thansettakij
thansettakij
มท.1 เปิดเหตุผลเด้ง"ผู้ว่าฯ ภูเก็ต" แฉกันไม่หยุดจนทำงานไม่ได้

มท.1 เปิดเหตุผลเด้ง"ผู้ว่าฯ ภูเก็ต" แฉกันไม่หยุดจนทำงานไม่ได้

16 มิ.ย. 69 | 06:35 น.
อัปเดตล่าสุด :16 มิ.ย. 69 | 07:03 น.

มท.1 เปิดเหตุผลย้าย “นิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร” พ้นผู้ว่าฯ ภูเก็ต ชี้แก้ปัญหาไม่คืบ แฉกันรายวันทำงานไม่ได้ ลั่นไม่ปล่อยนายทุนยึดหาด-ข่มขู่ชาวบ้าน

KEY

POINTS

  • นายอนุทิน ชาญวีรกูล รมว.มหาดไทย เผยสาเหตุการย้ายผู้ว่าฯ ภูเก็ต เกิดจากปัญหาความขัดแย้งภายในจังหวัด มีการเปิดโปงโจมตีกันรายวันจนการบริหารงานไม่สามารถดำเนินต่อไปได้
  • การโยกย้ายครั้งนี้เป็นการปรับเปลี่ยนเพื่อแก้ปัญหา โดยนำคนใหม่ที่ไม่มีความขัดแย้งและสามารถทำงานร่วมกับทุกฝ่ายได้เข้ามาบริหารพื้นที่แทน แม้จะเป็นการย้ายไปในตำแหน่งที่สูงขึ้น
  • ปัญหาความขัดแย้งดังกล่าว ส่งผลกระทบต่อการบริหารจัดการภูเก็ต ซึ่งเป็นเมืองเศรษฐกิจสำคัญ และรัฐบาลจะไม่ปล่อยให้มีปัญหาการใช้อิทธิพลหรือการบุกรุกที่ดินสาธารณะ

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ชี้แจงกรณีคณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบแต่งตั้ง นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต ไปดำรงตำแหน่งรองปลัดกระทรวงมหาดไทย โดยยืนยันว่า เป็นการปรับเปลี่ยนเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารราชการและแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต

ย้ายผู้ว่าฯ ภูเก็ตเป็นไปตามข้อเสนอปลัดมหาดไทย

นายอนุทิน กล่าวว่า การโยกย้ายดังกล่าวเป็นไปตามข้อเสนอของปลัดกระทรวงมหาดไทย โดยย้ำว่าเป็นการปรับไปสู่ตำแหน่งที่สูงขึ้น เนื่องจากนายนิรัตน์ ถือเป็นข้าราชการที่มีความอาวุโสและมีประสบการณ์สูงในสายงานปกครอง

อย่างไรก็ตาม เมื่อถูกถามว่าการโยกย้ายเกี่ยวข้องกับปัญหาความขัดแย้งภายในจังหวัดภูเก็ตหรือไม่ นายอนุทิน ยอมรับว่า จังหวัดภูเก็ตกำลังเผชิญปัญหาหลายด้าน และแม้กระทรวงมหาดไทยจะลงไปติดตามและดำเนินการแก้ไขแล้ว แต่สถานการณ์ยังไม่คลี่คลายตามที่คาดหวัง

ผู้บริหารภูเก็ตแฉกันแบบรายวันจนทำงานไม่ได้

“ผมลงไปดำเนินการเองหลายวันแล้ว แต่ปัญหาก็ยังไม่ดีขึ้น พอมีเรื่องเกิดขึ้นก็มีการแฉกันไปแฉกันมาแบบรายวัน ลักษณะแบบนี้ทำงานกันไม่ได้ จึงจำเป็นต้องปรับคนทำงานใหม่ เอาคนที่ไม่มีความขัดแย้งและสามารถทำงานร่วมกันได้เข้าไปบริหารพื้นที่” นายอนุทิน กล่าว

