
วัชระฉะ“ไอซ์ รักชนก”ถล่ม ป.ป.ช. 2 มาตรฐาน พฤติกรรมเดิม-สร้างวาทกรรม
“วัชระ กรรณิการ์”ออกโรงโต้ “ไอซ์ ศรีนอก” หลังอภิปรายในสภา พาดพิง ป.ป.ช.-สุชาติ ชมกลิ่น ชี้พฤติกรรมเดิม สร้างวาทกรรมการเมือง แนะเคารพกระบวนการยุติธรรม ยอมรับผลตัดสิน
KEY
POINTS
- นายวัชระ กรรณิการ์ วิจารณ์ น.ส.รักชนก ศรีนอก ที่อภิปรายโจมตีการทำงานของ ป.ป.ช. ว่ามี 2 มาตรฐาน ในการพิจารณาคดี
- นายวัชระชี้ว่า พฤติกรรมของ น.ส.รักชนก เป็นการกระทำที่เกิดขึ้นซ้ำๆ และเป็นการ "สร้างวาทกรรมทางการเมือง" เพื่อให้สังคมเข้าใจผิด
- เรียกร้องให้ น.ส.รักชนก เคารพกระบวนการยุติธรรม และยกกรณี นายสุชาติ ชมกลิ่น ที่เข้าต่อสู้คดีตามกฎหมายโดยไม่โจมตีองค์กรตรวจสอบ
นายวัชระ กรรณิการ์ โฆษกกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ออกมาแสดงความเห็นกรณีการอภิปรายในสภาผู้แทนราษฎรของ น.ส.รักชนก ศรีนอก สส.พรรคประชาชน ที่พาดพิงถึงการทำงานของ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.) และกรณีข้อกล่าวหาของ นายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยมองว่า เป็นการสร้างความเข้าใจผิดให้สังคม
นายวัชระ ระบุว่า ไม่รู้สึกแปลกใจกับลักษณะการอภิปรายดังกล่าว เนื่องจากเป็นพฤติกรรมที่เคยเกิดขึ้นซ้ำๆ โดยเฉพาะการตั้งข้อกล่าวหาว่า ป.ป.ช. ใช้มาตรฐานที่แตกต่างกัน ในการพิจารณาคดี ระหว่างกรณีของ นายสุชาติ กับ คดีของอดีต สส.พรรคก้าวไกล 44 คน ซึ่งเป็นประเด็นที่ น.ส.รักชนก หยิบยกขึ้นมาเปรียบเทียบในที่ประชุมสภาฯ
นายวัชระ ชี้ว่า การสื่อสารในลักษณะดังกล่าวเป็นการ “สร้างวาทกรรมทางการเมือง” มากกว่าการนำเสนอข้อเท็จจริง และเป็นรูปแบบการโจมตีที่ประชาชนคุ้นเคยจากบุคคลและกลุ่มการเมืองดังกล่าวอยู่แล้ว
นายวัชระ ยังกล่าวถึงพฤติกรรมในอดีตของ น.ส.รักชนก ว่า เคยมีกรณีที่เข้าข่ายก้าวล่วงและมีข้อพิพาททางกฎหมาย ซึ่งยังอยู่ในกระบวนการพิจารณาของศาล โดยชี้ว่าไม่ใช่เพียงกรณีการอภิปรายครั้งนี้เท่านั้นที่เป็นปัญหา
ในส่วนของกรณีที่เกี่ยวข้องกับ นายสุชาติ นายวัชระ ระบุว่า จากข้อมูลที่รับทราบ นายสุชาติ ไม่ได้เข้าไปแทรกแซงกระบวนการตรวจสอบใดๆ และเลือกที่จะต่อสู้คดีตามขั้นตอนของกฎหมายอย่างตรงไปตรงมา พร้อมยืนยันการยอมรับคำตัดสินที่จะเกิดขึ้นในอนาคต
“การกล่าวหาองค์กรอิสระหรือบุคคลอื่น โดยปราศจากข้อเท็จจริงที่ชัดเจน อาจสร้างความสับสนให้สังคม และบั่นทอนความเชื่อมั่นต่อกระบวนการยุติธรรม” นายวัชระ กล่าว
ทั้งยังเรียกร้องให้ น.ส.รักชนก เคารพกติกาของกฎหมาย และใช้สิทธิทางการเมืองภายใต้กรอบที่เหมาะสม แทนการใช้เวทีสภาฯ เพื่อโจมตี หรือ สร้างความเข้าใจผิดต่อหน่วยงานตรวจสอบ
นอกจากนี้ ยังมีการเปรียบเทียบแนวทางการรับมือคดี โดยแนะนำให้ยึดแนวทางของ นายสุชาติ ที่เลือกเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมโดยไม่โต้แย้ง หรือ กล่าวหาองค์กรที่ทำหน้าที่ตรวจสอบ
ช่วงท้าย นายวัชระ แสดงความเห็นเชิงส่วนตัวว่า สถานการณ์ทางคดีความอาจส่งผลต่อท่าทีของ น.ส.รักชนก พร้อมฝากให้หันกลับไปให้ความสำคัญกับการดูแลประชาชนในพื้นที่รับผิดชอบ






