thansettakij
thansettakij
มติสภา 308 ต่อ 126 เสียง ไม่ส่งตัว “ชนนพัฒฐ์” ให้ดำเนินคดีสมัยประชุม

มติสภา 308 ต่อ 126 เสียง ไม่ส่งตัว “ชนนพัฒฐ์” ให้ดำเนินคดีสมัยประชุม

29 พ.ค. 69 | 05:47 น.
อัปเดตล่าสุด :29 พ.ค. 69 | 07:46 น.

มติสภาฯ เสียงส่วนใหญ่ ไม่อนุญาต ส่งตัว "ชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว” ให้ดีเอสไอดำเนินคดี ตามคำร้องขอ "ภท.-ประชาชาติ-เศรษฐกิจ" อ้างยึดหลักการ-เอกสิทธิ์คุ้มครองสส.สมัยประชุม

KEY

POINTS

  • สภาผู้แทนราษฎรลงมติด้วยคะแนน 308 ต่อ 126 เสียง ไม่อนุญาตให้กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) นำตัว นายชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว สส.สงขลา ไปดำเนินคดีในระหว่างสมัยประชุม
  • ฝ่ายเสียงข้างมากให้เหตุผลว่า เป็นการยึดหลักการคุ้มครองการทำหน้าที่ของ สส. ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 125 เพื่อไม่ให้กระทบต่อการทำงานในสภา และกระบวนการยุติธรรมสามารถดำเนินต่อได้หลังปิดสมัยประชุม
  • ขณะที่ฝ่ายเสียงข้างน้อย เช่น พรรคประชาชน และ พรรคประชาธิปัตย์ มองว่า ควรอนุญาตเพื่อสร้างบรรทัดฐานที่ดีและรักษาภาพลักษณ์ของสภา เนื่องจากคดีไม่ได้เกิดจากการกลั่นแกล้งทางการเมือง

วันที่ 29 พ.ค. 2569 ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มี นายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาฯ เป็นประธาน ได้พิจารณาเรื่องด่วน ขออนุญาตสภาฯ เพื่อเรียกตัว นายชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว สส.สงขลา พรรคกล้าธรรม ไปมารับทราบข้อกล่าวหาและทำการสอบสวนปากคำในระหว่างสมัยประชุม ตามรัฐธรมนูญ มาตรา 125  หลังจากที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ  (ดีเอสไอ) มีหนังสือขอให้สภาฯ อนุญาตให้คณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษออกหมายเรียกให้ นายชนนพัฒฐ์ ไปรับทราบข้อกล่าวหาและทำการสอบสวนปากคำตามข้อสั่งการของอัยการสูงสุด

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนการลงมติ มีสส.ที่ขออภิปรายแสดงความเห็น โดยพบว่า มีความเห็นที่แตกต่างกันเป็น 2 ฝ่าย คือ ฝ่ายที่สนับสนุนให้ส่งตัวนายชนนพัฒฐ์ ให้ดีเอสไอดำเนินการตามกฎหมาย คือ พรรคประชาชน และพรรคประชาธิปัตย์  และ ฝ่ายที่ไม่เห็นด้วย ได้แก่ พรรคภูมิใจไทย พรรรคประชาชาติ พรรคเศรษฐกิจ

นายณัฐวุฒิ บัวประทุม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน อภิปรายว่า เห็นด้วยและเห็นชอบให้ส่งตัว นายชนนพัฒน์ ไปดำเนินการทางคดี หาก สส.สละเจตนาคุ้มกันจะเป็นประโยชน์การพิจารณา และเป็นบรรทัดฐานใหม่ของสภา ในระบอบประชาธิปไตย หากอนาคตมี สส.ของพรรคประชาชนคนใดถูกดำเนินการในลักษณะข้อเท็จจริงเดียวกัน พรรคประชาชนจะอนุญาตให้เข้าสู่กระบวนการยุติธรรมเช่นเดียวกัน

ขณะที่ นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ อภิปรายว่า เมื่อพิจารณาคดีของ สส. ที่ถูกขขอตัวเกิดขึ้นก่อนการเลือกตั้งครั้งล่าสุด ซึ่งไม่มีพบการกลั่นแกล้งใดๆ จากฝ่ายบริหาร เป็นกระบวนการยุติธรรม ที่พิจารณาตามขั้นตอนที่ดำเนินการเกี่ยวกับผู้มีอิทธิพลทางการเมือง ที่ต้องมีพยานหลักฐานครบถ้วน

