thansettakij
thansettakij
ป.ป.ช.ชี้มูลอดีตสส."เทวฤทธิ์ นิกรเทศ”ร่ำรวยผิดปกติ 37.4 ล้าน ยึดทรัพย์

ป.ป.ช.ชี้มูลอดีตสส."เทวฤทธิ์ นิกรเทศ”ร่ำรวยผิดปกติ 37.4 ล้าน ยึดทรัพย์

05 มิ.ย. 69 | 05:12 น.
อัปเดตล่าสุด :05 มิ.ย. 69 | 05:25 น.

ป.ป.ช.ชี้มูลอดีต สส. “เทวฤทธิ์ นิกรเทศ” ร่ำรวยผิดปกติ 37.4 ล้าน ส่งศาลฎีกายึดทรัพย์เข้าหลวง พร้อมเดินหน้าบังคับคดีกับกองมรดกหลังเสียชีวิต

KEY

POINTS

  • ป.ป.ช.มีมติชี้มูลความผิด นายเทวฤทธิ์ นิกรเทศ อดีต สส. กรณีร่ำรวยผิดปกติ
  • พบมีทรัพย์สินเพิ่มขึ้นโดยไม่สามารถชี้แจงที่มาได้ในช่วงดำรงตำแหน่งทางการเมือง รวมมูลค่ากว่า 37.4 ล้านบาท
  • ป.ป.ช.จะส่งเรื่องให้อัยการสูงสุดยื่นคำร้องต่อศาลฎีกาฯ เพื่อขอให้ทรัพย์สินดังกล่าวตกเป็นของแผ่นดิน
  • แม้ว่า นายเทวฤทธิ์ จะเสียชีวิตแล้ว แต่กระบวนการทางกฎหมายเพื่อยึดทรัพย์สินจากกองมรดกยังคงดำเนินต่อไป

คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) มีมติชี้มูลความผิดกรณีร่ำรวยผิดปกติของ นายเทวฤทธิ์ นิกรเทศ อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หลังพบว่า มีทรัพย์สินเพิ่มขึ้นอย่างผิดสังเกตในช่วงดำรงตำแหน่งทางการเมือง รวมมูลค่ากว่า 37.43 ล้านบาท โดยไม่สามารถแสดงที่มาหรือพิสูจน์แหล่งที่มาของทรัพย์สินดังกล่าวได้

เมื่อวันที่ 5 มิถุนายน 2569 นายสุรพงษ์ อินทรถาวร เลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. ในฐานะโฆษกสำนักงาน ป.ป.ช. แถลงผลการประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ช. ว่า คณะกรรมการมีมติชี้มูลกรณี นายเทวฤทธิ์ นิกรเทศ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ระหว่างปี 2551-2554 มีพฤติการณ์ร่ำรวยผิดปกติ ตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต

ผลการไต่สวนพบว่า ในช่วงเวลาดังกล่าว นายเทวฤทธิ์ มีรายได้ตามแบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา จากเงินเดือนและค่าเบี้ยประชุม รวมทั้งสิ้น 4,203,489.35 บาท แต่กลับมีทรัพย์สินเพิ่มขึ้นในจำนวนที่ไม่สอดคล้องกับรายได้ที่ได้รับ และไม่สามารถชี้แจงแหล่งที่มาของทรัพย์สินได้อย่างสมเหตุสมผล

สำหรับทรัพย์สินที่เข้าข่ายร่ำรวยผิดปกติรวมมูลค่า 37,431,641.42 บาท ประกอบด้วย

เงินฝากธนาคารในชื่อของนายเทวฤทธิ์ จำนวน 4 บัญชี มูลค่ารวม 31,064,731 บาท

เงินที่นำไปชำระหนี้ 3 รายการ รวม 2,500,000 บาท

รถยนต์ที่ถือครองในชื่อตนเอง จำนวน 3 คัน มูลค่ารวม 3,866,910.42 บาท

คณะกรรมการ ป.ป.ช. พิจารณาแล้วเห็นว่า ทรัพย์สินดังกล่าวเข้าลักษณะ “ร่ำรวยผิดปกติ” เนื่องจากมีทรัพย์สินเพิ่มขึ้นอย่างมากผิดปกติเมื่อเทียบกับฐานรายได้ที่ปรากฏ รวมถึงไม่สามารถพิสูจน์ที่มาของทรัพย์สินได้ จึงมีมติส่งรายงานผลการไต่สวน สำนวน เอกสาร พยานหลักฐาน และความเห็นไปยังอัยการสูงสุด เพื่อดำเนินการยื่นคำร้องต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ขอให้มีคำสั่งให้ทรัพย์สินดังกล่าว รวมถึงทรัพย์สินหรือผลประโยชน์อื่นใดที่ได้มาแทนทรัพย์สินนั้น ตกเป็นของแผ่นดิน

นอกจากนี้ ป.ป.ช.ยังอาศัยอำนาจตามมาตรา 125 แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2561 กำหนดว่า หากไม่สามารถบังคับเอากับทรัพย์สินที่ถูกชี้มูลว่าร่ำรวยผิดปกติได้ทั้งหมดหรือบางส่วน ศาลสามารถสั่งบังคับคดีกับทรัพย์สินอื่นของผู้ถูกกล่าวหาได้ภายในระยะเวลา 10 ปี

ประเด็นสำคัญของคดีนี้ คือ แม้ นายเทวฤทธิ์ จะถึงแก่ความตายไปแล้ว เมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม 2568 แต่กระบวนการทางกฎหมายในการติดตามทรัพย์สินยังไม่สิ้นสุด โดย ป.ป.ช.ระบุชัดว่า การบังคับคดีเพื่อให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดิน สามารถดำเนินการกับทรัพย์สินในกองมรดกของผู้ตายได้ต่อไป