thansettakij
thansettakij
ผ่าโครงสร้างมหาดไทย 'ผู้ว่าฯ vs รองปลัดฯ' เกมอำนาจสลับเก้าอี้กู้วิกฤตภูเก็ต

ผ่าโครงสร้างมหาดไทย 'ผู้ว่าฯ vs รองปลัดฯ' เกมอำนาจสลับเก้าอี้กู้วิกฤตภูเก็ต

16 มิ.ย. 69 | 08:07 น.
อัปเดตล่าสุด :16 มิ.ย. 69 | 09:00 น.

เจาะลึกดราม่าสะเทือนคลองหลอด เมื่อเก้าอี้ผู้ว่าฯ ภูเก็ตถูกเขย่า ผ่าโครงสร้างอำนาจมหาดไทย ผู้ว่าฯ vs รองปลัดฯ เปิดศึกศักดิ์ศรี C10 สลับขั้วอำนาจส่วนกลาง-ภูมิภาค ใครใหญ่กว่ากันในสมการอำนาจนี้

KEY

POINTS

  • คณะรัฐมนตรีมีมติสลับตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ตกับรองปลัดกระทรวงมหาดไทย เพื่อแก้ปัญหาวิกฤตการบริหารและความขัดแย้งรุนแรงภายในจังหวัด
  • ในทางกฎหมาย ตำแหน่งผู้ว่าฯ และรองปลัดฯ มีระดับเทียบเท่ากัน (บริหารระดับสูง) แต่มีบทบาทต่างกัน โดยผู้ว่าฯ เป็นผู้บริหารสูงสุดในภูมิภาค ส่วนรองปลัดฯ เป็นเสนาธิการในส่วนกลาง
  • การโยกย้ายครั้งนี้ไม่ใช่การลดบทบาท แต่เป็นการแก้ปัญหาในพื้นที่ยุทธศาสตร์ และอาจเป็นเส้นทางความก้าวหน้าเชิงยุทธศาสตร์สู่ตำแหน่งปลัดกระทรวงในอนาคต

ในทำเนียบข้าราชการไทย "กระทรวงมหาดไทย" หรือ "คลองหลอด" เปรียบเสมือนอาณาจักรที่มีโครงสร้างอำนาจซับซ้อนและเปี่ยมไปด้วยบารมี

ล่าสุด มติคณะรัฐมนตรีวันที่ 16 มิ.ย.69 ที่สั่ง "เด้งฟ้าผ่า" โยกย้าย นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต ไปดำรงตำแหน่งรองปลัดกระทรวงมหาดไทย และส่ง นายโชตินรินทร์ เกิดสม รองปลัดกระทรวงฯ สลับลงมาคุมพื้นที่เกาะภูเก็ตแทน กลายเป็นกรณีศึกษาที่ทำให้สังคมต้องหันมา "ผ่าโครงสร้างอำนาจมหาดไทย ผู้ว่าฯ vs รองปลัดฯ" อย่างจริงจังว่า ในสมการอำนาจนี้

ชนวนเหตุ: เมื่อ "CEO ภูมิภาค" และ "เสนาธิการส่วนกลาง" ต้องสลับบทบาท

นายอนุทิน ชาญวีรกูล รมว.มหาดไทย ยอมรับอย่างตรงไปตรงมาว่า การตัดสินใจครั้งนี้เกิดจาก "วิกฤตการบริหาร" ในจังหวัดภูเก็ต ปัญหาความขัดแย้งภายในรุนแรงถึงขั้นมีการ "แฉกันรายวัน" ระหว่างผู้บริหารระดับจังหวัดจนงานไม่เดิน นอกจากนี้ยังมีปมร้อนเรื่องกลุ่มอิทธิพลและทุนเทาที่พยายามแทรกแซงการจัดการที่ดินสาธารณะบริเวณหาดบางเทา หาดฟรีด้อม และหาดนุ้ย

การโยกย้ายครั้งนี้จึงไม่ใช่แค่การปรับเปลี่ยนบุคคล แต่เป็นการ "ล้างไพ่" เพื่อกู้วิกฤตในพื้นที่ยุทธศาสตร์เศรษฐกิจสำคัญที่รัฐบาลจะปล่อยให้มีปัญหาอิทธิพลไม่ได้

ผ่าโครงสร้างอำนาจ: ใครใหญ่กว่ากันในเชิงกฎหมายและบารมี?

นับตั้งแต่มีการประกาศใช้พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2551 ระบบราชการไทยได้เปลี่ยนผ่านจากระบบมาตรฐานกลางเดิมที่อิงระดับตัวเลขหรือ "ระดับซี" (Common Level) ไปสู่ "ระบบแท่ง" ซึ่งจำแนกประเภทตำแหน่งตามลักษณะงานและความรับผิดชอบอย่างเป็นธรรม การเปลี่ยนผ่านดังกล่าวก่อให้เกิดรูปแบบการจัดโครงสร้างตำแหน่งใหม่ที่ส่งผลต่อฐานะทางกฎหมายและสิทธิประโยชน์ขั้นพื้นฐานของข้าราชการทั้งสี่ตำแหน่งอย่างเป็นระบบ

ตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดและรองปลัดกระทรวงมหาดไทย ถูกจัดอยู่ในประเภทบริหาร ระดับสูง ซึ่งเป็นระดับสูงสุดของข้าราชการประจำในส่วนปฏิบัติการระดับกรมและกระทรวง เทียบเท่ากับระดับ 10 เดิม แม้ในอดีตหรือในมิติทัศนะของสังคมจะมีการเปรียบเทียบเชิงจิตวิทยาว่าตำแหน่งรองปลัดกระทรวงมหาดไทยอาจมีความสูงส่งกว่าในฐานะรองหัวหน้าส่วนราชการระดับกระทรวง

จนมีการเรียกขานอย่างไม่เป็นทางการว่าเป็นระดับ "ซี 10.5" แต่ในทางกฎหมายและโครงสร้างอัตราเงินเดือน ทั้งสองตำแหน่งนี้อยู่บนระนาบเดียวกันอย่างสมบูรณ์

รองปลัดกระทรวงมหาดไทย: เสนาธิการนโยบายและการกำกับดูแลกลุ่มภารกิจ

ในส่วนกลาง ณ ศาลากลางกระทรวงมหาดไทย รองปลัดกระทรวงมหาดไทยทำหน้าที่เป็นผู้บัญชาการกองทัพข้าราชการในสำนักงานปลัดกระทรวงและรับผิดชอบภารกิจตามที่ปลัดกระทรวงมอบหมาย ภายใต้กฎหมายปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม รองปลัดกระทรวงมหาดไทยมักได้รับแต่งตั้งให้ปฏิบัติหน้าที่หัวหน้ากลุ่มภารกิจ (Cluster) เพื่อกำกับดูแลและประสานงานราชการระดับกรมในสังกัดให้เกิดผลสัมฤทธิ์ร่วมกัน

หน้าที่สำคัญที่ระบุไว้ในระเบียบกระทรวงประกอบด้วยการปฏิบัติราชการแทนปลัดกระทรวงในการพิจารณาอุทธรณ์คำสั่งทางปกครองของส่วนราชการในสังกัด การขับเคลื่อนงานด้านความมั่นคงระดับประเทศ การข่าวกรอง และการพิจารณาเปิดหรือปิดจุดผ่านแดนบริเวณชายแดน ตลอดจนการทำหน้าที่เป็นประธานคณะกรรมการคัดเลือกข้าราชการเพื่อแต่งตั้งเป็นรองผู้ว่าราชการจังหวัด และมีอำนาจในการพิจารณาอนุมัติให้ผู้ว่าราชการจังหวัดออกนอกพื้นที่ปฏิบัติราชการในระดับภูมิภาค

ผู้ว่าราชการจังหวัด: ศูนย์กลางบูรณาการและการบริหารส่วนภูมิภาค

ภายใต้บทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. 2534 มาตรา 57 ผู้ว่าราชการจังหวัดดำรงฐานะเป็นประมุขแห่งการบริหารราชการส่วนภูมิภาคในจังหวัดของตน

