thansettakij
thansettakij
'ชัชชาติ' ประชุมนัดทิ้งทวน สั่งห้ามเกียร์ว่างช่วงเปลี่ยนผ่าน ให้คะแนนตัวเอง 5 เต็ม 10 

'ชัชชาติ' ประชุมนัดทิ้งทวน สั่งห้ามเกียร์ว่างช่วงเปลี่ยนผ่าน ให้คะแนนตัวเอง 5 เต็ม 10 

07 พ.ค. 69 | 06:15 น.
อัปเดตล่าสุด :07 พ.ค. 69 | 06:18 น.

'ชัชชาติ สิทธิพันธุ์' นั่งปธ.ประชุมหัวหน้าหน่วยงาน กทม. นัดสุดท้ายก่อนครบวาระ 21 พ.ค.นี้ ขอบคุณทีมงานช่วยกันเปลี่ยนเมืองสั่งข้าราชการวางตัวเป็นกลางรับศึกเลือกตั้งใหม่ ประเมินผลงานให้ตัวเอง 5 คะแนน ทีมงาน 8 คะแนน

KEY

POINTS

  • นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ประชุมนัดสุดท้ายก่อนครบวาระ โดยให้คะแนนการทำงานของตนเอง 5 เต็ม 10 แต่ให้ทีมงาน 8 คะแนน
  • สั่งการเจ้าหน้าที่ห้ามปล่อยเกียร์ว่างในช่วงเปลี่ยนผ่านผู้บริหาร โดยให้เดินหน้าแก้ปัญหาสำคัญอย่างต่อเนื่อง ทั้งเรื่องคนไร้บ้าน หาบเร่แผงลอย และการป้องกันน้ำท่วม
  • กำชับให้เร่งรัดโครงการที่ยังไม่เสร็จสิ้น เช่น โครงการบำบัดน้ำเสียฝั่งธนบุรี และเน้นย้ำให้ข้าราชการวางตัวเป็นกลางในการเลือกตั้งครั้งต่อไป

7 พฤษภาคม 69 นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เป็นประธานการประชุมหัวหน้าหน่วยงานของกรุงเทพมหานคร ครั้งที่ 5/2569 ณ ห้องรัตนโกสินทร์ ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร (เสาชิงช้า) เขตพระนคร ซึ่งถือเป็นการประชุมครั้งสุดท้ายก่อนครบวาระในวันที่ 21 พฤษภาคมนี้ มีรายงานว่านายชัชชาติ ผู้ว่าฯ กทม. ได้สรุปบทเรียนพร้อมสั่งการทิ้งท้ายในหลายประเด็น

ทั้งนี้ นายชัชชาติ ผู้ว่าฯ กทม.ได้กล่าวขอบคุณบุคลากรที่ทำงานร่วมกันมาตลอด 4 ปี พร้อมระบุว่า กทม. มีคนเก่งจำนวนมากและเสียงสะท้อนจากประชาชนชี้ให้เห็นว่าการทำงานดีขึ้นแม้จะยังไม่เต็ม 100% แต่มีผลงานที่ตอบโจทย์ประชาชน โดยตนเองนั้นให้คะแนนการทำงานของตัวเอง 5 คะแนนแต่ให้ทีมงาน 8 คะแนน พร้อมขอให้ทำงานอย่างต่อเนื่องต่อไปเพื่อประโยชน์สูงสุดของประชาชน

นอกจากนี้เรื่องการจัดการคนไร้บ้านและหาบเร่แผงลอยในช่วงเปลี่ยนผ่านนั้น นายชัชชาติ ผู้ว่าฯ กทม. ระบุว่า เนื่องจากสถานการณ์เศรษฐกิจไม่ดี จึงอาจทำให้คนไร้บ้านมากขึ้นจึงขอให้สำนักงานเขตเดินหน้าอย่างต่อเนื่อง ชวนคนไร้บ้านมาที่บ้านอิ่มใจ ซึ่งยังมีที่ว่างรองรับได้อีกกว่า 100 คน โดยเน้นการทำความเข้าใจและให้เหตุผลมากกว่าการบังคับ ส่วนเรื่องหาบเร่แผงลอย ให้ยึดแนวทางเดิมอย่างเข้มข้น อย่าให้เกิดช่องว่างในช่วงเปลี่ยนผ่านของผู้บริหาร ห้ามแอบอ้างว่าผู้บริหารชุดใหม่จะอนุญาตให้กลับมาขายได้ และสั่งให้ฝ่ายเทศกิจตรวจตราให้ถี่ขึ้นเพื่อรักษาความเป็นระเบียบของทางเท้า

พร้อมกันนี้ได้กำชับให้เร่งทบทวนจุดน้ำท่วมซ้ำซากจากฝนตกหนัก โดยเฉพาะพื้นที่ที่มีโครงการก่อสร้าง พร้อมสั่งการให้เร่งลอกท่อ ลอกคลอง และตรวจสอบโครงการที่ยังไม่เสร็จสิ้น เพื่อป้องกันน้ำท่วมขังและลดผลกระทบต่อประชาช นอกจากนี้ยังได้แสดงความเป็นห่วงโครงการบำบัดน้ำเสียฝั่งธนบุรี ซึ่งส่งผลกระทบต่อความเป็นอยู่ ทั้งเรื่องยุง น้ำเสีย และปัญหาบ้านร้าว โดยได้สั่งการให้ผู้อำนวยการเขตลงพื้นที่เยี่ยมประชาชนเพื่อบรรเทาความเดือดร้อน และให้สำนักการระบายน้ำเข้มงวดกับผู้รับเหมาให้มากที่สุด

ทั้งยังได้กำชับให้ทุกเขตสำรวจกระบวนการทำงานให้รัดกุมกรณีพบความผิดปกติในการแจ้งเกิดของบุคคลต่างด้าวในเขตที่เป็นข่าวเมื่อเร็ว ๆ นี้ ไม่ใช้เพียงวิจารณญาณของคนคนเดียวและให้ติดตามตัวเลขการแจ้งเกิดที่พุ่งสูงผิดปกติเพื่อป้องกันความบกพร่องในการปฏิบัติหน้าที่

พร้อมกันนี้ได้เน้นย้ำถึงเรื่องการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. และ ส.ก. ที่กำลังจะเกิดขึ้น โดยขอให้ข้าราชการและบุคลากรทุกคนรักษาความเป็นกลางอย่างเคร่งครัด ดูแลผู้สมัครทุกคนอย่างเท่าเทียมเพื่อสร้างความเชื่อมั่นในระบบการเลือกตั้ง ซึ่งจะส่งผลดีต่อการทำงานในระยะยาวของ กทม.

ด้านนายต่อศักดิ์ โชติมงคล ประธานที่ปรึกษาของผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวถึงการทำงานตลอด 4 ปีที่ผ่านมา ว่า ได้พยายามทำตามสัญญาที่ให้ไว้ โดยเฉพาะเรื่องความก้าวหน้าของบุคลากรและการสอบเลื่อนตำแหน่ง นอกจากนี้ ยังเน้นเรื่องการกระจายการมีส่วนร่วมของภาคประชาชน ซึ่งปัจจุบันทำได้ดี และควรนำบทเรียนจากจุดอ่อนจุดแข็งที่ผ่านมาไปพัฒนาให้ชัดเจนและดียิ่งขึ้น 

นายจักกพันธุ์ ผิวงาม รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กำชับว่า ข้าราชการประจำต้องอยู่กับ กทม. ไปจนเกษียณอายุราชการ ขณะที่ฝ่ายการเมืองมาแล้วก็ไปในระยะเวลา 4 ปี ดังนั้น ความสำเร็จของงานจะเกิดขึ้นได้ หากทุกคนปฏิบัติหน้าที่ตามนโยบายอย่างถูกต้อง เพื่อประโยชน์สูงสุดของประชาชนและตัวข้าราชการเอง

นายวิศณุ ทรัพย์สมพล รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ย้ำว่า อย่ายึดติดกับคน กทม.ต้องพัฒนาต่อเนื่อง พร้อมขอให้ช่วยกันทำระบบให้พัฒนาต่อเนื่อง เพราะคนมาแล้วก็ไป แต่ระบบที่เข้มแข็งจะทำให้เมืองพัฒนาขึ้นเรื่อย ๆ
 
ขณะที่ รศ.ทวิดา กมลเวชช รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้กล่าวขอบคุณทุกคนพร้อมเล่าถึงคำสอนของผู้ว่าฯ ชัชชาติ ที่ว่า ให้ทำงานเหมือนจะอยู่เพียงวาระเดียวเพื่อให้ทุกอย่างเสร็จสิ้นและสร้างระบบที่แข็งแกร่งจนคนในหน่วยงานสามารถอยู่ได้ด้วยตนเองและเก่งขึ้น พร้อมทิ้งท้ายว่า แม้ในอนาคตจะเปลี่ยนบทบาทไปเป็นประชาชนก็จะยังคงเป็น "ประชาชนที่น่ารัก" และช่วยตรวจสอบเมืองผ่าน Traffy Fondue ต่อไป