
‘อนุทิน’ นำ 16 พรรคร่วมประสานเสียง ตั้งรัฐบาล โหวตเลือกนายกฯ คนใหม่
‘อนุทิน ชาญวีรกูล’ จับมือพรรคร่วมรัฐบาล 16 พรรค ก่อนการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ 27 เพื่อโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีคนใหม่ การันตีพร้อมยกมือหนุนอนุทินเป็นนายกฯ 100%
KEY
POINTS
- นายอนุทิน ชาญวีรกูล แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี นำ 16 พรรคร่วมรัฐบาลแถลงข่าวเพื่อประสานเสียงและยืนยันการสนับสนุนตนเองเป็นนายกรัฐมนตรี คนที่ 32 ก่อนการประชุมสภาฯ
- พรรคการเมืองหลัก เช่น พรรคเพื่อไทย พรรคพลังประชารัฐ และพรรคประชาชาติ ต่างมีมติเป็นเอกฉันท์ในการลงคะแนนเลือกนายอนุทินเป็นนายกรัฐมนตรี
- นายอนุทินให้คำมั่นว่าหลังได้รับเลือกจะเร่งรัดกระบวนการจัดตั้งคณะรัฐมนตรีและแถลงนโยบายโดยเร็วที่สุด โดยจะรวบรวมนโยบายจากทุกพรรคร่วมรัฐบาล
19 มีนาคม 2569 ที่อาคารรัฐสภา นายอนุทิน ชาญวีรกูล ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี แถลงภายหลังประชุมกับพรรคร่วมรัฐบาล 16 พรรค ก่อนการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ 27 เพื่อโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีคนใหม่ โดยระบุว่า วันนี้รู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้รับความร่วมมือที่ดีจากพรรคการเมืองทั้ง 16 พรรค ที่เราจะมาร่วมกันจัดตั้งรัฐบาลและบริหารราชการแผ่นดิน เพื่อความผาสุก เพื่อประโยชน์สุขของประเทศชาติและประชาชน
โดยทั้ง 16 พรรค ประกอบไปด้วย พรรคภูมิใจไทย พรรคเพื่อไทย พรรคประชาชาติ พรรคพลังประชารัฐ พรรคเศรษฐกิจ พรรคไทยสร้างไทย พรรคเพื่อชาติไทย พรรครวมใจไทย พรรครวมพลังประชาชน พรรคไทยทรัพย์ทวี พรรคทางเลือกใหม่ พรรคมิติใหม่ พรรคโอกาสใหม่ พรรคประชาธิปไตยใหม่ พรรคใหม่ และพรรครวมไทยสร้างชาติ
“ขอบคุณหัวหน้าพรรคและกรรมการบริหารพรรคและสมาชิกของทุกพรรคการเมืองที่ได้ให้ความเชื่อมั่นให้ความร่วมมือสนับสนุนให้ผมได้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีจากการประชุมสภาที่กำลังจะเกิดขึ้นในอีกไม่กี่นาทีข้างหน้านี้ ต้องขอขอบคุณบรรดาผู้ประสานงานจากทุกพรรคที่ได้ร่วมกันประสานงานและทำให้ความมุ่งมั่นตั้งใจเจตนารมณ์ของพวกเราได้มาบรรจบกันด้วยความสมัครสมานสามัคคี และให้คำยืนยันว่าเราจะทำงานด้วยกัน”
นายอนุทิน กล่าวว่า พร้อมให้ความร่วมมือ กับทุกๆ คนไม่ใช่เฉพาะในคณะรัฐมนตรีเท่านั้น แต่ในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และมั่นใจว่าด้วยความสัมพันธ์ที่มีกันมาอย่างยาวนานนั้น จะใช้ความสัมพันธ์ที่มีด้วยจิตใจที่มุ่งมั่นตั้งใจรับใช้ประเทศชาติและประชาชน และจะดำเนินการทุกอย่างในการทำงานในสไตล์การทำงานของตนที่เชื่อมั่นในเรื่องของความร่วมมือกันอย่างเต็มที่ไม่มีความขัดแย้ง
ด้าน นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า เมื่อวานพรรคเพื่อไทยได้มีการประชุมสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และได้มีการลงมติโดยปราศจากการครอบงำใดๆ โดยมีมติเป็นเอกฉันท์ว่าจะลงมติให้กับนายอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นผู้มีความเหมาะสมจะดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีต่อไป และมีความเชื่อมั่นว่ารัฐบาลของเราจะเป็นรัฐบาลที่มีจำนวนเพียงพอ มีความเข้มแข็งและขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาให้กับประเทศได้
ทั้งนี้เนื่องจากในปัจจุบันมีปัญหาสถานการณ์ไทยและชายแดนประเทศเพื่อนบ้าน สถานการณ์ในเรื่องของภูมิรัฐศาสตร์ เช่น สถานการณ์ในตะวันออกกลาง มีความจำเป็นอย่างเร่งด่วนที่การจัดตั้งรัฐบาลเนี่ยจะต้องเกิดขึ้นโดยเร็ว เพื่อที่จะมีรัฐบาลที่มีอำนาจเต็มในการนำพาประเทศและแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องประชาชน
“วันนี้ถือเป็นจุดเริ่มนับหนึ่งของรัฐบาลชุดใหม่ พร้อมกับนำเอาแนวนโยบาย แนวทางในการแก้ไขปัญหาให้กับประเทศชาติและประชาชน พรรคเพื่อไทยขอบคุณนายอนุทินเป็นอย่างสูงที่ได้ให้เกียรติเชิญเข้าร่วมรัฐบาล และที่สำคัญก็คือให้เกียรติที่จะรับฟังในเรื่องของนโยบายของพรรค เพื่อที่จะผสมผสานเป็นแนวทางของรัฐบาลในการไปขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาให้กับประเทศชาติต่อไป พรรคเพื่อไทยยืนยันว่าวันนี้เรามาเต็มร้อย และพร้อมประชุมเลือกนายอนุทิน”
นางสาวตรีนุช เทียนทอง หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ กล่าวว่า พรรคพลังประชารัฐได้มีมติเป็นเอกฉันท์สนับสนุนนายอนุทิน เป็นนายกรัฐมนตรี และพร้อมร่วมทำงานขับเคลื่อนแก้ไขปัญหาประเทศชาติ พรรคพลังประชารัฐก็พร้อมร่วมมือกับพรรคทุกพรรคในการขับเคลื่อนแก้ไขปัญหาให้กับประเทศอย่างเร่งด่วน
นายซูการ์โน มะทา เลขาธิการพรรคประชาชาติ กล่าวว่า พรรคได้ประชุมหลังจากที่ได้มีการทาบทามจากพรรคภูมิใจไทย เราก็ได้เอาสิ่งที่เราพูดจาหารือที่พรรคภูมิใจไทยไปนำเข้าที่ประชุมพรรคประชาชาติ ซึ่งพรรคประชาชาติก็มีการประชุมและมีมติเป็นเอกฉันท์ว่า พรรคประชาชาติพร้อมที่จะสนับสนุนนายอนุทิน เป็นนายกรัฐมนตรี และพร้อมที่จะทำงานร่วมกับรัฐบาลเพื่อแก้ปัญหาของพี่น้องประชาชนต่อไป
อย่างไรก็ตาม นายอนุทิน กล่าวในช่วงท้ายว่า เมื่อพ้นวันนี้เป็นต้นไป จะรับฟังความเห็นของหัวหน้าพรรคร่วมทุกท่านและให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่ โดยเมื่อมีการเลือกนายกรัฐมนตรีในวันนี้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว จะมีขั้นตอนเรื่องของการโปรดเกล้าฯ จากนั้นก็มีเรื่องการตั้งคณะรัฐมนตรี ซึ่งตนจะรับข้อเสนอแนะของหัวหน้าพรรคทุกพรรคว่าจะให้เร่งดำเนินการโดยเร็วที่สุด และเร่งแถลงนโยบาย โดยนำนโยบายของแต่ละพรรคมาเข้าไปประกอบในนโยบายหลัก
“จะเร่งเสนอให้มีการแถลงนโยบายโดยเร็วที่สุด เพื่อที่จะได้ทำการบริหารราชการแผ่นดินด้วยความสมบูรณ์ในระยะเวลาอันรวดเร็ว เพื่อแก้ไขปัญหาทำให้ประเทศได้เดินหน้าต่อไป” นายอนุทิน กล่าวทิ้งท้าย