ผู้ว่าราชการจังหวัดมีหน้าที่รับนโยบายและคำสั่งจากนายกรัฐมนตรี คณะรัฐมนตรี และกระทรวงทบวงกรมต่างๆ มาปฏิบัติให้เหมาะสมกับท้องที่และประชาชน มีอำนาจสั่งการ บังคับบัญชา และกำกับดูแลข้าราชการฝ่ายบริหารซึ่งปฏิบัติหน้าที่ในส่วนภูมิภาคทั้งหมดในจังหวัด ตลอดจนกำกับดูแลการบริหารราชการส่วนท้องถิ่นให้เป็นไปตามระเบียบกฎหมายอย่างเคร่งครัด

นอกจากนี้ผู้ว่าราชการจังหวัดยังมีอำนาจในการเสนอขอจัดตั้งและบริหารจัดการงบประมาณพัฒนาจังหวัด มีอำนาจบรรจุ แต่งตั้ง ให้บำเหน็จ และลงโทษข้าราชการส่วนภูมิภาคในจังหวัดตามที่ได้รับมอบหมายจากส่วนกลาง  และในกรณีเกิดภัยพิบัติสาธารณะหรือความไม่สงบเรียบร้อย ผู้ว่าราชการจังหวัดจะเป็นผู้บัญชาการเหตุการณ์สูงสุดในพื้นที่โดยประสานความร่วมมือกับทุกภาคส่วน
 

เทียบชัดๆเพดานอัตราเงินเดือน-เงินประจำตำแหน่ง 

รองปลัดกระทรวงมหาดไทย

  • บริหาร ระดับสูงระดับ 10 
  • เพดานเงินเดือน 53,690 – 66,480 บาท
  • เงินประจำตำแหน่ง 14,500 หรือ 21,000 บาท
  • เงินค่าตอบแทนรายเดือน ไม่มี

ผู้ว่าราชการจังหวัด

  • บริหาร ระดับสูงระดับ 10
  • เพดานเงินเดือน 53,690 – 66,480 บาท
  • เงินประจำตำแหน่ง 21,000 บาท 
  • เงินค่าตอบแทนรายเดือน ไม่มี

มิติจิตวิทยาองค์กรและการตัดสินใจเลือกเส้นทางความก้าวหน้าของข้าราชการ

หากพิจารณาในมุมมองของข้าราชการในสังกัดกระทรวงมหาดไทยว่า "หากสามารถเลือกได้ อยากดำรงตำแหน่งใดมากที่สุด?"

ทัศนคติของข้าราชการส่วนใหญ่สะท้อนให้เห็นว่าตำแหน่ง ผู้ว่าราชการจังหวัด เป็นตำแหน่งที่ได้รับความนิยมและเป็นเป้าหมายสูงสุดในสายอาชีพมากกว่าตำแหน่งรองปลัดกระทรวงมหาดไทยหรือตำแหน่งอื่นๆ ในระดับเดียวกัน

ความนิยมในตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดขับเคลื่อนด้วยเกียรติยศและบารมีทางสังคมที่จับต้องได้ในพื้นที่ภูมิภาค การได้ดำรงฐานะเป็น "เจ้าเมือง" มีจวนผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นบ้านพักประจำตำแหน่งที่เป็นเอกเทศ มีรถยนต์ส่วนกลางพร้อมพลขับ และมีระบบบุคลากรสนับสนุนดูแลอย่างใกล้ชิด ล้วนเป็นสัญลักษณ์แสดงสถานะทางสังคมที่ข้าราชการมหาดไทยให้ความสำคัญ

นอกจากนี้ การเป็นผู้ว่าราชการจังหวัดยังเปิดโอกาสให้ข้าราชการได้สร้างคุณประโยชน์และผลงานเชิงประจักษ์แก่ประชาชนในพื้นที่โดยตรงผ่านโครงการพัฒนาจังหวัดและการบริหารงบประมาณพัฒนาจังหวัด