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย (มท.1) ระบุว่า จังหวัดภูเก็ตถือเป็นเมืองเศรษฐกิจสำคัญที่สร้างรายได้มหาศาลให้กับประเทศ จึงไม่สามารถปล่อยให้ปัญหาภายในระบบราชการ ส่งผลกระทบต่อการบริหารจัดการพื้นที่ได้ พร้อมยืนยันว่ารัฐบาลจะไม่ยอมให้เกิดปัญหาการบุกรุกที่ดินสาธารณะและชายหาด การข่มขู่ประชาชน หรือ การใช้อิทธิพลแทรกแซงการบริหารราชการ

“เราไม่ยอมให้มีการยึดชายหาด ไล่ชาวบ้าน ข่มขู่ประชาชน หรือมีมาเฟียเข้ามาเกี่ยวข้องกับการจัดการพื้นที่ หากมีปัญหาก็ต้องเร่งแก้ไข ไม่สามารถรอการตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงเป็นเวลาหลายเดือนได้” นายอนุทิน กล่าว

สำหรับกระแสข่าวที่เชื่อมโยงการโยกย้ายผู้บริหารจังหวัด กับกลุ่มผู้มีอิทธิพลในพื้นที่ นายอนุทิน ตอบว่า รายละเอียดดังกล่าวเป็นเรื่องที่ปลัดกระทรวงมหาดไทย เป็นผู้เสนอข้อมูลและเหตุผลประกอบการพิจารณา โดยตนให้ความเห็นชอบตามกระบวนการบริหารงานบุคคลของกระทรวง

ชมปลัดมหาดไทยดำเนินการแก้ไขปัญหาอย่างจริงจัง

ส่วนกรณีที่ก่อนหน้านี้ได้ส่งสัญญาณว่า หากการแก้ไขปัญหาในพื้นที่ไม่เกิดความเปลี่ยนแปลง อาจต้องพิจารณาตรวจสอบการทำงานของผู้บริหารระดับสูงในกระทรวงมหาดไทยด้วยนั้น นายอนุทิน กล่าวว่า ขณะนี้ปลัดกระทรวงมหาดไทย ได้แสดงให้เห็นถึงการดำเนินการแก้ไขปัญหาอย่างเป็นรูปธรรมแล้ว

“ถ้าทุกอย่างยังเหมือนเดิม ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง ก็คงต้องมีการพิจารณา แต่วันนี้ปลัดกระทรวงมหาดไทยได้แสดงให้เห็นแล้วว่า ได้ดำเนินการแก้ไขปัญหาอย่างจริงจัง” นายอนุทิน กล่าว

ยึดภูเก็ตโมเดลแก้ไขปัญหาเชิงบริหารในจังหวัดที่ขัดแย้งกัน

พร้อมกันนี้ นายอนุทินยังส่งสัญญาณไปยังจังหวัดอื่นทั่วประเทศว่า จะต้องไม่ปล่อยให้เกิดปัญหาลักษณะเดียวกับที่เกิดขึ้นในจังหวัดภูเก็ต โดยระบุว่า กรณีภูเก็ตถือเป็นเสมือน “ภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์” หรือพื้นที่ต้นแบบในการจัดการและแก้ไขปัญหาเชิงบริหารที่รัฐบาลกำลังติดตามอย่างใกล้ชิด

ทั้งนี้ การโยกย้ายผู้ว่าฯ ภูเก็ต และการสับเปลี่ยนตำแหน่งรองผู้ว่าฯ หลายรายในครั้งนี้ ถูกมองว่าเป็นการปรับทัพครั้งสำคัญของกระทรวงมหาดไทย เพื่อคลี่คลายความขัดแย้งภายในฝ่ายปกครองจังหวัดภูเก็ต และฟื้นความเชื่อมั่นต่อการบริหารจัดการพื้นที่เศรษฐกิจและการท่องเที่ยวสำคัญของประเทศในระยะต่อไป