
กกต.สั่งสอบด่วน บัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งสส.หลุดเป็นกระดาษรองไข่ไก่
กกต.เต้นผาง สั่งสอบด่วน 48 ชม. ปมหลุดบัญชีรายชื่อพร้อมเลข 13 หลัก เป็น "กระดาษรองไข่ไก่" แฝงระเบิดเวลาท้าทายศาล รธน. ชี้ชะตาเลือกตั้งโมฆะ
KEY
POINTS
- มีการเปิดโปงกรณพบบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง สส. ที่มีข้อมูลส่วนตัวครบถ้วน หลุดไปเป็นกระดาษรองแผงไข่ไก่ใน จ.สมุทรปราการ
- กกต.ชี้แจงว่าเอกสารที่หลุดเป็น "แบบ ส.ส. 1/3" ซึ่งเป็นเอกสารราชการจริง แต่ไม่ใช่ใบที่ใช้เซ็นชื่อเพื่อรับบัตรเลือกตั้ง
- กกต.สั่งการด่วนให้ กกต.สมุทรปราการ ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงเพื่อหาตัวผู้รับผิดชอบ และให้รายงานผลกลับมาภายใน 48 ชั่วโมง
ระเบิดเวลาลูกใหม่สะเทือนความมั่นคง กกต. "ทนายอั๋น บุรีรัมย์" หอบหลักฐานบุกยื่นหนังสือถึงเลขาฯ กกต. แฉคลิปแม่ค้า อ.บางบ่อ นำเอกสารบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง สส. สมุทรปราการ ที่มีทั้งชื่อ-สกุล ที่อยู่ และเลขบัตรประชาชน 13 หลัก มาทำเป็น "กระดาษรองแผงไข่ไก่" ตั้งคำถามขยี้ปมความลับแตก-เสี่ยงเลือกตั้งเป็นโมฆะ ด้านสำนักงาน กกต. นั่งไม่ติดเก้าอี้ แจงพัลวันยันเป็นเพียงแบบ ส.ส. 1/3 ไม่ใช่ใบเซ็นรับบัตรในคูหา พร้อมสะบัดปากกาเซ็นคำสั่งด่วนจี๋ จี้ กกต.สมุทรปราการ ลงพื้นที่ลากตัวการรับผิดชอบ รายงานผลกลับใน 48 ชั่วโมง!
"ทนายอั๋น"แฉข้อมูลลับเลือก สส.หลุดว่อน
เมื่อวันที่ 23 มิถุนายน 2569 ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นายภัทรพงศ์ ศุภภักษร หรือ "ทนายอั๋น บุรีรัมย์" ได้เดินทางเข้ายื่นหนังสือร้องเรียนต่อเลขาธิการ กกต. อย่างเป็นทางการ จากกรณีที่เจ้าตัวได้เผยแพร่คลิปวิดีโอสร้างความตกตะลึงให้แก่สังคม
โดยเป็นภาพของแม่ค้าขายไข่ไก่ในพื้นที่ อ.บางบ่อ จังหวัดสมุทรปราการ นำเอกสารราชการสำคัญ ซึ่งเป็นบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) ที่มีข้อมูลส่วนบุคคลชั้นความลับ ทั้งชื่อ-นามสกุล เลขรหัสประจำบ้าน และเลขประจำตัวประชาชน 13 หลักของผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง มาใช้เป็นเศษกระดาษรองแผงไข่ไก่
นายภัทรพงศ์ ได้ตั้งข้อสังเกตและวิพากษ์วิจารณ์การทำงานของ กกต. อย่างเผ็ดร้อนว่า เอกสารที่มีความสำคัญและมีข้อมูลส่วนบุคคลหนาแน่นขนาดนี้ หลุดรอดไปอยู่ในมือของแม่ค้าขายไข่ได้อย่างไร
พฤติกรรมดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงความหละหลวมในการเก็บรักษาเอกสารสำคัญเกี่ยวกับการเลือกตั้ง สส. เมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ผ่านมา ว่าอาจไม่ได้เป็นไปตามระเบียบและกฎหมายอย่างเคร่งครัด
"หากเอกสารที่มีชั้นความลับระบุตัวตนประชาชนยังหลุดออกมาได้ขนาดนี้ นับประสาอะไรกับใบลงคะแนนและต้นขั้วบัตรเลือกตั้ง จะหลุดและถูกเปิดเผยออกมาไม่ได้ และหากตรวจสอบเชื่อมโยงจนรู้ได้ว่าบุคคลใดลงคะแนนให้ผู้สมัครคนไหน ท้ายที่สุดจะทำให้การเลือกตั้งครั้งนี้ขาดความสุจริต เที่ยงธรรม และไม่เป็นความลับ ตามที่รัฐธรรมนูญบัญญัติไว้ ส่วนการเลือกตั้งหนนี้จะกลายเป็นโมฆะหรือไม่ คงต้องปล่อยให้เป็นหน้าที่และดุลยพินิจของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ" นายภัทรพงศ์ กล่าว
นอกจากนี้ นายภัทรพงศ์ ยังได้เปิดเผยความคืบหน้าอีกหนึ่งคดีร้อนเกี่ยวกับ "ที่ดินเขากระโดง" โดยระบุว่า ล่าสุดได้รับหนังสือแจ้งความคืบหน้าจากกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) แล้วว่า ขณะนี้ทางดีเอสไอได้มีการตั้งเลขสืบสวน เพื่อดำเนินการตรวจสอบและสืบสวนสอบสวนตามขั้นตอนกฎหมายเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
กกต.แจงพัลวันยันไม่ใช่ใบเซ็นรับบัตร
วันเดียวกัน สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้ออกแถลงการณ์ชี้แจงอย่างเร่งด่วน โดยยอมรับว่า จากการตรวจสอบเบื้องต้น เอกสารที่ปรากฏในคลิปวิดีโอดังกล่าวนั้น เป็นเอกสารทางราชการจริง โดยเป็นบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้ง หรือที่เรียกว่า "แบบ ส.ส. 1/3" ซึ่งจัดพิมพ์ขึ้นตามระเบียบ กกต. ว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2566 และที่แก้ไขเพิ่มเติม
อย่างไรก็ดี กกต.ได้แบ่งรับแบ่งสู้เพื่อลดทอนกระแสวิจารณ์ โดยระบุว่า เอกสารชุดที่หลุดไปนั้น มีเลขประจำตัวประชาชน 13 หลักก็จริง แต่ "ไม่มีลายมือชื่อ" ของผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งกำกับอยู่ จึงขอให้ประชาชนสบายใจได้ในระดับหนึ่งว่า เอกสารดังกล่าวไม่ใช่ชุดหมายเหตุการลงคะแนน (ใบที่ผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งต้องเซ็นชื่อต่อหน้ากรรมการประจำหน่วยก่อนรับบัตรเลือกตั้งในวันจริง)
พร้อมกันนี้ กกต.ได้เปิดเผยข้อมูลเชิงลึกเพื่อสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับกระบวนการจัดพิมพ์บัญชีรายชื่อ ส.ส. 1/3 ว่า ตามระเบียบแล้วจะมีการจัดพิมพ์และนำไปใช้ประโยชน์แยกย่อยทั้งหมด 4 ชุด ประกอบด้วย:
ชุดที่ 1 (มีเลข 13 หลัก): มอบให้แก่นายทะเบียนอำเภอหรือนายทะเบียนท้องถิ่น ใช้สำหรับตรวจเช็ก แก้ไข ปรับปรุงข้อมูลให้ถูกต้อง (เช่น การเพิ่มชื่อ-ถอนชื่อ หรือย้ายที่อยู่) และจัดเก็บไว้เป็นหลักฐาน ณ ที่ทำการ
ชุดที่ 2 (มีเลข 13 หลัก): เป็นชุดสำคัญที่ใช้สำหรับการตรวจสอบและทำเครื่องหมายหมายเหตุการออกเสียงลงคะแนน ในวันเลือกตั้งล่วงหน้าและวันเลือกตั้งจริง
ชุดที่ 3 (ไม่มีเลข 13 หลัก): จัดพิมพ์ขึ้นเพื่อนำไป "ปิดประกาศ" ไว้ที่หน้าหน่วยเลือกตั้งในวันเลือกตั้ง เพื่อให้ประชาชนตรวจสอบลำดับตนเอง และต้องเก็บกู้คืนเมื่อเสร็จสิ้นการลงคะแนน
ชุดที่ 4 (ไม่มีเลข 13 หลัก): มอบให้นายอำเภอ ปลัดเทศบาล หรือปลัดเมืองพัทยา นำไปปิดประกาศประชาสัมพันธ์ไว้ ณ ที่เลือกตั้งหรือบริเวณใกล้เคียง ก่อนวันเลือกตั้งจริง
กกต.ขีดเส้นตาย 48 ชม. สั่งลุยลากคอคนผิด
จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น สำนักงาน กกต.ได้ขยับตัวรับลูกทันควัน โดยเปิดเผยว่า ทางส่วนกลางได้ออกคำสั่งด่วนที่สุด กำชับไปยัง สำนักงาน กกต. ประจำจังหวัดสมุทรปราการ ให้ส่งเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนสอบสวนลงพื้นที่ อ.บางบ่อ เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงในทันทีว่า เอกสารหลุดออกมาจากหน่วยงานใด และเกิดจากความสะเพร่าของเจ้าหน้าที่รายใด
โดย กกต.ได้คาดโทษและกำหนดเส้นตายให้รายงานผลการตรวจสอบกลับมายังส่วนกลางภายใน 48 ชั่วโมง เพื่อนำข้อมูลที่ถูกต้อง ครบถ้วน มาดำเนินคดีหรือลงโทษทางวินัยกับผู้ที่เกี่ยวข้องตามกฎหมายต่อไป
"สำนักงาน กกต. ขอยืนยันว่าเราตระหนักและให้ความสำคัญอย่างสูงสุดต่อการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (Data Privacy) ของพี่น้องประชาชน รวมถึงการรักษาความน่าเชื่อถือของกระบวนการเลือกตั้งทั้งหมด ซึ่งหากกระบวนการตรวจสอบภายใน 48 ชั่วโมงนี้เสร็จสิ้นและได้ข้อสรุปที่แน่ชัด ทาง กกต. จะรีบแถลงรายงานผลให้สาธารณชนได้รับทราบโดยเร็วที่สุด เพื่อความโปร่งใส" แถลงการณ์ กกต. ระบุทิ้งท้าย






