thansettakij
thansettakij
ปิดฉาก สส.ใหม่ 499 คน รับหนังสือรับรองครบทุกคนแล้ว เหลือสุพรรณบุรี เขต 2

ปิดฉาก สส.ใหม่ 499 คน รับหนังสือรับรองครบทุกคนแล้ว เหลือสุพรรณบุรี เขต 2

06 มี.ค. 2569 | 09:27 น.
อัปเดตล่าสุด :06 มี.ค. 2569 | 09:45 น.

กกต.ปิดฉากรับรอง ส.ส.ใหม่ 499 คน รับหนังสือครบทุกคนแล้ว เหลือสุพรรณบุรี เขต 2 ระหว่างสอบ “ทนายอั๋น”ยื่นผู้ตรวจฯ เร่งส่งศาล รธน. วินิจฉัยเลือกตั้งโมฆะ ขอสั่งชะลอเปิดสภา

KEY

POINTS

  • สส. ที่ได้รับการรับรองผล 499 คน ได้เดินทางมารับหนังสือรับรองจาก กกต. ครบถ้วนแล้ว เพื่อนำไปรายงานตัวต่อสภาฯ
  • กกต. ยังไม่ประกาศรับรองผลการเลือกตั้ง สส. เขต 2 จังหวัดสุพรรณบุรี เพียงเขตเดียว
  • สาเหตุที่เขต 2 สุพรรณบุรี ยังไม่ถูกรับรอง เนื่องจากอยู่ระหว่างการสืบสวนสอบสวนกรณีมีข้อร้องเรียนเรื่องความไม่โปร่งใสในการนับคะแนน

วันที่ 6 มีนาคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้ประกาศรับรองผลการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) แบบแบ่งเขตเลือกตั้ง จำนวน 399 เขต จากทั้งหมด 400 เขต และรับรอง ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ ครบทั้ง 100 คนแล้วนั้น กกต.ได้เปิดให้ผู้ได้รับเลือกตั้งเข้ารับหนังสือรับรองการเป็น ส.ส. เพื่อนำไปใช้รายงานตัวต่อสภาผู้แทนราษฎร ภายในวันที่ 6 มีนาคม 2569

ล่าสุดปรากฏว่า ส.ส.ที่ได้รับการรับรองทั้งหมดได้เดินทางมารับหนังสือรับรองครบทั้ง 499 คนแล้ว โดยบางส่วนเดินทางมารับเอกสารด้วยตนเอง ขณะที่บางรายได้มอบหมายให้ตัวแทนมาดำเนินการรับเอกสารแทน

หลังจากเสร็จสิ้นกระบวนการรับหนังสือรับรอง เจ้าหน้าที่ของสำนักงาน กกต. ได้ดำเนินการเก็บอุปกรณ์ โต๊ะ เก้าอี้ และรื้อพื้นที่ภายในห้องประชุม รวมถึงบริเวณจุดแถลงข่าวที่ใช้สำหรับการจัดการเลือกตั้งและการออกเสียงประชามติ ซึ่งใช้เป็นสถานที่อำนวยความสะดวกแก่ผู้ได้รับเลือกตั้งและสื่อมวลชน โดยใช้เวลาไม่นานพื้นที่ทั้งหมดก็ถูกจัดเก็บจนกลับสู่สภาพปกติ

อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ยังคงเหลือการรับรองผลการเลือกตั้งเพียง 1 เขต คือ เขตเลือกตั้งที่ 2 จังหวัดสุพรรณบุรี ซึ่งอยู่ระหว่างการสืบสวนสอบสวนเกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ของกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง (กปน.) หลังมีข้อร้องเรียนเกี่ยวกับความไม่โปร่งใสในการนับคะแนน

ทั้งนี้ สำนักงาน กกต. มีกำหนดจัดกิจกรรม “กกต.พบสื่อมวลชน” ในวันที่ 20 มีนาคม 2569 โดยจะเปิดโอกาสให้สื่อมวลชนสอบถามและติดตามประเด็นต่าง ๆ ที่อยู่ในความสนใจของสังคมเกี่ยวกับการจัดการเลือกตั้งที่ผ่านมา 

ในวันเดียวกัน นายภัทรพงศ์ ศุภักษร หรือ “ทนายอั๋น บุรีรัมย์” เปิดเผยว่า ตนได้รับการประสานจากสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน ให้เข้าไปให้ถ้อยคำเพิ่มเติมในกรณีที่ได้ยื่นคำร้องขอให้ผู้ตรวจการแผ่นดินส่งเรื่องไปยังศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อวินิจฉัยว่าการเลือกตั้งทั่วไปปี 2569 ควรถูกวินิจฉัยให้เป็นโมฆะหรือไม่

นายภัทรพงศ์ กล่าวว่า การเข้าให้ข้อมูลเพิ่มเติมครั้งนี้ ตนตั้งใจจะติดตามความคืบหน้าของเรื่องดังกล่าว พร้อมทั้งเร่งรัดให้ผู้ตรวจการแผ่นดินส่งคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญโดยเร็ว เนื่องจากขณะนี้สภาผู้แทนราษฎรกำลังเตรียมการเปิดประชุมสภา

นอกจากนี้ ยังเห็นว่า ตามบทบัญญัติของพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีของศาลรัฐธรรมนูญ เปิดช่องให้ศาลสามารถกำหนดมาตรการคุ้มครองชั่วคราวในกรณีฉุกเฉินได้

ดังนั้น เมื่อผู้ตรวจการแผ่นดินส่งคำร้องหลักไปยังศาลรัฐธรรมนูญแล้ว ตนจะยื่นคำร้องเพิ่มเติมแนบไปด้วย เพื่อขอให้ศาลใช้ดุลยพินิจกำหนดมาตรการคุ้มครองชั่วคราว โดยขอให้มีคำสั่ง ชะลอหรือระงับการเปิดประชุมสภาผู้แทนราษฎรชุดใหม่ จนกว่าศาลรัฐธรรมนูญจะมีคำวินิจฉัยในคดีดังกล่าว

นายภัทรพงศ์ ให้เหตุผลว่า หากมีการเปิดประชุมสภาและดำเนินกิจกรรมทางนิติบัญญัติไปแล้ว แต่ภายหลังศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าการเลือกตั้งครั้งนี้ไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญและต้องเป็นโมฆะ อาจก่อให้เกิดความเสียหายและความสับสนต่อระบบการเมืองและการบริหารประเทศได้

“จึงควรให้ศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งชะลอการเปิดสภาออกไปก่อน จนกว่าจะมีคำวินิจฉัยชี้ขาดคดีถึงที่สุด ซึ่งผมมองว่านี่เป็นแนวทางที่ถูกต้องที่สุด และเป็นสิ่งที่ประชาชนจำนวนมากต้องการเห็น” นายภัทรพงศ์ กล่าว