thansettakij
‘กล้าธรรม’ ร่วมรัฐบาลหรือฝ่ายค้าน?  นักวิชาการประเมินโอกาส  50/50

‘กล้าธรรม’ ร่วมรัฐบาลหรือฝ่ายค้าน? นักวิชาการประเมินโอกาส 50/50

16 ก.พ. 2569 | 11:02 น.
อัปเดตล่าสุด :16 ก.พ. 2569 | 11:03 น.

สูตรจัดตั้งรัฐบาล 2569 ยังไม่นิ่ง “กล้าธรรม” ขยับ ยืนยันหนุนพรรคภูมิใจไทยเป็นแกนนำโดยไม่ต่อรองเก้าอี้รัฐมนตรีนักวิชาการประเมินโอกาสร่วมรัฐบาลยัง 50/50 ชี้ปมกระทรวงเกษตรฯ และเงื่อนไขตัวบุคคลคือจุดชี้ชะตาเสถียรภาพรัฐบาลใหม่

KEY

POINTS

  • นักวิชาการประเมินโอกาสที่พรรคกล้าธรรมจะเข้าร่วมรัฐบาลอยู่ที่ 50/50 ขึ้นอยู่กับการเจรจาต่อรอง
  • พรรคกล้าธรรมประกาศจุดยืนสนับสนุนพรรคภูมิใจไทยเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลโดยไม่มีเงื่อนไขหรือข้อต่อรองตำแหน่งรัฐมนตรี
  • เงื่อนไขสำคัญในการร่วมรัฐบาลอาจรวมถึงการยอมปล่อยเก้าอี้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และเงื่อนไขเกี่ยวกับตัวบุคคล
  • หากพรรคกล้าธรรมต้องไปเป็นฝ่ายค้าน จะถือเป็นความเสี่ยงต่อเสถียรภาพของรัฐบาล เนื่องจากมีข้อมูลสำคัญและเชี่ยวชาญเกมการเมือง

สูตรจัดตั้งรัฐบาลที่ยังไม่มีพรรคกล้าธรรมเข้าร่วมรัฐบาล ในเบื้องต้นคาดว่าจะมีประมาณ 297 เสียง โดยมีพรรคภูมิใจไทยเป็นแกนนำ,พรรคเพื่อไทย (พรรคร่วมรัฐบาลสำคัญ) และพรรคขนาดเล็กหลายพรรคที่ให้การสนับสนุนเพิ่มเติม

ล่าสุด (16 ก.พ. 2569) นายไผ่ ลิกค์ เลขาธิการพรรคกล้าธรรม เผยว่าได้โทรศัพท์พูดคุยกับนายไชยชนก ชิดชอบ เลขาธิการพรรคภูมิใจไทย เพื่อประสานความเข้าใจร่วมกันเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยพรรคกล้าธรรมมีจุดยืนชัดเจนในการสนับสนุน พรรคภูมิใจไทย เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล โดยไม่มีข้อต่อรอง หรือเงื่อนไขทางการเมืองใด ๆ ตามที่มีกระแสข่าวก่อนหน้านี้ โดยเฉพาะกรณีการต่อรองตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

พร้อมยืนยันว่า พรรคกล้าธรรมยึดประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชนเป็นสำคัญ ไม่ได้ยึดติดกับตำแหน่งทางการเมือง 

รองศาสตราจารย์ ดร.อัทธ์  พิศาลวานิช นักวิชาการอิสระ และผู้เชี่ยวชาญเศรษฐกิจระหว่างประเทศและอาเซียน ให้ความเห็นกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ว่า ณ เวลานี้ มองว่าโอกาสที่พรรคกล้าธรรมจะได้ร่วมรัฐบาลหรือไม่ มีโอกาส 50/50 ขึ้นอยู่กับการเจรจาต่อรอง

ทั้งนี้หากพรรคกล้าธรรมยอมปล่อยเก้าอี้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ก็มีโอกาสจะได้อยู่ร่วมรัฐบาล รวมถึงยังมีเงื่อนไขเรื่องตัวบุคคลบางคนที่หลายฝ่ายไม่ยากให้เป็นรัฐมนตรีด้วย หากทำได้ก็มีโอกาสได้ร่วมรัฐบาล

“พรรคกล้าธรรมได้กำกับดูแลกระทรวงเกษตรฯ มานาน มีความคุ้นเคยและเป็นฐานเสียงหลัก แต่ถ้าเจรจาลงตัวอาจไปอยู่กระทรวงอื่น เช่น กระทรวงอุตสาหกรรม เพราะการเป็นรัฐบาลย่อมดีกว่าเป็นฝ่ายค้านที่ไม่ได้สร้างผลงาน ส่วนเรื่องเสถียรภาพ หากพรรคประชาธิปัตย์มาร่วมรัฐบาล ความเสี่ยงจะลดลง แต่ถ้าฝ่ายค้านมีทั้งประชาธิปัตย์ พรรคประชาชน และกล้าธรรมรวมกัน จะเป็นฉากทัศน์ที่เลวร้ายที่สุดสำหรับรัฐบาล เพราะกล้าธรรมเขามีข้อมูลเด็ดเยอะและเกมการเมืองก็ไม่ธรรมดา” ดร.อัทธ์ กล่าว