thansettakij
thansettakij
เปิดขั้นตอนโหวตเลือกนายกฯ คนที่ 32 ลงคะแนนโดยเปิดเผย 19 มี.ค.นี้ 

เปิดขั้นตอนโหวตเลือกนายกฯ คนที่ 32 ลงคะแนนโดยเปิดเผย 19 มี.ค.นี้ 

17 มี.ค. 2569 | 09:45 น.
อัปเดตล่าสุด :17 มี.ค. 2569 | 09:48 น.

เปิดขั้นตอน วิธีการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีคนที่ 32 วันที่ 19 มี.ค. นี้ ใช้วิธีลงคะแนนแบบเปิดเผย ขานชื่อ สส. เป็นรายบุคคล พร้อมอัปเดตไทม์ไลน์การเมืองล่าสุดได้ที่นี่

KEY

POINTS

  • การโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีคนที่ 32 จะมีขึ้นในวันที่ 19 มี.ค. โดยเป็นการลงคะแนนแบบเปิดเผยด้วยการขานชื่อ สส. เป็นรายบุคคล
  • ผู้ที่จะได้รับการเสนอชื่อต้องอยู่ในบัญชีแคนดิเดตของพรรคการเมืองที่มี สส. 25 คนขึ้นไป และต้องได้รับการรับรองจาก สส. อย่างน้อย 50 คน
  • ผู้ที่จะได้รับเลือกเป็นนายกรัฐมนตรีต้องได้รับคะแนนเสียงเห็นชอบเกินกึ่งหนึ่งของจำนวน สส. ทั้งหมดในสภา (250 เสียงขึ้นไปจาก 499 คน)

เกาะติดการจัดตั้งรัฐบาล หลังจากที่ในการประชุมสภาที่ผ่านมาได้มีมติเลือกประธานสภาและรองประธานสภาทั้งสองคนไปแล้ว โดยนายโสภณ ซารัมย์ สส.จากพรรคภูมิใจไทย เป็น ประธานสภาผู้แทนราษฎร ขณะที่ นางสาวมัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช สส.ลพบุรี จากพรรคภูมิใจไทย เป็น รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่ 1 และนายเลิศศักดิ์ พัฒนชัยกุล สส.เลย พรรคเพื่อไทย เป็น รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่ 2 ตามลำดับนั้น

การเมืองไทยเข้าสู่โหมดของการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีคนที่ 32 ซึ่งจะมีขึ้นในวันพฤหัสบดีที่ 19 มีนาคมนี้ เวลา 10.00 น. ซึ่งรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2560 ระบุขั้นตอนต่าง ๆ ไว้ดังนี้ 

1. แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี

ผู้ที่จะถูกเสนอชื่อต้องมีชื่ออยู่ในบัญชีของพรรคการเมืองตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 88 แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี จากพรรคการเมืองนั้นจะต้องเป็นพรรคที่มี สส. 25 คนขึ้นไป

2. บุคคลที่ถูกเสนอชื่อแคนดิเดตนายกฯ 

ต้องมี สส. รับรองอย่างน้อย 50 คน (ไม่น้อยกว่า 1 ใน 10 ของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ในสภาผู้แทนราษฎร) จากจำนวน สส. ปัจจุบันมี 499 คน

3. การลงมติเลือกนายกรัฐมนตรี

ต้องกระทำโดยการลงคะแนนโดยเปิดเผยและมีคะแนนเสียงมากกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 159 ด้วยการขานชื่อ สส. ตามลำดับอักษร และให้ออกเสียงลงคะแนนเป็นรายคน (เห็นชอบ-ไม่เห็นชอบ-งดออกเสียง) โดยบุคคลที่จะได้เป็นนายกรัฐมนตรี จะต้องได้คะแนนเสียงเกินกึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทั้งหมดเท่าที่มีอยู่สภา โดยปัจจุบันมีจำนวน สส. 499 คนจึงต้องได้คะแนนเสียงตั้งแต่ 250 เสียงขึ้นไป

กรณีไม่มีผู้ใดได้คะแนนเกินกึ่งหนึ่ง การลงมติสามารถดำเนินการใหม่ได้ โดยเสนอชื่อเดิมหรือชื่อใหม่จากบัญชีแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคการเมือง

4. การแต่งตั้งนายกรัฐมนตรี 

เมื่อที่ประชุมสภามีมติเห็นชอบบุคคลใดเป็นนายกรัฐมนตรีแล้ว นายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร จะเป็นผู้นำรายชื่อบุคคลดังกล่าวขึ้นทูลเกล้าฯ เพื่อทรงมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง นายกรัฐมนตรี อย่างเป็นทางการต่อไป

ทั้งนี้ หลังจากมีนายกรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการแล้วจะเข้าสู่กระบวนการการจัดตั้งรัฐบาลโดยจะต้องมีการตรวจสอบคุณสมบัติรัฐมนตรีที่จะมาทำหน้าที่ คณะรัฐมนตรีชุดใหม่ ก่อนเสนอรายชื่อขึ้นทูลเกล้าฯ จากนั้นจะมีการแถลงนโยบายต่อรัฐสภาเพื่อเริ่มบริหารประเทศอย่างเป็นทางการซึ่งตามรัฐธรรมนูญมาตรา 162 กำหนดให้คณะรัฐมนตรีต้องแถลงนโยบายภายใน 15 วัน นับแต่วันเข้ารับหน้าที่อย่างเป็นทางการ

 

เปิดขั้นตอนโหวตเลือกนายกฯ คนที่ 32 ลงคะแนนโดยเปิดเผย 19 มี.ค.นี้