
ส่องกฎหมาย "แบตเตอรี่" ในต่างประเทศ คุมผลกระทบตั้งแต่ผลิต จนกลายเป็นขยะพิษ
ส่องกฎหมาย กฎระเบียบ และแนวทางในประเทศต่างๆ ที่ใช้เพื่อควบคุม "แบตเตอรี่" ตั้งแต่ขั้นตอนการผลิต ระหว่างใช้งาน ไปจนถึงเมื่อแจ่มดวงตเตอรี่สิ้นอายุขัย จนกลายเป็นขยะพิษ
KEY
POINTS
- ประเทศไทยมีแนวโน้มเกิดขยะแบตเตอรี่พุ่งสูง ตามการเติบโตของตลาดยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ซึ่งขยะแบตเตอรี่ถูกจัดเป็นวัตถุอันตราย แต่ประเทศไทยยังขาดกฎหมายควบคุมแบตเตอรี่โดยเฉพาะ
- หลายประเทศใช้หลักการขยายความรับผิดชอบของผู้ผลิต (EPR) โดยกำหนดให้ผู้ผลิตและผู้นำเข้าต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการจัดการซากแบตเตอรี่เมื่อหมดอายุการใช้งาน
- มีการกำหนดเป้าหมายการรีไซเคิลวัสดุในแบตเตอรี่ใหม่ และส่งเสริมการนำแบตเตอรี่ที่เสื่อมสภาพมาใช้ซ้ำ (Second Life) เพื่อลดปริมาณขยะและสร้างเศรษฐกิจหมุนเวียน
- บางประเทศมีมาตรการทางการเงิน เช่น ญี่ปุ่นที่ให้ผู้ซื้อจ่ายค่าธรรมเนียมรีไซเคิลล่วงหน้า เพื่อเป็นหลักประกันในการจัดการซากแบตเตอรี่ในอนาคต
สถิติการใช้ยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ในประเทศไทยมีการเติบโตขึ้นอย่างมาก โดยในปี 2553 มีรถไฟฟ้าจดทะเบียนใหม่เพียง 12,349 คัน และเพิ่มขึ้นเป็น 232,754 คัน ในปี 2567 ซึ่งแบตเตอรี่โดยทั่วไปจะหมดอายุการใช้งานภายในประมาณ 8-10 ปี งานวิจัยของ TDRI ชี้ว่าในปี 2574 จะมีซากแบตเตอรี่สะสมจากยานยนต์ไฟฟ้าสูงถึงประมาณ 38,050 ตัน และเพิ่มเป็น 168,590 ตัน ในปี 2578
ดร. ณัฐภรณ์ บัวแย้ม นักวิชาการด้านนโยบายเศรษฐกิจชีวภาพ เศรษฐกิจหมุนเวียน และเศรษฐกิจสีเขียว TDRI กล่าวในงาน THE BIG ISSUE ENERGY CRISIS NEW SOLUTIONS ทางออกวิกฤตพลังงานอย่างยั่งยืน จัดโดยฐานเศรษฐกิจว่า แม้รถยนต์ไฟฟ้าจะถูกมองว่าเป็นทางออกสำคัญของโลกคาร์บอนต่ำ แต่หัวใจสำคัญของ EV อย่าง “แบตเตอรี่” กลับเป็นโจทย์ใหญ่ที่ยังต้องการคำตอบ
แบตเตอรี่ EV ถูกจัดประเภทโดยสหประชาชาติว่าเป็นวัตถุอันตรายระดับ 9 ซึ่งมีความเสี่ยงต่อการปะทุและเกิดอันตรายระหว่างการขนส่งหรือจัดเก็บ การเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดไม่ได้จบลงที่การใช้งาน แต่ต้องครอบคลุมไปถึง “ปลายทาง” ของเทคโนโลยีเหล่านั้นด้วย ในปัจจุบันประเทศไทยยังไม่มีกฎหมายเฉพาะที่ใช้กำกับดูแลแบตเตอรี่สำหรับยานยนต์ไฟฟ้า (EV) และระบบกักเก็บพลังงาน (ESS) โดยตรง
ส่องกฎหมาย-มาตรการ ดูแล “แบตเตอรี่” ในต่างประเทศ
สหภาพยุโรป (EU) - ผู้นำด้านกฎระเบียบที่เข้มงวดและครบวงจร
สหภาพยุโรปมีกรอบกฎหมายที่ครอบคลุมตลอดวงจรชีวิตแบตเตอรี่ ได้แก่
- Battery Regulation (EU) 2023/1542 มีผลบังคับใช้ในปี 2024 โดยขยายความรับผิดชอบของผู้ผลิต (EPR) ให้ครอบคลุมทั้งผู้ผลิต ผู้นำเข้า และผู้ผลิตอุปกรณ์ที่มีแบตเตอรี่
- Battery Passport กำหนดให้มีระบบหนังสือเดินทางแบตเตอรี่ดิจิทัลภายในปี 2027 เพื่อติดตามข้อมูลแหล่งที่มา วัตถุดิบ ความจุ และการรีไซเคิล
- เป้าหมายการรีไซเคิล กำหนดสัดส่วนวัสดุรีไซเคิลขั้นต่ำในแบตเตอรี่ใหม่ (เช่น โคบอลต์ ลิเทียม นิกเกิล) และตั้งเป้าหมายการจัดเก็บแบตเตอรี่ใช้แล้วอย่างชัดเจน
นอกจากนี้สหภาพยุโรปยังมีกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง เช่น WEEE Directive สำหรับขยะอิเล็กทรอนิกส์ และ ELV Directive สำหรับซากยานยนต์ เพื่อส่งเสริมการออกแบบที่ถอดแยกง่าย และการนำแบตเตอรี่มาใช้ซ้ำ (Second Life)
สาธารณรัฐประชาชนจีน - ระบบติดตามและการจัดการที่ครบวงจร
จีนเป็นผู้ผลิตแบตเตอรี่รายใหญ่และมีระบบการจัดการที่เน้นการตรวจสอบย้อนกลับ
ความรับผิดชอบของผู้ผลิต (EPR) และมาตรฐานการรีไซเคิล
- บังคับใช้หลัก EPR โดยให้บริษัทรถยนต์รับผิดชอบหลักในการรีไซเคิลแบตเตอรี่ และมีมาตรฐานอุตสาหกรรมเฉพาะ เช่น GB/T 44132-2024 สำหรับการจัดการกระบวนการรีไซเคิล
- ระบบการติดตามตรวจสอบย้อนกลับ (Traceability)
มีแพลตฟอร์มระดับชาติเพื่อติดตามข้อมูลแบตเตอรี่ตั้งแต่การผลิตจนถึงการรีไซเคิล โดยกำหนดรหัสแบตเตอรี่ โดยมีรหัส 24 หลักสำหรับแบตเตอรี่ใหม่ และ 19 หลักสำหรับแบตเตอรี่ใช้ซ้ำ
- Echelon Utilization
สนับสนุนการนำแบตเตอรี่ที่เสื่อมสภาพจาก EV มาใช้ซ้ำในรูปแบบอื่น (Cascade Use) ก่อนจะนำไปรีไซเคิลสกัดวัสดุ โดยกระบวนการเมื่อแบตเตอรี่จากยานยนต์ไฟฟ้าสิ้นอายุขัยจะถูกรวบรวมและคัดแยก หากยังมีประสิทธิภาพเพียงพอจะถูกส่งต่อไปยังบริษัท Echelon Utilization เพื่อนำไปจัดการให้สามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้อีกครั้ง
ตัวอย่างเช่น การนำแบตเตอรี่ใช้แล้วจากรถไฟฟ้าไปใช้เป็นระบบกักเก็บพลังงาน (Stationary Energy Storage Systems: ESS) หรืออุปกรณ์ไฟฟ้าที่ต้องการกำลังไฟต่ำกว่าเดิม แนวทางนี้เป็นส่วนหนึ่งของหลักเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) ที่ช่วยยืดอายุการใช้งานของทรัพยากรให้คุ้มค่าที่สุด ลดการเกิดขยะ และลดความต้องการวัตถุดิบใหม่จากเหมืองแร่
ประเทศเกาหลีใต้ - กฎหมายหมุนเวียนทรัพยากร
- EEEV Act บังคับใช้กฎหมายการหมุนเวียนทรัพยากรจากอุปกรณ์ไฟฟ้าและยานพาหนะ โดยให้ผู้ผลิตรับผิดชอบจัดตั้งกองทุนและระบบรีไซเคิล
- Eco-Assurance System (ECOAs) ระบบจัดการขยะอิเล็กทรอนิกส์ครบวงจร ตั้งแต่การออกแบบผลิตภัณฑ์จนถึงการรีไซเคิล
- ศูนย์รวบรวมทรัพยากรขยะ โดยมอบหมายให้ KECO (Korea Environment Corporation) เป็นผู้ดำเนินการรวบรวมและรีไซเคิลร่วมกับภาคเอกชน
ประเทศญี่ปุ่น - การเก็บค่าธรรมเนียมล่วงหน้า
- กฎหมายส่งเสริมการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ และกฎหมายรีไซเคิลขยะอิเล็กทรอนิกส์ขนาดเล็ก
- Recycling Fee โดยผู้ซื้อยานยนต์ไฟฟ้าต้อง จ่ายค่าธรรมเนียมรีไซเคิลล่วงหน้า ตั้งแต่ตอนซื้อรถ
- Battery Passport โดยกลุ่มบริษัทญี่ปุ่น 7 แห่งกำลังพัฒนา Battery Passport และวางแผนจะเปิดตัวภายในปี 2027 เพื่อความโปร่งใสของข้อมูลตลอดห่วงโซ่อุปทาน
ประเทศสิงคโปร์ - กฎหมายความยั่งยืนของทรัพยากร
- Resource Sustainability Act (RSA) 2019 กำหนดให้แบตเตอรี่ EV เป็นสินค้าที่ผู้ผลิตและผู้นำเข้าต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการจัดการขยะผ่านโครงการ PRS (Producer Responsibility Scheme)
- กำหนดให้ต้องรีไซเคิลวัสดุจากแบตเตอรี่ EV ให้ได้อย่างน้อย 50% - 70% ของน้ำหนัก
สหรัฐอเมริกา - ระบบกระจายศูนย์
- ระดับรัฐบาลกลาง จะใช้กฎหมาย RCRA ควบคุมแบตเตอรี่ในฐานะขยะอันตราย และ Battery Act (1996) เพื่อจัดการแบตเตอรี่ชาร์จซ้ำได้และแบตเตอรี่ที่มีสารปรอท
- ระดับรัฐ ในหลายรัฐ เช่น แคลิฟอร์เนีย นิวยอร์ก และออริกอน มีการออกกฎหมาย EPR เฉพาะของรัฐ โดยบังคับใช้มาตรการรับคืนแบตเตอรี่และห้ามทิ้งแบตเตอรี่ชาร์จซ้ำในขยะทั่วไป
จะเห็นได้ว่ากลไกที่ต่างประเทศนิยมใช้คือ หลักความรับผิดชอบของผู้ผลิต (Extended Producer Responsibility - EPR) ที่ผลักดันให้ผู้ผลิตต้องรับผิดชอบซากผลิตภัณฑ์ของตนเอง ควบคู่ไปกับเทคโนโลยีการติดตามอย่าง Battery Passport เพื่อสร้างเศรษฐกิจหมุนเวียนที่ยั่งยืน และยังเป็นการแบ่งเบาภาระภาครัฐ ในการจัดการขยะอันตราย และส่งเสริมระบบการจัดการตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ





