thansettakij
thansettakij
“ทันกวินท์”ยื่น กกต.ส่งศาล รธน.สั่งยุบพรรคประชาชน 3 ปมร้อนสเปกเตอร์ซี

“ทันกวินท์”ยื่น กกต.ส่งศาล รธน.สั่งยุบพรรคประชาชน 3 ปมร้อนสเปกเตอร์ซี

24 ก.พ. 2569 | 05:32 น.
อัปเดตล่าสุด :24 ก.พ. 2569 | 05:44 น.

“ทันกวินท์ รัฐวัฒก์อังกูร” นักวิชาการอิสระ ยื่น กกต.ขอส่งศาลรัฐธรรมนูญสั่งยุบพรรคประชาชน ชี้ 3 ปมร้อนโยงบริษัทสื่อ สเปคเตอร์ซี ตั้งคำถาม “ช่อ” ครอบงำพรรคหรือไม่

KEY

POINTS

  • นายทันกวินท์ รัฐวัฒก์อังกูร ยื่นคำร้องต่อ กกต. ขอให้ส่งศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยยุบพรรคประชาชน
  • คำร้องอ้าง 3 ประเด็นหลัก ได้แก่ ความเชื่อมโยงกับบริษัทสื่อ "สเปกเตอร์ซี", การถูกครอบงำโดยบุคคลภายนอก (น.ส.พรรณิการ์) และการที่ผู้บริหารพรรคมีส่วนเกี่ยวข้องกับธุรกิจสื่อ
  • ตั้งข้อสังเกตว่า พรรคอาจใช้สถานที่และเงินทุนเอื้อประโยชน์ให้บริษัทสเปกเตอร์ซี และ น.ส.พรรณิการ์ ซึ่งถูกตัดสิทธิ์ทางการเมือง อาจมีพฤติกรรมครอบงำพรรคซึ่งผิดกฎหมาย

เมื่อวันที่ 24 ก.พ. นายทันกวินท์ รัฐวัฒก์อังกูร นักวิชาการอิสระ เดินทางเข้ายื่นหนังสือต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เพื่อขอให้พิจารณาส่งเรื่องพร้อมความเห็นต่อศาลรัฐธรรมนูญ วินิจฉัยตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง มาตรา 92 กรณีของพรรคประชาชน โดยระบุว่าพบพฤติการณ์อาจเข้าข่ายกระทำการฝ่าฝืนกฎหมายพรรคการเมือง

นายทันกวินท์ ระบุว่า คำร้องของตนมีสาระสำคัญ 3 ประเด็นหลัก ได้แก่

1. ประเด็นความเชื่อมโยงบริษัทสื่อ“สเปกเตอร์ซี”

นายทันกวินท์ กล่าวว่า บริษัท สเปกเตอร์ซี จำกัด ซึ่งจดทะเบียนประกอบกิจการสื่อออนไลน์ มีความเชื่อมโยงกับบุคคลในพรรคประชาชน โดยอ้างถึงกรณีที่ พรรณิการ์ วานิช โฆษกคณะก้าวหน้า ซึ่งไม่ใช่สมาชิกพรรค ได้พาสื่อมวลชนเข้าพื้นที่อาคารอนาคตใหม่ เมื่อวันที่ 15 ก.พ. 2569

พรรคประชาชนเคยแจ้งต่อ กกต. ว่าเช่าอาคารดังกล่าวในอัตราเดือนละ 200,000 บาท จึงถือว่าเป็นสถานที่อยู่ในความครอบครองของพรรค แต่ น.ส.พรรณิการ์ สามารถพาสื่อเข้าพื้นที่ตั้งแต่ชั้น 1-6 รวมถึงพื้นที่ที่ใช้ดำเนินกิจการของพรรค และพื้นที่ที่ระบุว่าเป็นที่ตั้งของบริษัทสเปกเตอร์ซี

นอกจากนี้ ยังอ้างคำให้สัมภาษณ์ของ พริษฐ์ วัชรสินธุ โฆษกพรรค และ กรุณพล เทียนสุวรรณ รองโฆษกพรรค ที่กล่าวถึงการใช้พื้นที่บางชั้นของอาคารเป็นสำนักงานของบริษัทสเปกเตอร์ซีด้วย

นายทันกวินท์ ตั้งข้อสังเกตว่า หากบริษัทสื่อดังกล่าวใช้พื้นที่ร่วมกับพรรคการเมือง อาจเข้าข่ายความไม่เหมาะสม และตั้งคำถามถึงการใช้เงินจากกองทุนพัฒนาการเมือง ซึ่งเป็นเงินภาษีประชาชน ว่าอาจถูกนำไปใช้ในลักษณะเอื้อประโยชน์ต่อเอกชน

                      ทันกวินท์ รัฐวัฒก์อังกูร นักวิชาการอิสระ

2. ประเด็นการครอบงำพรรคโดยบุคคลภายนอก

นายทันกวินท์ ระบุว่า พรรณิการ์ วานิช ถูกเพิกถอนสิทธิทางการเมือง จึงไม่สามารถเป็นสมาชิกพรรคการเมืองได้ แต่กลับมีบทบาทเกี่ยวข้องกับกิจกรรมในพื้นที่พรรค พร้อมตั้งคำถามว่าเข้าข่ายครอบงำ ชี้นำ หรือสั่งการพรรคหรือไม่

โดยอ้างอิงบทบัญญัติกฎหมายพรรคการเมือง ที่กำหนดโทษจำคุกและปรับ สำหรับบุคคลที่ไม่ใช่สมาชิกพรรค แต่เข้ามาครอบงำพรรคการเมือง รวมถึงอาจมีผลเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง

3. ประเด็นผู้บริหารพรรคเกี่ยวข้องธุรกิจสื่อ

นายทันกวินท์ กล่าวเพิ่มเติมว่า จากการตรวจสอบข้อมูล พบว่ามีกรรมการบริหารและผู้บริหารพรรคหลายราย รวมถึงแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรค มีความเกี่ยวข้องกับธุรกิจสื่อสารมวลชน ซึ่งอาจเข้าข่ายลักษณะต้องห้ามตามกฎหมาย และควรได้รับการตรวจสอบโดยละเอียด

ทั้งยังเรียกร้องให้ กกต. ตรวจสอบเอกสารการว่าจ้างพนักงานของบริษัทสเปกเตอร์ซี รวมถึงข้อมูลการส่งเงินสมทบประกันสังคม เพื่อพิจารณาว่ามีความเชื่อมโยงทางการจ้างงานกับพรรคหรือไม่
นายทันกวินท์ ยืนยันว่า การยื่นคำร้องครั้งนี้ไม่ใช่การใช้นิติสงคราม แต่เป็นการใช้กลไกกฎหมายตามปกติ พร้อมเรียกร้องให้ทุกฝ่ายเคารพกระบวนการตรวจสอบตามกฎหมาย