thansettakij
thansettakij
‘กกต.’ ชี้ผลออกเสียงประชามติรัฐธรรมนูญเป็นไปตามกฏหมาย

‘กกต.’ ชี้ผลออกเสียงประชามติรัฐธรรมนูญเป็นไปตามกฏหมาย

08 มี.ค. 2569 | 07:35 น.
อัปเดตล่าสุด :08 มี.ค. 2569 | 08:41 น.

‘กกต.’ ออกโรงแจงชี้ผลออกเสียงประชามติรัฐธรรมนูญวันที่ 8 ก.พ. 69 เป็นไปตามกฏหมาย ระบุเกณฑ์และรุปแบบแตกต่างจากปี 2559

KEY

POINTS

  • กกต. ชี้แจงว่าการประกาศผลประชามติรัฐธรรมนูญได้ดำเนินการตาม พ.ร.บ. ว่าด้วยการออกเสียงประชามติ พ.ศ. 2564
  • หลักเกณฑ์และรูปแบบการออกเสียงครั้งนี้แตกต่างจากการทำประชามติเมื่อปี 2559 ซึ่งใช้กฎหมายคนละฉบับ
  • บัตรออกเสียงประชามติครั้งล่าสุดมี 3 ตัวเลือก คือ เห็นชอบ, ไม่เห็นชอบ และไม่แสดงความคิดเห็น ซึ่งต่างจากปี 2559

สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ชี้แจงกรณีมีข้อสังเกตเกี่ยวกับการประกาศ ผลการออกเสียงประชามติ ประเด็น “ท่านเห็นชอบว่าสมควรมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่” เมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ดังนี้

1. การประกาศผลประชามติครั้งนี้ ดำเนินการตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการออกเสียงประชามติ พ.ศ. 2564 และที่แก้ไขเพิ่มเติม

ซึ่งมีหลักเกณฑ์และรูปแบบการออกเสียงแตกต่าง จากการออกเสียงประชามติเมื่อวันที่ 7 สิงหาคม 2559 ที่ดำเนินการตามพระราชบัญญัติว่าด้วย การออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2559

‘กกต.’ ชี้ผลออกเสียงประชามติรัฐธรรมนูญเป็นไปตามกฏหมาย

 

2. การออกเสียงประชามติเมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 กำหนดให้บัตรออกเสียง มีทางเลือก 3 ช่อง ได้แก่ เห็นชอบ ไม่เห็นชอบ

และไม่แสดงความคิดเห็น ซึ่งแตกต่าง จากการออกเสียงประชามติ เมื่อปี 2559 ที่ไม่ได้กำหนดช่อง “ไม่แสดงความคิดเห็น” จึงทำให้ การรายงานผลคะแนนครั้งนี้ มีรายการ “ไม่แสดงความคิดเห็น” รวมทั้งบัตรเสียประกอบด้วย

3. การออกเสียงประชามติเมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 กำหนดให้บัตรออกเสียง มีทางเลือก 3 ช่อง ได้แก่ เห็นชอบ ไม่เห็นชอบ และไม่แสดงความคิดเห็น ซึ่งแตกต่าง จากการออกเสียงประชามติ เมื่อปี 2559 ที่ไม่ได้กำหนดช่อง “ไม่แสดงความคิดเห็น” จึงทำให้ การรายงานผลคะแนนครั้งนี้ มีรายการ “ไม่แสดงความคิดเห็น” รวมทั้งบัตรเสียประกอบด้วย