
หมอวรงค์ แฉ ‘ดีเซลเก๊’ น้ำมันหาย 700 ล้านลิตร สะเทือนพลังงาน
หมอวรงค์ แฉกลางสภา เกิดขบวนการ ‘ดีเซลเก๊’ ทำน้ำมันขาดแคลน-หายจากระบบกว่า 700 ล้านลิตร เปรียบซ้ำรอยทุจริตจำนำข้าว
นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม หัวหน้าพรรคไทยภักดี อภิปรายนโยบายพลังงานของรัฐบาล ว่า ภายในช่วง 1 เดือนที่ผ่านมา รัฐบาลมีการปรับขึ้นราคาน้ำมันดีเซลถึง 8 ครั้ง รวมกว่า 20.60 บาทต่อลิตร โดยปรับจาก 29.94 บาท พุ่งสูงถึง 50.54 บาทต่อลิตร ซึ่งตนสังเกตว่าเวลาปรับขึ้นนั้นทำได้อย่างรวดเร็ว แต่เมื่อมีการประชุมเพื่อปรับลดราคากลับใช้เวลาพิจารณาถึง 2 วัน สะท้อนถึงความไม่เป็นธรรมต่อประชาชน
ชี้เป้าน้ำมันหาย 57 ล้านลิตร ในห่วงโซ่อุปทาน
นพ.วรงค์ ตั้งข้อสงสัยถึงปัญหา "น้ำมันขาดแคลน" ว่าอาจมีขบวนการโกงน้ำมันเกิดขึ้น โดยอธิบายถึงห่วงโซ่อุปทานว่าน้ำมันดิบจะเข้าสู่โรงกลั่นเพื่อผลิตดีเซลพื้นฐาน (ดีเซล 100%) ก่อนส่งต่อไปยังผู้ค้ามาตรา 7 รายใหญ่ (เช่น ปตท. บางจาก เชลล์ พีที คาลเท็กซ์ ซัสโก้) เพื่อเติมไบโอดีเซลเป็นดีเซลหมุนเร็ว
ทั้งนี้ นพ.วรงค์ ระบุว่า พบความผิดปกติที่น้ำมันหายไปถึง 57 ล้านลิตร ในช่วงระหว่างการขนส่งจากโรงกลั่นไปยังผู้ค้ารายใหญ่ ซึ่งหากรัฐบาลจริงใจในการปราบปราม ควรตรวจสอบรายชื่อผู้ค้ารายใหญ่เหล่านี้ได้ทันที เพราะมีอยู่ไม่กี่ราย
เปิดสูตรคำนวณ “ดีเซลเก๊” หายไปกว่า 700 ล้านลิตร
จากการลงพื้นที่ตรวจสอบในหลายจังหวัด เช่น กรุงเทพฯ ปทุมธานี พิษณุโลก และกลุ่มจังหวัดอีสานตอนบน พบว่าปั๊มน้ำมันเกือบทุกแห่งได้รับน้ำมันลดลงไม่ถึงครึ่งของปริมาณปกติ ซึ่งจากข้อมูลสถิติการสั่งจ่ายน้ำมันจากคลังมาเปรียบเทียบ พบข้อพิรุธ ดังนี้
- สมมติฐานที่ 1 เมื่อคำนวณจากน้ำมันส่วนเกินที่โป่งขึ้นในระบบช่วงวันที่ 16-31 มีนาคม พบน้ำมันหายไปประมาณ 225.378 ล้านลิตร
- สมมติฐานที่ 2 เมื่อเทียบกับค่าฐานปกติในเดือนมกราคม 2569 ที่มีการใช้ 51.3 ล้านลิตรต่อวัน แต่ปั๊มระบุว่าได้ของมาไม่ถึงครึ่ง ทำให้มีส่วนต่างหายไปอีก 410.4 ล้านลิตร
“ในช่วงครึ่งหลังของเดือนมีนาคม มีน้ำมันหายไปจากระบบรวมทั้งสิ้นประมาณ 635.7 - 727 ล้านลิตร สิ่งนี้เรียกว่า "ดีเซลเก๊" ซึ่งเปรียบได้กับการทุจริต "ข้าว G2G เก๊" ในอดีต ที่น้ำมันมีชื่อในระบบแต่ไม่ถูกส่งไปยังปั๊มน้ำมันเพื่อให้ประชาชนใช้งานจริง”
จี้ "อนุทิน" ปราบทุจริต-ลดสิทธิประโยชน์พวกพ้อง
นายวรงค์ ได้เรียกร้องไปยังนายกรัฐมนตรีให้ดำเนินการปราบปรามการทุจริตในกระทรวงพลังงานอย่างจริงจังตามที่ได้แถลงไว้ พร้อมเสนอให้ลดจำนวนผู้ช่วย สส. จาก 8 คนเหลือ 3 คน เพื่อประหยัดงบประมาณปีละกว่า 700-800 ล้านบาท
และยกเลิกบำนาญสมาชิกวุฒิสภาเพื่อนำเงินมาเยียวยาประชาชน พร้อมเตือนว่าหากรัฐบาลไม่ใส่ใจแก้ปัญหาทุจริตและลดภาระประชาชนอย่างตรงไปตรงมา รัฐบาลชุดนี้อาจอยู่ได้ไม่นาน







