
พรรคประชาชนเรียกร้องรัฐบาลเดินหน้า 3 ภารกิจวิกฤตตะวันออกกลาง
พรรคประชาชนแถลงจุดยืนวิกฤตตะวันออกกลาง จี้รัฐบาลเร่ง 3 ภารกิจใหญ่ คุ้มครองคนไทย–รับมือเศรษฐกิจ–ผลักดันระเบียบโลกบนกติกาสากล
KEY
POINTS
- พรรคประชาชนเรียกร้องให้รัฐบาลคุ้มครองความปลอดภัยและเตรียมแผนอพยพคนไทยในพื้นที่เสี่ยงเป็นภารกิจเร่งด่วนที่สุด
- เสนอให้เตรียมมาตรการรองรับผลกระทบทางเศรษฐกิจ โดยเฉพาะความผันผวนของราคาพลังงานและค่าครองชีพ
- กระตุ้นให้รัฐบาลแสดงบทบาทเชิงรุกในเวทีระหว่างประเทศ โดยร่วมมือกับนานาชาติ เพื่อเรียกร้องให้ลดความรุนแรงและแก้ไขข้อพิพาทด้วยสันติวิธี
พรรคประชาชนออกแถลงการณ์ผ่านเฟซบุ๊ก แสดงความห่วงกังวลต่อสถานการณ์ความตึงเครียดที่ทวีความรุนแรงขึ้นในภูมิภาคตะวันออกกลางในช่วง 2 วันที่ผ่านมา โดยระบุว่า วิกฤตดังกล่าวไม่ได้กระทบเฉพาะประเทศคู่ขัดแย้งเท่านั้น แต่ยังส่งผลต่อความปลอดภัยของประชาชนหลายประเทศ รวมถึงคนไทย เสถียรภาพเศรษฐกิจโลก และสันติภาพระยะยาวของประชาคมโลก
พรรคประชาชนย้ำว่า หลักการพื้นฐานของการอยู่ร่วมกันในประชาคมโลก คือการเคารพกติกาสากล พร้อมเรียกร้องให้ทุกฝ่ายยุติการกระทำที่นำไปสู่การยกระดับความรุนแรง คำนึงถึงความปลอดภัยของพลเรือนเป็นสำคัญ และสนับสนุนการแก้ไขข้อพิพาทด้วยสันติวิธีภายใต้กรอบกฎหมายระหว่างประเทศ
เพื่อปกป้องผลประโยชน์สูงสุดของประเทศไทยทั้งในปัจจุบันและอนาคต พรรคประชาชนเสนอให้รัฐบาลเร่งดำเนินการใน 3 ภารกิจหลัก ดังนี้
1.คุ้มครองชีวิตและสวัสดิภาพของคนไทยเป็นอันดับแรก
พรรคประชาชนระบุว่า ในสถานการณ์วิกฤต ภารกิจเร่งด่วนที่สุด คือการปกป้องชีวิตและความปลอดภัยของคนไทยในพื้นที่เสี่ยง โดยเสนอให้รัฐบาล
- ใช้ทุกกลไกทางการทูตติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมจัดทำแผนอพยพคนไทยอย่างเป็นระบบ
- ประสานความร่วมมือกับประเทศคู่เจรจาและสายการบินพาณิชย์ เพื่อเตรียมเส้นทางเดินทางฉุกเฉิน รวมถึงเตรียมเที่ยวบินเหมาลำจากสายการบินในประเทศและกองทัพ หากจำเป็น
- สื่อสารข้อมูลที่ถูกต้อง โปร่งใส และทันต่อสถานการณ์ โดยเฉพาะสถานะเส้นทางการบิน การเดินเรือ และพื้นที่เสี่ยง พร้อมแจ้งเตือนประชาชนที่มีแผนเดินทางไปยังภูมิภาคดังกล่าวให้พิจารณาชะลอการเดินทาง
2.เตรียมมาตรการรองรับผลกระทบทางเศรษฐกิจ
พรรคประชาชนชี้ว่า ความตึงเครียดในตะวันออกกลางมีแนวโน้มส่งผลต่อราคาพลังงานโลก และจะกระทบต่อค่าครองชีพ ต้นทุนขนส่ง และต้นทุนการผลิตในประเทศไทย
จึงเสนอให้รัฐบาลเตรียมมาตรการรองรับอย่างรอบด้าน ได้แก่
-มาตรการรับมือความผันผวนของราคาน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ โดยเฉพาะการช่วยเหลือกลุ่มเปราะบางล่วงหน้า
-การบริหารจัดการสำรองพลังงานเชิงยุทธศาสตร์ พร้อมสื่อสารเชิงรุกเพื่อลดความตื่นตระหนกในตลาด
-ติดตามผลกระทบต่อภาคการส่งออก–นำเข้า และห่วงโซ่อุปทานในอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้อง
-จัดสรรงบประมาณเพื่อช่วยเหลือภาคธุรกิจและประชาชนในระยะสั้น ควบคู่กับการเสริมสร้างภูมิคุ้มกันทางเศรษฐกิจในระยะยาว
3.สร้างหลักประกันความมั่นคงผ่านความร่วมมือระหว่างประเทศ
ท่ามกลางภูมิรัฐศาสตร์ที่มีความไม่แน่นอนสูง พรรคประชาชนเห็นว่า ประเทศไทยควรยึดมั่นในระเบียบโลกที่ตั้งอยู่บนกติกาสากล ตามกรอบของ สหประชาชาติ และกฎบัตรสหประชาชาติ (UN Charter) รวมถึงเคารพอธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดนของรัฐต่าง ๆ อย่างเสมอภาค
พรรคประชาชนเสนอให้รัฐบาลไทยแสดงบทบาทเชิงรุกในเวทีภูมิภาคและเวทีโลก โดยประสานความร่วมมือกับประเทศสมาชิกอาเซียนและประเทศมหาอำนาจระดับกลาง เพื่อ
-ร่วมเรียกร้องให้ลดระดับความรุนแรงและผลักดันการหยุดยิง
-สนับสนุนกลไกการเจรจาทั้งระดับทวิภาคีและพหุภาคีภายใต้กรอบกฎหมายระหว่างประเทศ
-ร่วมฟื้นฟูระเบียบโลกที่ตั้งอยู่บนกติกา (rules-based international order) เพื่อป้องกันผลกระทบย้อนกลับต่อความมั่นคงและเศรษฐกิจไทยในอนาคต
ท้ายที่สุด พรรคประชาชนแสดงความหวังว่า รัฐบาลจะใช้มาตรการทั้งภายในประเทศและในระดับระหว่างประเทศอย่างเต็มศักยภาพ เพื่อดูแลคนไทย บรรเทาผลกระทบเฉพาะหน้า และสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนและภาคเอกชน ท่ามกลางความผันผวนและความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ






