
‘อนุทิน ชาญวีรกูล’ ประวัติและการศึกษา นายกรัฐมนตรีคนที่ 32 สมัยที่ 2
‘อนุทิน ชาญวีรกูล’ ประวัติและการศึกษา นายกรัฐมนตรีคนที่ 32 สมัยที่ 2 ล่าสุดผลโหวตได้แคะแนน 293 เสียง ทิ้งห่าง ‘ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ’ ได้คะแนน 119 เสียง
KEY
POINTS
- นายอนุทิน ชาญวีรกูล ได้รับเลือกเป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 32 เป็นสมัยที่ 2 ด้วยคะแนนโหวต 293 เสียง
- ด้านประวัติส่วนตัว เป็นบุตรชายของนายชวรัตน์ ชาญวีรกูล อดีตนักการเมือง และเคยเป็นผู้บริหารในบริษัท ซิโน-ไทย เอ็นจีเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน)
- จบการศึกษาระดับปริญญาตรีด้านวิศวกรรมอุตสาหการจาก Hofstra University สหรัฐอเมริกา และได้รับปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์จากหลายสถาบันในไทย
- มีเส้นทางการเมืองยาวนาน เคยดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีในหลายกระทรวง และเป็นหัวหน้าพรรคภูมิใจไทยตั้งแต่ปี 2555
เป็นไปตามคาดหลังจากผลโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี ปรากฏว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล ได้รับคะแนนผลโหวตจำนวน 293 เสียง ต่อ 119 เสียง งดออกเสียง 86 เสียง ได้กลับมาเป็นนายกรัฐมนตรี คนที่ 32 อีกสมัย โดยคะแนนทิ้งห่าง นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ได้คะแนน 119 เสียง
‘อนุทิน ชาญวีรกูล’ ประวัติและการศึกษา นายกรัฐมนตรีคนที่ 32 สมัยที่ 2
นายอนุทิน ชาญวีรกูล ชื่อเล่น “หนู” เกิดเมื่อวันที่ 13 กันยายน 2509 ปัจจุบันอายุ 59 ปี เป็นบุตรชายของนายชวรัตน์ ชาญวีรกูล หรือ ปู่จิ้น อดีต สส. และรัฐมนตรีหลายสมัย
ด้านชีวิตสมรส
- อนุทิน ชาญวีรกูล สมรสครั้งแรกกับสนองนุช (สกุลเดิม: วัฒนวรางกูร) เมื่อปี พ.ศ. 2533 มีบุตร 2 คน คือ นางสาวนัยน์ภัค และ นายเศรณี ชาญวีรกูล ในปี พ.ศ. 2556 “อนุทิน” ได้หย่ากับสนองนุช
- ครั้งที่ 2 สมรสใหม่กับศศิธร (สกุลเดิม: จันทรสมบูรณ์) ต่อมาในเดือนมกราคม พ.ศ. 2562 อนุทินได้หย่ากับศศิธร
- ครั้งที่ 3 พ.ศ.2565 เปิดตัวสุ ภานัน นิรามิษ (ต่อมาได้เปลี่ยนชื่อเป็น "ธนนท์" ) ซึ่งเป็นคู่สมรสคนปัจจุบัน ภายหลังทั้งคู่ได้จดทะเบียนสมรสกัน ในวันที่ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569 ที่บ้านพักส่วนตัว
ด้านการศึกษา
- 2567 ปริญญาสาธารณสุขศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สถาบันพระบรมราชชนก กระทรวงสาธารณสุข
- 2561 ปริญญาศิลปศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิชาเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย
- 2560 ปริญญาปรัชญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิชาการจัดการ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ
- 2560 ปริญญาปรัชญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิชารัฐประศานศาสตร์ มหาวิทยาลัยเวสเทิร์น
- 2557 ปริญญาบริหารธุรกิจดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิชาการจัดการ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา
- 2548 ปริญญาวิศวกรรมศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิศวกรรมโยธา มหาวิทยาลัยรามคำแหง
- 2533 Mini MBA มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
- 2532 B.S. in Industrial Engineering, Hofstra University, New York, U.S.A
- 2528 Worcester Academy, Massachusetts U.S.A.
- 2527 โรงเรียนอัสสัมชัญ กรุงเทพฯ
ประสบการณ์ทำงาน
- ปี 2532 : Mitsubishi Corporation, New York,U.S.A.,Production Engineer
- ปี 2533 : บริษัทเงินทุนอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย, เจ้าหน้าที่วิเคราะห์ทางด้านเทคนิก แผนกโครงการทางด้านการเงิน บริษัท ซิโน-ไทย คอนสตรัคชั่น เซอร์วิส จำกัด ในตำแหน่ง ผู้จัดการทั่วไป
- ปี 2534 : บริษัท เอสทีพี ไอ จำกัด (มหาชน) ในตำแหน่ง ผู้จัดการทั่วไป
- ปี 2538 - 2547: กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซิโน-ไทย เอ็นจีเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน)
เส้นทางการเมือง “อนุทิน ชาญวีรกูล” นายกรัฐมนตรีคนที่ 32 สมัยที่ 2
อนุทิน ชาญวีรกูล เข้าสู่การเมืองครั้งแรกในปี 2539 แต่บทบาทของ เขา เริ่มเด่นชัดในยุครัฐบาลพรรคไทยรักไทย โดยดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการในกระทรวงสำคัญอย่างสาธารณสุขและพาณิชย์ ก่อนจะถูกตัดสิทธิ์ทางการเมือง 5 ปีหลังการยุบพรรคไทยรักไทยในปี 2550
การเว้นวรรคทางการเมืองไม่ได้ทำให้ชื่อของเขา เลือนหายไป เขากลับมาอย่างแข็งแกร่งในปี 2555 ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย สานต่ออำนาจจากบิดา และได้แสดงให้เห็นถึงทักษะการเป็นนักเจรจาต่อรองที่เฉียบแหลม
ตำแหน่งสำคัญทางการเมือง
- หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย
- กรกฎาคม 2547 - ตุลาคม 2547 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข
- ตุลาคม 2547- มีนาคม 2548 รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์
- มี.ค. 2548- ก.ย.2549 รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข
- 10 ก.ค. 2562- 4 ก.ย.2566 รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่ากระทรวงสาธารณสุข
- 5 ก.ย.2566- 19 มิ.ย.2568 รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย
แนวคิดทางการเมือง
- ยึดมั่นการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข
- สนับสนุนแนวคิดนิรโทษกรรมสู่การปกครอง
- แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคภูมิใจไทยปี 2562 และ ปี 2566
- สนับสนุนการแก้ไขรัฐธรรมนูญให้มีความเป็นประชาธิปไตยมากขึ้นโดยยึดความถูกต้องตามที่กฎหมายกำหนด
- แนวคิดสำคัญ คือ ลดอำนาจรัฐเพื่อปากท้องพี่น้องประชาชน เชื่อมั่นว่า "พลังของทุกวัย คือ หัวใจของการขับเคลื่อนประเทศ" และยึดมั่นการทำงานด้วยแนวทาง "พูดแล้วทำ".
ที่มา:






