
ศาล รธน.สั่งรอความเห็น-เร่งศึกษาเพิ่มคดีบัตรเลือกตั้งติดบาร์โค้ด
ศาลรัฐธรรมนูญ “ยังไม่ชี้ขาด” คดีบัตรเลือกตั้งติดบาร์โค้ด สั่งรอความเห็นผู้เชี่ยวชาญ-เร่งศึกษาข้อมูลเพิ่ม ปมกระทบ “สิทธิลงคะแนนลับ”
KEY
POINTS
- ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาคำร้องว่า การใช้บาร์โค้ดและคิวอาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้งอาจขัดต่อหลักการลงคะแนนโดยลับ
- ศาลยังไม่มีคำวินิจฉัยในคดีนี้ แต่มีมติให้รอความเห็นเพิ่มเติมจากพยานผู้เชี่ยวชาญและข้อมูลจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
- สั่งให้สำนักงานศาลฯ ศึกษาข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับเทคโนโลยีดังกล่าวและความเสี่ยงเพื่อใช้ประกอบการพิจารณาคดี
วันที่ 6 พฤษภาคม 2569 ศาลรัฐธรรมนูญมีการพิจารณาคำร้อง กรณีผู้ตรวจการแผ่นดินยื่นคำร้องขอให้ศาลวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 213 ว่าการออกแบบและจัดพิมพ์บัตรเลือกตั้งในการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร(สส.) เมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ซึ่งมีการใช้บาร์โค้ด (Barcode) และ รหัสคิวอาร์ (QR Code) นั้น ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญหรือไม่
ต้นเรื่องของคดีนี้เกิดจากการร้องเรียนจำนวน 21 คำร้อง ที่ส่งถึงผู้ตรวจการแผ่นดิน โดยผู้ร้องตั้งข้อสังเกตว่า การใส่รหัสดังกล่าวลงในบัตรเลือกตั้ง อาจเปิดช่องให้สามารถเชื่อมโยงบัตรกับตัวบุคคล หรืออย่างน้อยสามารถตรวจสอบย้อนกลับไปยังหน่วยเลือกตั้งหรือข้อมูลอื่น ๆ ได้ ซึ่งหากเป็นจริง อาจกระทบต่อ “หลักการออกเสียงโดยลับ” ที่เป็นหัวใจสำคัญของระบอบประชาธิปไตย
ผู้ร้องจึงเห็นว่า การดำเนินการของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ในฐานะผู้ถูกร้อง อาจเข้าข่ายเป็นการกระทำที่ขัดต่อบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ ซึ่งรับรองสิทธิของประชาชนในการออกเสียงเลือกตั้งโดยเสรีและเป็นความลับ
ในการพิจารณาครั้งนี้ ศาลรัฐธรรมนูญยังไม่ได้มีคำวินิจฉัยชี้ขาด แต่มีมติให้ “รอข้อมูลเพิ่มเติม” โดยเฉพาะความเห็นจากพยานผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยี ระบบเลือกตั้ง และความมั่นคงของข้อมูล รวมถึงถ้อยคำเป็นหนังสือของพยาน และพยานเอกสารจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
นอกจากนี้ ศาลยังสั่งให้สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญดำเนินการศึกษาข้อมูลเชิงลึกเพิ่มเติม เพื่อประกอบการพิจารณาในประเด็นสำคัญ เช่น
ความสามารถของ Barcode/QR Code ในการระบุตัวตนผู้ลงคะแนน
มาตรฐานความปลอดภัยของระบบจัดการบัตรเลือกตั้ง
แนวปฏิบัติในต่างประเทศเกี่ยวกับการใช้เทคโนโลยีบนบัตรเลือกตั้ง
ความเสี่ยงต่อการละเมิดหลัก “การออกเสียงโดยลับ”






