
“อนุทิน”สั่งผู้ว่าฯ ปราบกักตุนน้ำมัน คุมราคาสินค้า เข้ม 7 วันสงกรานต์
“อนุทิน” เรียกประชุมด่วนผู้ว่าฯ ทั่วประเทศ สั่งสกัดวิกฤตราคาน้ำมัน ปราบกักตุน คุมราคาสินค้า เข้ม 7 วันอันตรายสงกรานต์ 2569
KEY
POINTS
- นายอนุทิน สั่งผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศ ให้ปราบปรามการกักตุนน้ำมัน และ ป้องกันการฉวยโอกาสขึ้นราคาสินค้าอย่างเด็ดขาด หลังเกิดภาวะตื่นตระหนก
- ให้ทุกจังหวัดจัดตั้งวอร์รูม เพื่อติดตามสถานการณ์พลังงานและราคาสินค้าอย่างใกล้ชิด หากพบการกระทำผิดให้ดำเนินการตามกฎหมายทันที
- กำชับให้เตรียมความพร้อมและบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด เพื่อลดอุบัติเหตุทางถนนในช่วง “7 วันอันตราย” ของเทศกาลสงกรานต์ 2569
วันที่ 27 มีนาคม 2569 เวลา 14.30 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย (มท.1) เป็นประธานการประชุมขับเคลื่อนภารกิจสำคัญของกระทรวงมหาดไทย โดยมีผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงมหาดไทย ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และผู้ว่าราชการจังหวัดทั้ง 76 จังหวัด เข้าร่วมประชุมผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์
การประชุมครั้งนี้มีขึ้นเป็นการเร่งด่วน เพื่อรับมือผลกระทบจากสถานการณ์ราคาน้ำมัน ที่ปรับตัวสูงขึ้นจากความตึงเครียดในภูมิภาคตะวันออกกลาง ซึ่งเริ่มส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจและค่าครองชีพของประชาชนในประเทศ
ความตื่นตระหนกดันใช้น้ำมันพุ่ง
นายอนุทิน กล่าวตอนหนึ่งว่า ประเทศไทยมีความต้องการใช้น้ำมันในภาวะปกติประมาณ 67 ล้านลิตรต่อวัน ขณะที่กำลังการกลั่นของโรงกลั่นในประเทศสามารถผลิตได้ประมาณ 77 ล้านลิตรต่อวัน ซึ่งถือว่าเพียงพอต่อความต้องการ
อย่างไรก็ตาม จากความวิตกกังวลของประชาชนต่อสถานการณ์โลก ทำให้เกิดการกักตุนน้ำมัน ส่งผลให้ความต้องการใช้น้ำมันพุ่งสูงถึงประมาณ 87 ล้านลิตรต่อวัน เกินกว่ากำลังการผลิตในประเทศ
ปรากฏการณ์ดังกล่าว หรือ “Panic Demand” ทำให้รัฐบาลจำเป็นต้องยกเลิกการตรึงราคาน้ำมัน และปล่อยให้ราคาปรับตามกลไกตลาด เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดภาวะน้ำมันขาดแคลน พร้อมทั้งจัดสรรปริมาณน้ำมันไปยังพื้นที่ต่าง ๆ ให้เพียงพอ
สั่งเข้มปราบกักตุน-ฉวยโอกาสขึ้นราคา
นายกรัฐมนตรีเน้นย้ำว่า ผลกระทบที่ตามมาจากสถานการณ์ราคาน้ำมัน คือ การฉวยโอกาสแสวงหาผลประโยชน์จากความเดือดร้อนของประชาชน ทั้งการกักตุนน้ำมันเพื่อขายต่อในราคาสูง การขึ้นราคาสินค้าเกินสมควร รวมถึงการลักลอบนำน้ำมันไปจำหน่ายในพื้นที่ชายแดน
จึงสั่งการให้ผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัด กำชับนายอำเภอและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่ตรวจสอบอย่างเข้มงวด หากพบการกระทำผิดให้ดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด
พร้อมกันนี้ ขอให้ทุกจังหวัดช่วยสร้างความเข้าใจให้กับประชาชน ไม่ให้เกิดการกักตุน และรณรงค์การใช้น้ำมันอย่างประหยัด
สั่งตั้งวอร์รูมเกาะติดตามสถานการณ์
นายอนุทิน กล่าวว่า ผู้ว่าราชการจังหวัดต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด โดยตั้ง “วอร์รูม เพื่อติดตามสถานการณ์ด้านพลังงาน ทั้งข้อมูลจากส่วนกลางและสถานการณ์ในพื้นที่
หากพบความผิดปกติทั้งด้านปริมาณน้ำมัน หรือ ราคาจำหน่าย ต้องเร่งดำเนินการตามกฎหมายทันที และรายงานให้รัฐบาลรับทราบอย่างต่อเนื่อง
รวมถึงต้องบูรณาการการทำงานกับหน่วยงานทุกภาคส่วนในจังหวัด เพื่อแก้ไขปัญหาเชิงรุก โดยเฉพาะในช่วงก่อนเทศกาลสงกรานต์ที่ประชาชนจะเดินทางกลับภูมิลำเนาเป็นจำนวนมาก
เตรียมเยียวยากลุ่มเปราะบาง
นายกรัฐมนตรีระบุด้วยว่า รัฐบาลตระหนักถึงผลกระทบต่อประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มผู้ประกอบการขนส่ง เกษตรกร และ กลุ่มอาชีพต่าง ๆ ที่ได้รับผลกระทบจากต้นทุนพลังงานที่เพิ่มขึ้น
รัฐบาลจึงอยู่ระหว่างการพิจารณามาตรการช่วยเหลือและเยียวยาเพื่อลดภาระค่าใช้จ่าย พร้อมทั้งส่งเสริมการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ
นอกจากนี้ ยังเน้นย้ำให้ทุกจังหวัดใช้ทุกช่องทางการสื่อสาร ทั้งหอกระจายข่าว และ สื่อท้องถิ่น เพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องกับประชาชนว่า รัฐบาลไม่ทอดทิ้งประชาชนในช่วงวิกฤต
กำชับเข้ม 7 วันอันตรายสงกรานต์
ช่วงท้ายของการประชุม นายกรัฐมนตรีได้สั่งการเพิ่มเติมให้ทุกจังหวัดเตรียมความพร้อมมาตรการความปลอดภัยบนท้องถนน ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2569
โดยเน้นการลดอุบัติเหตุในช่วง “7 วันอันตราย” ผ่านการตั้งด่านตรวจ จุดสกัด และการบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด โดยเฉพาะการห้ามดื่มสุราแล้วขับขี่ การสวมหมวกนิรภัย และ การคาดเข็มขัดนิรภัย
นายอนุทิน กล่าวด้วยว่า หากแต่ละจังหวัดสามารถลดอุบัติเหตุได้ ก็จะส่งผลให้ภาพรวมของประเทศดีขึ้น เพราะประเทศไทยไม่มีรอยต่อในการเดินทาง จึงขอให้ทุกจังหวัดกำหนดเป้าหมายลดอุบัติเหตุและติดตามผลอย่างจริงจัง
*** ขอบคุณข่าวและภาพจากเพจ : กระทรวงมหาดไทย PR






