

KEY
POINTS
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กรณีคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) มีมติเอกฉันท์ชี้มูลความผิด อดีต 44 สส.พรรคก้าวไกล ผิดมาตรฐานจริยธรรมร้ายแรง จากการเสนอร่างแก้ไขประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 และเตรียมเสนอคำร้องต่อศาลฎีกา ภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ 9 ก.พ. 2569 นั้น
จากการตรวจสอบรายชื่อผู้ถูกชี้มูล พบว่า ในจำนวนอดีต 44 สส.ดังกล่าว มีบุคคลอย่างน้อย 15 คน ที่เป็นผู้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในการเลือกตั้ง เมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 และบางส่วนอยู่ในข่ายได้รับเลือกตั้งเป็น สส. ทั้งในระบบเขตเลือกตั้ง และระบบบัญชีรายชื่อ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อสถานะทางการเมืองในอนาคต หากศาลฎีกามีคำวินิจฉัยรับคำร้อง และชี้ขาดว่ามีความผิดตามที่ ป.ป.ช.เสนอ ดังนี้
กลุ่มว่าที่ สส.เขตกรุงเทพมหานคร
พบว่ามีว่าที่ สส.กทม. จำนวน 2 คน ได้แก่
1.นายธีรัจชัย พันธุมาศ ว่าที่ สส.กทม. เขต 18
2.นายเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร ว่าที่ สส.กทม. เขต 33
กลุ่มว่าที่ สส.ระบบบัญชีรายชื่อ
ขณะเดียวกัน ยังพบว่ามีผู้สมัครที่อยู่ในข่ายได้รับเลือกตั้ง สส.แบบบัญชีรายชื่อ จำนวน 8 คน ได้แก่
1.นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ
2. น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล
3.นายรังสิมันต์ โรม
4.นายวาโย อัศวรุ่งเรือง
5.นายปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล
6.นายณัฐวุฒิ บัวปทุม
7.นายสุรเชษฐ์ ประวีณวงศ์วุฒิ
8.นายณัชชา บุญไชยอินสวัสดิ์
กลุ่มผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ และ สส.เขต
นอกจากนี้ ยังมีผู้สมัคร สส.ที่อยู่ในบัญชีรายชื่อ และเขตเลือกตั้ง รวมอีก 5 คน ได้แก่
1.นายวรภพ วิริยะโรจน์ (ลำดับ 96)
2.นายนิติพนธ์ ผิวเหมาะ (ลำดับ 97)
3.นายคำพอง เทพาคำ (ลำดับ 98)
4.นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร (ลำดับ 99)
5.นายประเสริฐพงษ์ศรนุวัตร์ ผู้สมัคร สส.กระบี่ เขต 3
ทั้งนี้ หากศาลฎีกามีคำวินิจฉัยว่า ผู้ถูกกล่าวหามีความผิดฐานฝ่าฝืนมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง อาจนำไปสู่บทลงโทษตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ซึ่งรวมถึงการเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งตลอดชีวิต และอาจส่งผลต่อสถานะของผู้ที่อยู่ระหว่างกระบวนการรับรองผลการเลือกตั้งด้วย