thansettakij
thansettakij
กกต.รับรอง “ณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ”นั่งสส.สุพรรณบุรี ครบ 500 คน

กกต.รับรอง “ณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ”นั่งสส.สุพรรณบุรี ครบ 500 คน

08 เม.ย. 69 | 12:50 น.
อัปเดตล่าสุด :08 เม.ย. 69 | 12:57 น.

กกต.ประกาศรับรองผลเลือกตั้ง สส.สุพรรณบุรี เขต 2 เพิ่มอีก 1 คน คือ “ณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ”พรรคภูมิใจไทย ส่งผลให้สภาฯ มีสส.ครบ 500 คน

KEY

POINTS

  • กกต.ประกาศรับรองผลการเลือกตั้งให้ นายณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ จากพรรคภูมิใจไทย เป็น สส.สุพรรณบุรี เขต 2 อย่างเป็นทางการ
  • การรับรองผลครั้งนี้ ทำให้จำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) ทั้งแบบแบ่งเขตและบัญชีรายชื่อมีจำนวนครบ 500 คนตามรัฐธรรมนูญ
  • การมี สส. ครบจำนวนถือเป็นการสิ้นสุดกระบวนการเลือกตั้งอย่างสมบูรณ์ และทำให้ สส. สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างเต็มรูปแบบ

วันที่ 8 เมษายน 2569 นายณรงค์ กลั่นวารินทร์ ประธานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้ลงนามประกาศรับรองผลการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) แบบแบ่งเขตเพิ่มเติม

โดยประกาศให้ นายณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ จากพรรคภูมิใจไทย เป็นผู้ได้รับเลือกตั้ง สส.สุพรรณบุรี เขต 2 อย่างเป็นทางการ

 

              กกต.รับรอง “ณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ”นั่งสส.สุพรรณบุรี ครบ 500 คน

การรับรองผลครั้งนี้ ส่งผลให้จำนวน สส. ทั้งแบบแบ่งเขตและบัญชีรายชื่อ ครบจำนวน 500 คนตามรัฐธรรมนูญ ถือเป็นการ “ปิดจ๊อบ” กระบวนการเลือกตั้งอย่างสมบูรณ์ และทำให้ สส.สามารถเดินหน้าปฏิบัติหน้าที่ได้เต็มรูปแบบ

ปม“บาร์โค้ดบัตรเลือกตั้ง”ยังถกเถียง 

ในอีกด้านหนึ่ง ประเด็นการใช้บาร์โค้ดหรือ QR Code บนบัตรเลือกตั้ง ซึ่งอยู่ระหว่างการพิจารณาของ กกต. ยังคงเป็นที่สนใจในแวดวงวิชาการและการเมือง

นายไชยันต์ ไชยพร อาจารย์พิเศษภาควิชาการปกครอง คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เปิดเผยว่า ได้รับเชิญจาก กกต.ให้เข้าไปเป็นพยานในคดีดังกล่าว และได้ให้ข้อมูลบางส่วนไปแล้ว

โดยอธิบายว่า ระบบบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง ไม่ใช่เรื่องใหม่ และมีการใช้งานในประเทศอย่าง สหราชอาณาจักร เพื่อป้องกันการปลอมแปลงบัตรเลือกตั้ง

อย่างไรก็ตาม การสืบย้อนข้อมูลจากบาร์โค้ดสามารถทำได้เฉพาะในกรณีที่มีเหตุสงสัย และกระบวนการตรวจสอบค่อนข้างซับซ้อนและทำได้ยาก โดยยกตัวอย่างกรณีในอังกฤษที่เคยตรวจพบผู้ใช้สิทธิที่ไม่ใช่พลเมืองเพียงไม่กี่ราย

แนะศาล รธน.“สื่อสารมากขึ้น”

นายไชยันต์ ยังกล่าวถึงบทบาทของศาลรัฐธรรมนูญ ในบริบทความขัดแย้งทางการเมืองของไทยว่า ควรเพิ่มการสื่อสารกับสาธารณชนให้มากขึ้น โดยเฉพาะการอธิบายคำวินิจฉัยในภาษาที่เข้าใจง่าย

รวมถึงควรมีการเผยแพร่ข้อมูลเป็นภาษาต่างประเทศ เพื่อสร้างความเข้าใจในระดับนานาชาติ เนื่องจากปัจจุบันมีการวิพากษ์วิจารณ์ศาลไทยในเวทีต่างประเทศอยู่ต่อเนื่อง

นอกจากนี้ ยังเสนอว่า ศาลรัฐธรรมนูญควรคำนึงถึง “หลักความได้สัดส่วน” ในการพิจารณาคดี โดยเฉพาะประเด็นอ่อนไหวระหว่างการคุ้มครองสถาบันหลักของประเทศ กับสิทธิเสรีภาพของประชาชน

โจทย์ใหญ่สมดุล“สถาบัน-เสรีภาพ”

นักวิชาการมองว่า ความขัดแย้งระหว่างการปกป้องสถาบัน และการคุ้มครองสิทธิเสรีภาพ จะยังคงเป็นโจทย์ใหญ่ของสังคมไทยไปอีกระยะหนึ่ง จนกว่าระบอบประชาธิปไตยจะมีเสถียรภาพและลงหลักปักฐานอย่างแท้จริง

พร้อมกันนี้ ยังเสนอว่า การจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ อาจเป็นหนึ่งในทางออกที่จะช่วยคลี่คลายความขัดแย้ง และพัฒนาระบบการเมืองไทยให้ก้าวหน้า แต่ก็ต้องขึ้นอยู่กับบริบททางการเมืองในอนาคตว่าจะเอื้ออำนวยหรือไม่