thansettakij
thansettakij
กกต.เฮ! ศาลฎีกาพิพากษากลับยกฟ้อง คดี “ใบส้ม” ไม่ต้องจ่าย 70 ล้าน ให้“สุรพล”

กกต.เฮ! ศาลฎีกาพิพากษากลับยกฟ้อง คดี “ใบส้ม” ไม่ต้องจ่าย 70 ล้าน ให้“สุรพล”

10 มี.ค. 2569 | 06:08 น.
อัปเดตล่าสุด :10 มี.ค. 2569 | 06:20 น.

ศาลฎีกาพิพากษากลับ ยกฟ้อง กกต. คดีแจก “ใบส้ม” ปี 62 ไม่ต้องจ่าย 70 ล้านบาทให้ “สุรพล เกียรติไชยากร” เจ้าตัวยืนยันสู้ต่อ เตรียมยื่นที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกา

KEY

POINTS

  • ศาลฎีกาพิพากษากลับ ยกฟ้อง คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ในคดีที่ นายสุรพล เกียรติไชยากร ฟ้องเรียกค่าเสียหาย 70 ล้านบาท กรณีถูกให้ "ใบส้ม" ในการเลือกตั้งปี 2562
  • คำตัดสินดังกล่าวทำให้ กกต. ไม่ต้องชดใช้ค่าเสียหายตามคำพิพากษาของศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ ที่เคยตัดสินให้ กกต. เป็นฝ่ายแพ้คดี
  • ศาลฎีกาให้เหตุผลว่า การให้ใบส้มเป็นการใช้อำนาจตามกฎหมายโดยสุจริตตามพยานหลักฐานที่มีในขณะนั้น จึงไม่เข้าข่ายต้องรับผิดทางแพ่ง
  • นายสุรพล ยืนยันจะต่อสู้คดีต่อ โดยจะยื่นคำร้องให้ที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาพิจารณาคดีอีกครั้ง

วันที่ 10 มีนาคม 2569 ที่ศาลจังหวัดฮอด จ.เชียงใหม่ ศาลได้นัดอ่านคำพิพากษาศาลฎีกา ในคดีแพ่งที่ นายสุรพล เกียรติไชยากร อดีตผู้สมัคร สส.เชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เรียกค่าเสียหายประมาณ 70 ล้านบาท จากกรณีที่ กกต. มีคำสั่งให้ “ใบส้ม” แก่เขาในการเลือกตั้งเมื่อปี 2562

ก่อนหน้านี้ คดีดังกล่าวศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ มีคำพิพากษาให้ นายสุรพล เป็นฝ่ายชนะ โดยเห็นว่า การออกคำสั่งของ กกต. ทำให้เขาได้รับความเสียหาย จึงให้ กกต. ชดใช้ค่าเสียหายตามที่กำหนด
อย่างไรก็ตาม ศาลฎีกาได้มีคำพิพากษากลับคำตัดสินของสองศาลก่อนหน้า โดยมีคำสั่ง ยกฟ้อง กกต. ไม่ต้องรับผิดชดใช้ค่าเสียหายจำนวน 70 ล้านบาท ให้แก่โจทก์

ศาลฎีกาให้เหตุผลโดยสรุปว่า การที่ กกต. มีมติให้ “ใบส้ม” แก่นายสุรพล ในช่วงเวลานั้น เป็นการใช้อำนาจตามที่กฎหมายกำหนดไว้ และเป็นการพิจารณาจากพยานหลักฐานที่มีอยู่ในขณะนั้น อีกทั้งเป็นการปฏิบัติหน้าที่โดยสุจริต จึงไม่เข้าข่ายต้องรับผิดทางแพ่งต่อผู้ฟ้องร้อง
ในช่วงเช้าวันเดียวกัน นายสุรพล ได้เดินทางมาที่ศาลจังหวัดฮอดด้วยตนเอง เพื่อรับฟังคำพิพากษาศาลฎีกา พร้อมทีมทนายความและผู้สนับสนุน

ภายหลังทราบผลคำพิพากษา นายสุรพล เปิดเผยว่า แม้ศาลฎีกาจะพิพากษากลับยกฟ้อง แต่ตนยังคงยืนยันจะต่อสู้ในกระบวนการยุติธรรมต่อไป โดยได้มอบหมายให้ทนายความดำเนินการยื่นคำร้องเพื่อให้ที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกา พิจารณาคดีอีกครั้ง

นายสุรพล ระบุว่า คดีนี้ตนต่อสู้มาเป็นเวลานานกว่า 8 ปี และก่อนหน้านี้สามารถชนะคดีมาแล้วทั้งในศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ จึงต้องการเดินหน้าต่อ เพื่อให้มีการพิจารณาอย่างรอบด้านในขั้นตอนสุดท้ายของกระบวนการยุติธรรม