ทั้งนี้ คดีดังกล่าวสัมพันกับเกียรติภูมิของสภา หากไม่อนุญาตจะกระทบต่อภาพลักษณ์ของ สส. หากคดีร้ายแรงแต่สภายังปกป้อง อาจกระทบภาพลักษ์ และภาพพจน์ของสภาในสายตาของต่างชาติด้วย

“ทั้งนี้ สส.ที่ถูกขอตัวระบุก่อนหน้านั้นว่า พร้อมเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมตามที่กำหนดไม่ใช้เอกสิทธิ์คุ้มครอง ดังนั้น พรรคประชาธิปัตย์ขอใช้ดุลยพินิจปกป้องภาพพจน์ของประเทศไทย และภาพลักษณ์ของสภา จึงมีมติอนุญาตให้ส่งตัวไปตามเรียก” นายสาทิตย์ อภิปราย

ขณะที่ นางนันทนา สงฆ์ประชา สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย อภิปรายว่า บทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ มาตรา  125 ไม่ใช่การคุ้มกันให้ สส.อยู่เหนือกฎหมาย และไม่ใช่ยกเว้นกระบวนการยุติธรรมให้กับบุคคลใดบุคคลหนึ่ง แต่เป็นหลักประกันทางรัฐธรรมนูญเพื่อคุ้มครองการทำหน้าที่ของฝ่ายนิติบัญญัติ และรักษาความสมดุลของอำนาจ 

อย่างไรก็ดี เมื่อพิจารณาของการเปิดสมัยปะชุมแล้ว จะพบว่า จะปิดสมัยประชุม ในเดือน ก.ค. ดังนั้น เหลือเวลาไม่กี่ครั้ง หากมีการเรียกตัว สส. ดำเนินการตามกระบวนการสอบสวนระหว่างสมัยประชุม ย่อมส่งผลกระทบต่อการปฏิบัติหน้าที่ของ สส. ฐานะผู้แทนของประชาชน และกระทบต่อการทำงานนของสภาโดยรวม

“ตระหนักดีว่า ประชาชนเรียกร้องความโปร่งใสและมาตรฐานจริยธรรมที่สูง หาก สส.สละความคุ้มกันเพื่อเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม เพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์ถือเป็นเรื่องดี แต่หากพิจารณาในมิติระดับสถาบันต้องพิจารณาอย่างระมัดะวังเพื่อไม่ให้ทำลายหลักประกันทางรัฐธรรมนูญระยะยาว เพราะเมื่อสิ้นสุดสมัยประชุมกระบวนการทางกฎหมายดำเนินการได้ปกติ  จึงไม่ใช่การตัดสิทธิ์ หรือ ขัดขวางกระบวนการยุติธรรม แต่เป็นกาคุ้มครองการทำหน้าที่ช่วงเวลาที่รัฐธรรมนูญบัญญัติรองรับ” นางนันทนา อภิปราย

ด้าน นายซูการ์โน มะทา สส.ยะลา พรรคประชาชาติ อภิปรายว่า ต้องรักษาหลักการและมาตรฐานที่สภาฯ ถือปฏิบัติโดยตลาด คือ ไม่อนุญาตให้ สส.ไปรับทราบข้อกล่าวหาของดีเอสไอในสมัยประชุม อย่างไรก็ดี ขอให้นายชนนพัฒน์ ชี้แจงและพูดว่าจะใช้เอกสิทธิ์คุ้มครองหรือไม่ด้วย

ส่วน นายคริส โปตระนันทน์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเศรษฐกิจ อภิปรายว่า ขอปกป้องหลักการคุ้มครองสส.ในสมัยประชุม เพื่อไม่ให้เกิดกรณีดังกล่าวเกิดขึ้นหากมีประเด็นที่นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน หรือ นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาชน ตรวจสอบรัฐบาลแล้วถูกกลั่นแกล้ง ดำเนินคดีอาจถูกโหวตให้ไปดำเนินคดีได้ อย่างไรก็ดี ขอเรียกร้องสปีริตของ นายชนนพัฒฐ์ ต่อการเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมโดยไม่ต้องให้สภาปกป้อง

จากนั้น นายชนนพัฒฐ์ อภิปรายว่า ตนพร้อมและยินดีเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม และยอมรับผลลงมติ แต่ยึดตามหลักการของการเป็น สส. และหากปิดสมัยประชุมตนหลีกหนีไม่พ้นที่ต้องเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากอภิปรายแล้วเสร็จได้มีการลงมติ โดยมติของสภาเห็นด้วย 126 เสียง ไม่เห็นด้วย 308 เสียง งดออกเสียง 2 เสียง