thansettakij
thansettakij
“อนุทิน”ปลอบผู้ว่าฯ เซมเบ้ “มาอยู่กับพี่” หลังถูกย้ายเข้ามหาดไทย

“อนุทิน”ปลอบผู้ว่าฯ เซมเบ้ “มาอยู่กับพี่” หลังถูกย้ายเข้ามหาดไทย

16 มิ.ย. 69 | 10:00 น.
อัปเดตล่าสุด :16 มิ.ย. 69 | 10:45 น.

“อนุทิน”ปลอบผู้ว่าฯ เซมเบ้ “มาอยู่กับพี่” ด้านอดีตผู้ว่าฯ ภูเก็ต เปิดใจครั้งแรกหลังถูกย้าย ไม่ท้อ-ไม่ใช่น้องใคร ขณะปลัด มท. แจงย้ายยกทีมหวังคลี่คลายปัญหา

KEY

POINTS

  • นายกฯ อนุทิน ชาญวีรกูล ปลอบใจ นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร อดีตผู้ว่าฯ ภูเก็ต หลัง ครม.เห็นชอบย้ายให้ดำรงตำแหน่งรองปลัดกระทรวงมหาดไทย โดยกล่าวว่า "มาอยู่กับพี่"
  • ปลัดกระทรวงมหาดไทยชี้แจงเหตุผลการย้ายว่า เพื่อแก้ปัญหาที่ยังไม่คลี่คลายในพื้นที่ภูเก็ต เปรียบเหมือน "เม็ดทรายในรองเท้า" ที่ต้องนำออก และทีมบริหารทำงานไม่เป็นเอกภาพ
  • นายนิรัตน์ ยืนยันว่า ไม่เสียกำลังใจและเคารพการตัดสินใจของผู้บังคับบัญชา โดยชี้ว่าเข้าไปเพื่อแก้ปัญหาความขัดแย้งที่มีอยู่เดิม ไม่ได้เป็นคู่ขัดแย้งกับใคร

บรรยากาศชื่นมื่น หลัง “นิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร” อดีตผู้ว่าฯ ภูเก็ต หรือ “ผู้ว่าฯ เซมเบ้” เข้าพบนายกรัฐมนตรี ที่กองบิน 6 ภายหลัง ครม.มีมติย้ายนั่งรองปลัด มท. โดย “นิรัตน์” ได้โผสวมกอด ก่อนที่นายกฯ จะกล่าวว่า “มาอยู่กับพี่” ขณะที่เจ้าตัวยืนยันไม่เสียกำลังใจ ขณะที่ปลัดกระทรวงมหาดไทยแจงเหตุปรับทีมบริหารภูเก็ต เพราะปัญหายังไม่คลี่คลาย เปรียบเหมือน “เม็ดทรายในรองเท้า” ที่ต้องนำออกเพื่อเดินหน้าต่อ

“อนุทิน”ปลอบผู้ว่าฯ ภูเก็ตหลังถูกย้าย “มาอยู่กับพี่” 

วันที่ 16 มิถุนายน 2569 นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร อดีตผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต  เดินทางมารอเข้าพบ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ที่ห้องรับรอง ท่าอากาศยานทหารกองบิน 6 ดอนเมือง

เวลา 14.40 น. นายอนุทิน เดินทางมาถึง นายนิรัตน์ และ นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ได้เข้าไปพูดคุยกับ นายกฯ โดยนายนิรัตน์ ได้เข้าสวมกอดนายกฯ ขณะที่นายกฯ กล่าวว่า "มาอยู่กับพี่ มาอยู่ใกล้ๆ" ก่อนที่ นายนิรัตน์ จะรายงานการแก้ไขปัญหาในพื้นที่ จ.ภูเก็ต แก่นายกฯ

หลังการหารือ นายกรัฐมนตรีได้ออกเดินทางไปยังเมืองคาซาน สหพันธรัฐรัสเซีย เพื่อเข้าร่วมการประชุมสุดยอดอาเซียน-รัสเซีย สมัยพิเศษ ระหว่างวันที่ 17-18 มิถุนายน

“นิรัตน์“ไม่เสียกำลังใจย้ำเข้ามาแก้ปัญหาไม่ได้เป็นคู่ขัดแย้ง

ภายหลังการโยกย้าย นายนิรัตน์ ยืนยันว่า เคารพการตัดสินใจของนายกรัฐมนตรีและผู้บังคับบัญชา พร้อมย้ำว่าไม่ได้รู้สึกเสียกำลังใจจากคำสั่งดังกล่าว

“ผมเคารพการตัดสินใจของนายกรัฐมนตรีเสมอ และยังคงเดินหน้าทำงานต่อไปในทุกหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย”

นายนิรัตน์ กล่าวด้วยว่า ตลอดเวลาที่ปฏิบัติหน้าที่ในจังหวัดภูเก็ต ตนไม่ได้มีปัญหากับบุคคลใด แต่เข้าไปทำหน้าที่คลี่คลายความขัดแย้งที่มีอยู่เดิมในพื้นที่ ซึ่งเกิดขึ้นก่อนตนเข้ารับตำแหน่ง

“ผมเข้าไปเพื่อแก้ปัญหา ไม่ได้เป็นพวกของใครคนใดคนหนึ่ง คนที่เชื่อก็ปรับตัว คนที่ไม่เชื่อก็ไม่ปรับตัว ถ้าผมควบคุมสถานการณ์ไม่ได้ หรือรักษาสถานการณ์ไม่ได้ กระทรวงก็มีสิทธิพิจารณา ผมเคารพการตัดสินใจทุกอย่าง”

ปราบมาเฟียต่างชาติคืบหน้าแต่ปมขัดแย้งในพื้นที่ยังไม่จบ

อดีตผู้ว่าฯ ภูเก็ต กล่าวอีกว่า หลายปัญหาในพื้นที่มีความคืบหน้าอย่างเป็นรูปธรรม โดยเฉพาะการจัดระเบียบและปราบปรามกลุ่มอิทธิพลต่างชาติ

“เรื่องมาเฟียต่างชาติถือว่านิ่งไปมาก แต่เรื่องความขัดแย้งภายในพื้นที่บางส่วนอาจยังไม่คลี่คลาย จึงต้องรายงานให้นายกรัฐมนตรีรับทราบ”

อย่างไรก็ตาม อดีตผู้ว่าฯ ภูเก็ต เสนอว่า หากต้องการหาข้อยุติอย่างรอบด้าน ควรมีคณะกรรมการระดับกระทรวงมหาดไทยลงไปตรวจสอบข้อเท็จจริง เพราะสามารถเรียกหน่วยงานทุกส่วนมาชี้แจงได้อย่างครบถ้วนมากกว่าการตรวจสอบเฉพาะหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่ง

อดีตผู้ว่าฯ ภูเก็ต ลั่น“ผมไม่ใช่น้องใคร”ตอบปมรับน้องภูเก็ต

เมื่อถูกถามถึงกระแสวิพากษ์วิจารณ์ว่า การเข้ามาทำงานในภูเก็ตอาจถูก “รับน้อง” จากกลุ่มอำนาจในพื้นที่ นายนิรัตน์ตอบกลับอย่างชัดเจน

“ผมนี่หรือน้อง ผมเป็นผู้ว่าราชการจังหวัด อยู่ระดับซี 10 ปีที่ 9 อาวุโสที่สุดในประเทศไทยแล้ว ผมไม่ใช่น้องของใคร ผมเป็นพี่ของข้าราชการทุกคน”

พร้อมย้ำว่า ตลอดเวลาที่ดำรงตำแหน่งได้เตือนข้าราชการทุกคนอย่างเปิดเผย ไม่ให้กระทำการผิดกฎหมาย ไม่ให้เรียกรับผลประโยชน์ และไม่ให้มีการวัดพลังหรือใช้อิทธิพลในพื้นที่

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า การออกมาเตือนข้าราชการไม่ให้เรียกรับผลประโยชน์และไม่ให้เกิดการวัดพลังในพื้นที่ เป็นสาเหตุที่ทำให้บางฝ่ายไม่พอใจหรือไม่ นายนิรัตน์ตอบสั้น ๆ ว่า “แน่นอน”

ปลัด มท.แจงเหตุย้ายเปรียบเหมือน“เม็ดทรายในรองเท้า”

ด้านนายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ชี้แจงว่า การโยกย้ายผู้ว่าฯ ภูเก็ต และ รองผู้ว่าฯ หลายราย ไม่ได้เกี่ยวข้องกับเรื่องผลประโยชน์ แต่เป็นความพยายามคลี่คลายปัญหาที่สะสมอยู่ในพื้นที่

“เปรียบเหมือนเราใส่รองเท้าแล้วมีเม็ดทรายอยู่ข้างใน บางครั้งต้องถอดออกก่อน แล้วใส่ใหม่ เพื่อให้เดินต่อได้”

ปลัดกระทรวงมหาดไทย ยอมรับว่า แม้ นายนิรัตน์ จะเป็นผู้ว่าราชการจังหวัดที่มีความอาวุโสและรู้ปัญหาในพื้นที่เป็นอย่างดี แต่ปัญหาหลายเรื่องยังไม่สามารถคลี่คลายได้อย่างสมบูรณ์ ประกอบกับการทำงานร่วมกันของทีมผู้บริหารบางส่วนยังไม่เป็นเอกภาพ

“มีรองผู้ว่าฯ บางคนอาจจะไม่เข้าทีมกัน จึงต้องปรับเปลี่ยนยกชุด แล้วนำทีมใหม่เข้าไปทำงาน เพื่อให้การแก้ปัญหาเดินหน้าได้”

ไม่มีเรื่องผลประโยชน์แค่ต้องการให้ภูเก็ตเดินหน้าต่อ

ปลัดกระทรวงมหาดไทย ยืนยันว่า การโยกย้ายครั้งนี้ไม่มีเรื่องผลประโยชน์เข้ามาเกี่ยวข้อง เป้าหมายสำคัญ คือ การทำให้การบริหารราชการในจังหวัดภูเก็ตเดินหน้าต่อไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ และสามารถแก้ไขปัญหาที่ค้างคาอยู่ได้โดยเร็ว

“กระทรวงมหาดไทยยังติดตามข้อมูลและข้อเท็จจริงในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง รวมถึงรอคำชี้แจงจากผู้เกี่ยวข้องบางราย เพื่อใช้ประกอบการพิจารณาแนวทางดำเนินการในระยะต่อไป” ปลัดกระทรวงมหาดไทย ระบุ