
มหาดไทยเดือด"อนุทิน"ไล่ถามหา"รองฯ ซีฟู้ด"หลังถูกแฉจะย้ายผู้ว่าฯ ภูเก็ต
วงประชุม“มหาดไทย”เดือด "อนุทิน"หยิบโพสต์โซเชียลไล่ถามหาตัว "รองฯ ซีฟู้ด" ที่ถูกพาดพิงวัดบารมีกับผู้ว่าฯ ภูเก็ต ยันไม่มีรองผู้ว่าฯ คนใดมีอำนาจย้ายผู้ว่าฯ ได้ ลั่น "ถ้าบอกว่าย้ายผู้ว่าฯ ได้ ก็เหมือนตลกเชิญยิ้ม"
KEY
POINTS
- นายอนุทิน ชาญวีรกูล มท.1 หยิบยกประเด็นร้อนในโซเชียลมีเดีย กรณี "รองฯ ซีฟู้ด" อ้างว่าสามารถย้ายผู้ว่าฯ ภูเก็ตได้ ขึ้นมาซักถามกลางที่ประชุมกระทรวงมหาดไทย
- มีการไล่ตามหาตัว "รองฯ ซีฟู้ด" ที่ถูกพาดพิงในที่ประชุม โดยนายอนุทิน ได้เปิดอ่านข้อความจากโซเชียลมีเดียและสอบถามว่าบุคคลดังกล่าวอยู่ในห้องประชุมหรือไม่
- นายกฯ และ รมว.มหาดไทย ยืนยันหนักแน่นว่า การที่รองผู้ว่าฯ จะย้ายผู้ว่าฯ เป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้และ "ปัญญาอ่อน" เพราะอำนาจการโยกย้ายเป็นของปลัดกระทรวงและรัฐมนตรีเท่านั้น
บรรยากาศการประชุมมอบนโยบายกระทรวงมหาดไทย เมื่อวันที่ 15 มิถุนายน 2569 ร้อนแรงกว่าทุกครั้ง เมื่อ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย (มท.1) หยิบยกกระแสข่าวในโลกออนไลน์เกี่ยวกับความขัดแย้งในจังหวัดภูเก็ต ขึ้นมาพูดกลางที่ประชุม พร้อมไล่ถามหาตัว "รองฯ ซีฟู้ด" ที่ถูกกล่าวอ้างว่า สามารถย้ายผู้ว่าราชการจังหวัดได้ ก่อนย้ำชัดว่า เรื่องดังกล่าวเป็นไปไม่ได้ และต้องตรวจสอบข้อเท็จจริงทั้งหมดอย่างตรงไปตรงมา
วันที่ 15 มิถุนายน 2569 ที่กระทรวงมหาดไทย นายอนุทิน เป็นประธานการประชุมมอบนโยบายแก่ผู้บริหารและข้าราชการทั่วประเทศ โดยช่วงหนึ่งของการประชุมได้เกิดบรรยากาศเข้มข้นขึ้นทันที เมื่อมีการหยิบยกประเด็นสถานการณ์ผู้มีอิทธิพลในจังหวัดภูเก็ต และกระแสข่าวความขัดแย้งภายในฝ่ายปกครองจังหวัดขึ้นมาหารือ
"ไหนใครจะปลดท่านอ่ะ"เปิดฉากถามผู้ว่าฯ ภูเก็ต กลางวงประชุม
หลังจาก นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต รายงานสถานการณ์ในพื้นที่เสร็จสิ้น นายอนุทินได้กล่าวผ่านระบบประชุมทางไกลด้วยน้ำเสียงกึ่งจริงจังกึ่งติดตลกว่า
"ไหน ใครจะปลดท่านอ่ะ"
คำถามดังกล่าวเรียกเสียงหัวเราะเบาๆ ในห้องประชุม ก่อนที่ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ตจะตอบกลับทันทีว่า
"มีท่านนายกรัฐมนตรีย้ายผมได้คนเดียวครับ"
จากนั้น นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวเสริมว่า ผู้ว่าราชการจังหวัดถือเป็นเสมือนนายกรัฐมนตรีในพื้นที่ ต้องรับผิดชอบแก้ไขปัญหาและดูแลภาพลักษณ์ของรัฐบาล หากมีข้อมูลหรือข่าวสารใดที่ส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของประชาชน ก็จำเป็นต้องเร่งดำเนินการและชี้แจงข้อเท็จจริงอย่างรวดเร็ว
เปิดโพสต์โซเชียลกลางห้องประชุมไล่ถามหาตัว "รองฯ ซีฟู้ด"
อย่างไรก็ตาม บรรยากาศเริ่มตึงขึ้นเมื่อ นายอนุทิน เปิดอ่านข้อความจากโซเชียลมีเดียหลายโพสต์ที่พาดพิงถึงบุคคลในจังหวัดภูเก็ต ทั้งกรณีบุกรุกพื้นที่สาธารณะ ความเชื่อมโยงกับผู้มีอิทธิพล และข้อความที่ระบุว่า
"รองซีฟู้ดขี้โม้จะย้ายผู้ว่าฯ ภูเก็ต"
รวมถึงข้อความที่อ้างถึงการวัดบารมีระหว่าง "ผู้ว่าฯ ภูเก็ต" กับ "รองฯ ซีฟู้ด"
หลังอ่านจบ นายอนุทิน กล่าวว่า แม้ตนจะไม่ได้เชื่อทุกอย่างที่ปรากฏบนโลกออนไลน์ แต่เมื่อเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ซ้ำๆ ก็จำเป็นต้องตรวจสอบข้อเท็จจริง
"ผมไม่ได้เชื่อ แต่ที่ไหนมีควัน ที่นั่นต้องมีไฟ ถ้าเราปราบผู้มีอิทธิพล แต่คนของเราไปเกี่ยวข้องเสียเอง จะตอบสังคมอย่างไร"
