thansettakij
thansettakij
ส่องวิสัยทัศน์แคนดิเดตผู้ว่าฯ กทม. 69 แก้ปัญหาฝุ่น PM2.5 -ขยะล้นเมือง 

ส่องวิสัยทัศน์แคนดิเดตผู้ว่าฯ กทม. 69 แก้ปัญหาฝุ่น PM2.5 -ขยะล้นเมือง 

04 มิ.ย. 69 | 05:40 น.
อัปเดตล่าสุด :04 มิ.ย. 69 | 05:45 น.

เปิดวิสัยทัศน์ ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. แก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมเมืองหลวง-จัดการขยะล้นเมือง-ลดผลกระทบฝุ่น PM2.5 ของใคร คนไหนทำได้จริง หรือ แค่ฝันขายฝัน

KEY

POINTS

  • นายอนุชา บูรพชัยศรี ชูนโยบายพลิกโฉมระบบกำจัดขยะเป็นระบบปิด 100% ผลักดันเทคโนโลยีเปลี่ยนขยะเป็นพลังงาน และบังคับใช้กฎหมายเข้มงวดกับรถควันดำและฝุ่นจากการก่อสร้าง
  • นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ต่อยอดนโยบายเดิมโดยเน้นการจัดการขยะที่ต้นทาง ส่งเสริมการคัดแยก และใช้ทีมนักสืบฝุ่น 2.0 จัดการผู้ก่อมลพิษ พร้อมขยายความร่วมมือแก้ปัญหาการเผาในพื้นที่เกษตรและมลพิษจากโรงงานอุตสาหกรรม
  • นายชาญเทพ เสสะเวช เสนอนโยบายปฏิวัติการจัดการขยะให้เป็น "ขยะทองคำ" และประกาศจะไม่เก็บค่าขยะจากประชาชน

การเลือกตั้งผู้ว่าฯ กรุงเทพมหานครกำลังดุเดือด ในครั้งนี้มีแคนดิเดตผู้ว่าฯ กทม. มากถึง 18 คนร่วมชิงชัยมีทั้งที่สังกัดพรรคการเมืองและลงในนามอิสระ หลายคนต่างหยิบยกงัดหมัดเด็ดชูนโยบายต่าง ๆ เพื่อช่วงชิงคะแนนเสียงจากคนกรุงอย่างต่อเนื่อง

เมื่อมองลึกไปมหานครแห่งนี้มีปัญหามากมายที่ต้องเร่งแก้ไขทั้งปัญหาเก่าที่ทับถมทับซ้อนมาเนิ่นนาน เช่น เรื่องของปัญหาขยะล้นเมือง ปัญหาฝุ่นควัน PM2.5 มลพิษที่ยังคงเกิดขึ้นเป็นประจำ เฉพาะแค่เรื่องของปัญหาขยะมีรายงานระบุว่า ปัจจุบันขยะในกรุงเทพมหานครมีมากถึงวันละ 9,000 ตัน ต้องใช้งบประมาณในการจัดการขยะเหล่านี้ ทั้งเก็บ ขน และกำจัด วันละประมาณ 20 ล้านบาท หรือ ตกปีละ 7,000 ล้านบาท จึงเป็นเรื่องด่วนที่ แคนดิเดตผู้ว่าฯ กทม.จะนำเรื่องนี้มาเป็นหนึ่งในนโยบายสำคัญในการหาเสียงเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. 2569 ในครั้งนี้

"ฐานเศรษฐกิจ" สำรวจนโยบายผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. ทั้ง 18 คน พบว่ามีผู้สมัคร 3 รายที่นำเสนอนโยบายด้านการจัดการขยะ สิ่งแวดล้อม และการแก้ปัญหาฝุ่น PM2.5 อย่างชัดเจน โดยมีรายละเอียดดังนี้

ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. หมายเลข 5 อนุชา บูรพชัยศรี ชูนโยบายจัดการขยะและแก้ฝุ่น PM2.5

นายอนุชา นั้นได้ประกาศนโยบายเรื่องนี้ไว้ชัดเจนชูสโลแกน กรุงเทพฯ เมืองสะอาด ด้วยการพลิกโฉมระบบกำจัดขยะของ กทม. เน้นที่ไปศูนย์กำจัดขยะหลัก เช่น อ่อนนุช หนองแขม และสายไหม โดยจะมีการยกระดับเป็นระบบปิด 100% รวมถึงการควบคุมกลิ่นและน้ำเสียที่ได้มาตรฐาน

พร้อมผลักดันเทคโนโลยีเปลี่ยน "ขยะ" เป็น "พลังงาน" (Waste to Energy) เพื่อลดการฝังกลบ และกระจายศูนย์จัดการขยะไปยังโซนกรุงเทพฯ เหนือและตะวันออกเพื่อลดระยะเวลาและมลพิษจากการขนส่ง

