม่ต้องรอโอกาสในอนาคต
ฟื้นเศรษฐกิจปากท้อง "Street Food Paradise" และแอปฯ ทำเงิน
ในด้านเศรษฐกิจ ดร.มัลลิกา ประกาศจะฟื้นคืนอาชีพและความมั่นคงให้ประชาชนผ่านโครงการ Street Food Paradise โดยจะจัดโซนนิ่งทางเท้าให้มีเอกลักษณ์ความเป็นไทยและจูงใจนักท่องเที่ยว พร้อมฟื้นคืนชีวิตให้ตลาดนัดกลางคืน (Night Market) ในทุกเขต เพื่อให้เศรษฐกิจหมุนเวียนได้ตลอดเวลา
อีกหนึ่งนโยบายไฮไลท์คือการสร้าง E-commerce Application ของ กทม. ที่มีลักษณะคล้าย TikTok เพื่อเป็นช่องทางให้ชาวกรุงเทพฯ สร้างรายได้และขายสินค้า ซึ่งจะเป็นมรดกทางเศรษฐกิจที่ผู้ว่าฯ มอบไว้ให้เมือง
ยกระดับสาธารณสุข 69 แห่ง และบทบาท "ผู้ว่าฯ CEO"
ดร.มัลลิกา ตั้งเป้ายกระดับ ศูนย์บริการสาธารณสุขทั้ง 69 แห่ง ให้มีศักยภาพเทียบเท่าโรงพยาบาล เพื่อดูแลผู้สูงอายุและประชาชนในชุมชนอย่างทั่วถึง พร้อมย้ำจุดยืนการเป็นผู้นำแบบ CEO ที่เน้นการบูรณาการแบบ One Stop Service โดยไม่นำข้ออ้างเรื่องข้อจำกัดทางกฎหมายมาเป็นอุปสรรคในการทำงาน
"การเลือกผู้นำคือเลือกเพื่อให้ได้คนที่นำไปเปลี่ยนแปลงสู่สิ่งที่ดีขึ้น เราเลือกผู้นำไม่ใช่เพื่อให้โอกาสคนบางคนมีอำนาจต่อยอด แต่เราเลือกเพื่ออนาคตของลูกหลานชาว กทม. วิธีการเปลี่ยนที่ง่ายที่สุดคือเปลี่ยนคน ไม่ใช่รอเปลี่ยนกฎหมาย"
ดร.มัลลิกา ปิดท้ายด้วยความมั่นใจว่า ด้วยวิสัยทัศน์ (Vision) และความมุ่งมั่น (Passion) ที่พร้อมนำไปสู่การปฏิบัติ จะสามารถเปลี่ยนกรุงเทพฯ ให้เป็นเมืองที่ศิวิไลซ์ได้อย่างแท้จริง