ก่อนจะเอ่ยถามกลางที่ประชุมว่า
"รองฯ ซีฟู้ด อยู่ในห้องประชุมไหม ผมเคยเห็นหน้าหรือเปล่า ผมไม่รู้จักนะ"
หลังจากนั้น ปลัดกระทรวงมหาดไทยได้สอบถามหาบุคคลที่ถูกพาดพิงหลายครั้ง พร้อมระบุว่า ทุกครั้งที่เกิดข่าวลักษณะนี้ ย่อมส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของจังหวัดและหน่วยงาน หากไม่ได้กระทำตามที่ถูกกล่าวหา ก็ควรออกมาชี้แจงข้อเท็จจริง
ต่อมา ผู้ว่าฯภูเก็ต ยืนยันว่า รองผู้ว่าราชการจังหวัดเข้าร่วมประชุมครบทุกคน พร้อมเสนอให้กระทรวงมหาดไทย ตั้งคณะกรรมการระดับกระทรวงเข้าตรวจสอบข้อเท็จจริง เพื่อให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย
"ชื่อกุ้งใช่ไหม"ช่วงชุลมุนตามหาตัวผู้ถูกพาดพิง
นายอนุทิน กล่าวตอบว่า ขณะนี้ยังไม่ได้ตัดสินว่าฝ่ายใดถูกหรือผิด แต่จำเป็นต้องรับข้อมูลมาพิจารณา และตรวจสอบให้ชัดเจนว่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นมีข้อเท็จจริงเพียงใด
จากนั้น ปลัดกระทรวงมหาดไทยได้ถามย้ำถึงตัว "รองฯ ซีฟู้ด" อีกครั้ง โดยระบุว่าเป็นรองผู้ว่าราชการจังหวัดที่มีชื่อเล่นเป็นสัตว์ทะเล
ทำให้ นายอนุทินกล่าวแทรกขึ้นว่า
"ชื่อกุ้งใช่ไหม"
ก่อนที่รองผู้ว่าราชการจังหวัด ซึ่งใช้ชื่อเล่นว่า "กุ้ง" จะชี้แจงว่า มีรองผู้ว่าราชการจังหวัดอีกคนที่ใช้ชื่อเล่นเดียวกัน และขออนุญาตนำส่งข้อมูลชี้แจงเป็นลายลักษณ์อักษร เนื่องจากมีบุคคลเกี่ยวข้องหลายฝ่าย
ลั่น"ปัญญาอ่อนเต็มทน"ย้ำไม่มีรองผู้ว่าฯ คนใดย้ายผู้ว่าฯ ได้
อย่างไรก็ตาม ช่วงหนึ่งของการประชุม นายอนุทิน ได้กล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจังว่า
"คนที่พูดก็ปัญญาอ่อนเต็มทน จะเอาอะไรไปปลดผู้ว่าราชการจังหวัด มท.1 นั่งหัวโด่อยู่ตรงนี้ จะปลดยังไงผมอยากจะรู้"
พร้อมย้ำว่า กระบวนการแต่งตั้งหรือโยกย้ายผู้ว่าราชการจังหวั ดเป็นอำนาจตามขั้นตอนราชการ ไม่ใช่เรื่องที่บุคคลใดจะกล่าวอ้างหรือใช้อิทธิพลสั่งการได้
"หรือจะปลด มท.1 ด้วย ของแบบนี้พูดไปอายเขา เราเป็นข้าราชการ"
นายอนุทิน ยังระบุด้วยว่า สิ่งที่น่ากังวลที่สุดไม่ใช่ข่าวลือ แต่คือกรณีที่เจ้าหน้าที่รัฐเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้อง หรือ สนับสนุนการกระทำผิดกฎหมาย ซึ่งเป็นเรื่องที่กระทรวงมหาดไทยไม่อาจยอมรับได้
ย้ำเดินหน้าปราบผู้มีอิทธิพลปัดข่าวขัดแย้งในจังหวัดภูเก็ต
ภายหลังการประชุม นายอนุทินให้สัมภาษณ์เพิ่มเติมว่า บรรยากาศในการประชุมไม่ได้ตึงเครียดอย่างที่หลายฝ่ายมอง แต่เป็นการกำชับให้ทุกหน่วยงานเดินหน้าปราบปรามกลุ่มผู้มีอิทธิพลและอาชญากรรมในพื้นที่อย่างจริงจัง
ส่วนกรณีข่าวความขัดแย้งระหว่างผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ตกับรองผู้ว่าราชการจังหวัดนั้น ยืนยันว่าไม่ได้มีปัญหาในการทำงาน และปลัดกระทรวงมหาดไทยจะดำเนินการตรวจสอบทุกอย่างตามข้อเท็จจริง
นายอนุทิน ยังย้ำทิ้งท้ายว่า ข่าวที่ระบุว่ารองผู้ว่าราชการจังหวัดสามารถย้ายผู้ว่าราชการจังหวัดได้นั้น "ไม่เป็นความจริง" เนื่องจากการเสนอโยกย้ายผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นอำนาจของปลัดกระทรวงมหาดไทย และต้องผ่านความเห็นชอบจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ก่อนเสนอเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี
"ถ้ามีใครไปอ้างว่าตัวเองมีอำนาจย้ายผู้ว่าฯ ได้ ผมว่าฟังแล้วเหมือนตลกเชิญยิ้มมากกว่า" นายกฯและรมว.มหาดไทย ระบุ