ขณะที่ในส่วนของ ฝุ่น p.m 2.5 และปัญหามลพิษนั้น นายอนุชา ประกาศจะบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวดในการตรวจจับรถควันดำ รวมถึงการควบคุมฝุ่นจากไซต์งานก่อสร้างที่เป็นปัญหาของคนเมือง ทั้งยังมีแนวทางในการแก้ปัญหา ฝุ่น PM 2.5 ระบุว่า ต้องมีการล้างถนนอย่างถูกวิธี ควบคู่ไปกับการพัฒนาระบบแจ้งเตือนภัยพิบัติ ฝุ่น PM 2.5 ทั้งยังมีแนวคิดเพิ่มพื้นที่สาธารณะโดยจะนำพื้นที่รกร้างหรือพื้นที่ที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์ของรัฐและเอกชนมาพัฒนาเป็นพื้นที่สาธารณะ เป็นลานกีฬา Co-working Space เป็นต้น รวมถึงการจัดระเบียบทางเท้าและกำหนดโซนนิ่ง (Zoning) การค้าขายและสถานบันเทิงให้ชัดเจนขึ้น 

ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. หมายเลข 9 ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ เดินหน้าลดขยะและยกระดับมาตรการอากาศสะอาด 

นายชัชชาติ เดินหน้าต่อยอดแนวคิดเรื่องของการจัดการขยะและสิ่งแวดล้อมจากสมัยที่ได้นั่งเก้าอี้ผู้ว่าฯ กทม.สมัยแรก ในครั้งนี้มาในสโลแกน "Bangkok Reduce - Bangkok Reuse ลดขยะและส่งเสริมการใช้ซ้ำ พร้อมส่งเสริมการคัดแยกขยะผ่านการจัดตั้งศูนย์จัดการขยะในชุมชน พร้อมประกาศเดินหน้าออกข้อบัญญัติจัดการขยะต้นทาง ส่งเสริมการแยกขยะในหมู่บ้านและส่งเสริมงานที่เกี่ยวข้องกับการจัดการขยะผ่านอาสาสมัครด้านสิ่งแวดล้อม พร้อมต่อยอดนโยบายไม่เทรวม และเปลี่ยนขยะเป็นเงินผ่านระบบ MRF

นอกจากนี้เตรียมยกระดับอ่อนนุชสู่ Bangkok Green Eco Park พื้นที่จัดการขยะรูปแบบใหม่ ดึงเอกชนร่วมบริหารจัดการขยะเพื่อลดปริมาณขยะที่เมืองต้องจัดการ ทั้งมีมีแนวคิดเตรียมยกระดับซาเล้ง ขยายขอบเขตการจัดเก็บขยะในระดับครัวเรือนและแปลงเศษกิ่งไม้เป็น Biochar ช่วยดูดซับคาร์บอน 

ส่วนเรื่องของปัญหาฝุ่น p.m 2.5 และมลพิษนั้น ประกาศบังคับใช้กฎหมายเข้มข้น กรณีจับ ปรับผู้ก่อฝุ่นที่ต้นตอ ด้วยทีมนักสืบฝุ่น 2.0 และยกระดับความแม่นยำ ความละเอียดของการพยากรณ์ฝุ่นในเมืองหลวง พร้อมเดินหน้ากฎหมายเพื่ออากาศสะอาดของคนกรุงเทพฯ มุ่งนโยบาย Bangkok and Beyond ด้วยการติดตามการเผาและช่วยเหลือเกษตรกรแบบครบวงจรในเขตพื้นที่เกษตร ในโซนของเขตเมืองอุตสาหกรรม ดำเนินการ Low Emission Zone 2.0 โดยยกระดับความเข้มข้นเขตมลพิษต่ำ และ BKK Industrial Watch ที่จะติดตามการปล่อยมลพิษจากภาคอุตสาหกรรมตามมาตรฐานใหม่

เช่นเดียวกันเรื่องของพื้นที่ทางเท้า พื้นที่สาธารณะ จะออกข้อบัญญัติในการส่งตัวและจูงใจคนไร้ที่พึ่งออกจากพื้นที่สาธารณะเพื่อเข้าสู่กระบวนการดูแลสวัสดิการ มีแผนพัฒนาเมือง 15 นาทีโดยส่งเสริมโครงสร้างพื้นฐานระดับย่าน, ผลักดันกฎหมายผังเมืองใหม่ให้ประกาศใช้ในปี พ.ศ. 2570 ตลอดจนพัฒนาแพลตฟอร์มรวบรวมสิทธิประโยชน์และข้อกำหนดทางผังเมืองให้ประชาชนรับทราบ เป็นต้น 

ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. หมายเลข 12 ชาญเทพ เสสะเวช เสนอแนวคิดเปลี่ยนขยะเป็น "ขยะทองคำ"

อีกหนึ่งคนที่มีนโยบายระบุเกี่ยวกับการแก้ปัญหาเรื่องของการจัดการขยะ คือ นายชาญเทพ เสสะเวช หมายเลข 12 สังกัดพรรคเศรษฐกิจ เคยดำรงตำแหน่งสำคัญ เช่น ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 7 (ผบช.ภ.7), ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น.) ก่อนเกษียณอายุราชการเคยได้รับแต่งตั้งเป็นนายตำรวจราชองครักษ์พิเศษ ก่อนเริ่มต้นงานการเมืองโดยรับตำแหน่งเป็น เลขาธิการพรรคไทยภักดีคนแรก กระทั่งผันตัวมาลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นแคนดิเดตผู้ว่าฯ กรุงเทพมหานคร ในเรื่องการแก้ปัญหาขยะล้นเมืองนั้น พร้อมปฏิวัติการจัดการขยะไร้ค่า ให้เป็น "ขยะทองคำ" ไม่เก็บค่าขยะประชาชน