อย่างไรก็ตาม ในแง่ของเส้นทางความก้าวหน้าเพื่อก้าวไปสู่จุดสูงสุดในชีวิตราชการคือตำแหน่ง ปลัดกระทรวงมหาดไทย (C11) การโยกย้ายข้าราชการระดับสูงมักจะมีการเวียนตำแหน่งระหว่างภูมิภาคและส่วนกลางอย่างมีกลยุทธ์

การย้ายจากผู้ว่าราชการจังหวัดไปเป็นรองปลัดกระทรวงมหาดไทย บางคนไม่ได้ถูกมองว่าเป็นการ "เข้ากรุ" หรือการลดบทบาทลงซึ่งต่างจากการย้ายไปเป็นผู้ตรวจราชการกระทรวงหรือที่ปรึกษา แต่ในทางกลับกัน มักถูกจัดฐานะเป็นการ "เลื่อนขั้น" เชิงยุทธศาสตร์

ข้าราชการที่ผ่านการเป็นผู้ว่าราชการจังหวัดในพื้นที่สำคัญมาแล้วมักจะก้าวเข้าสู่ตำแหน่งรองปลัดกระทรวงมหาดไทย หรืออธิบดีกรมสำคัญ เช่น กรมการปกครอง หรือกรมที่ดิน เพื่อสร้างเครือข่ายความสัมพันธ์กับฝ่ายการเมืองส่วนกลาง คุมนโยบายภาพรวมระดับประเทศ และเตรียมความพร้อมเพื่อรอจังหวะเวลาขึ้นดำรงตำแหน่งปลัดกระทรวงมหาดไทยต่อไป
 

อาถรรพ์ "รองฯ ซีฟู้ด" กับดราม่าวัดบารมี

ความวุ่นวายที่ภูเก็ตยิ่งทวีความร้อนแรงเมื่อเกิดกระแสข่าว "รองฯ ซีฟู้ด" ซึ่งถูกโยงถึง นายธีระพงศ์ ช่วยชู หรือ รองผู้ว่าฯภูเก็ต ที่บังเอิญมีชื่อเล่นว่า กุ้ง อ้างบารมีในโซเชียลว่าจะย้ายผู้ว่าฯ ภูเก็ตได้ จนทำให้ มท.1 ถึงกับตอกกลับกลางที่ประชุมว่าเป็นเรื่อง "ปัญญาอ่อน" และเปรียบเสมือน "ตลกเชิญยิ้ม"

เพราะในความเป็นจริง รองผู้ว่าราชการจังหวัด ที่อยู่ในระดับ C9 อยู่ภายใต้บังคับบัญชาของผู้ว่าฯ อย่างสมบูรณ์ การที่ข้าราชการระดับรองจะย้ายหัวหน้าหน่วยงานระดับ C10 เป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ตามระเบียบราชการ

ท้ายที่สุด "รองฯ ซีฟู้ด" ก็ไม่รอดพ้นกงล้ออำนาจ ถูกสั่งย้ายด่วนไปเป็นรองผู้ว่าฯ นครศรีธรรมราช พร้อมกับรองผู้ว่าฯ อีกรายและข้าราชการระดับสูงในจังหวัดที่ถูกล้างบางไปพร้อมกัน

"ทางผ่าน" สู่จุดสูงสุด: การย้ายเข้ากรุ หรือ เลื่อนขั้นเชิงยุทธศาสตร์?

แม้แวดวงสายการเมืองหลายคนจะมองว่าการย้ายจากผู้ว่าฯ ภูเก็ตมาเป็นรองปลัดฯ คือการ "เข้ากรุ" แต่ในทางยุทธศาสตร์อีกด้านหนึ่งของสิงห์คลองหลอด มองว่าการเข้าสู่ตำแหน่งรองปลัดฯ มักเป็นสะพานสำคัญสู่ตำแหน่ง ปลัดกระทรวงมหาดไทย (C11) ในอนาคต เพื่อสร้างเครือข่ายกับฝ่ายการเมืองส่วนกลางและคุมนโยบายภาพรวมระดับประเทศ

"นายนิรัตน์เป็นการปรับไปสู่ตำแหน่งที่สูงขึ้นตามลำดับอาวุโส" นายอนุทิน ยืนยัน