thansettakij
สุวัจน์ดัน“ปกครอง ผาสุขยืด”คุมชาติพัฒนา หนุนรัฐบาลใหม่ทะลุ 300 เสียงกู้เศรษฐกิจ

สุวัจน์ดัน“ปกครอง ผาสุขยืด”คุมชาติพัฒนา หนุนรัฐบาลใหม่ทะลุ 300 เสียงกู้เศรษฐกิจ

14 ก.พ. 2569 | 08:56 น.
อัปเดตล่าสุด :14 ก.พ. 2569 | 09:14 น.

พรรคชาติพัฒนาประชุมใหญ่ ดัน“ปกครอง ผาสุขยืด”นั่งหัวหน้าพรรค “สุวัจน์”ย้ำเดินหน้าการเมืองท้องถิ่น แนะรัฐบาลใหม่ควรมีเสียงเกิน 300 เสียงเพื่อความมั่นคง

KEY

POINTS

  • พรรคชาติพัฒนาเลือก "ปกครอง ผาสุขยืด" เป็นหัวหน้าพรรคคนใหม่ ภายหลังการประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2569
  • นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ ประธานพรรค แสดงจุดยืนสนับสนุนให้รัฐบาลชุดใหม่มีเสียงข้างมากเกิน 300 เสียง เพื่อสร้างเสถียรภาพทางการเมือง
  • การมีเสียงสนับสนุนจำนวนมาก จะช่วยให้รัฐบาลสามารถขับเคลื่อนนโยบายแก้ปัญหาเศรษฐกิจของประเทศ และสร้างความเชื่อมั่นได้อย่างราบรื่น

วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ห้องประชุมโรงแรมซิตี้พาร์ค อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา พรรคชาติพัฒนาได้จัดการประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2569 โดยมี นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ ประธานพรรค เป็นประธานการประชุม ท่ามกลางสมาชิกพรรคเข้าร่วม 266 คน

วาระสำคัญของการประชุมครั้งนี้คือการเลือกตั้งคณะกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ทั้งคณะ ภายหลัง เทวัญ ลิปตพัลลภ หัวหน้าพรรคคนเดิม ลาออกจากตำแหน่งเพื่อไปสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ในนามพรรคอื่น ส่งผลให้กรรมการบริหารพรรค ต้องพ้นจากตำแหน่งทั้งคณะตามข้อบังคับพรรคการเมือง

ผลการเลือกตั้งปรากฏว่า ที่ประชุมมีมติเลือก นายปกครอง ผาสุขยืด ขึ้นดำรงตำแหน่งหัวหน้าพรรคชาติพัฒนาคนใหม่ พร้อมแต่งตั้ง นายอรัญ พันธุมจินดา เป็นเลขาธิการพรรค

                                         ปกครอง ผาสุขยืด หัวหน้าพรรคชาติพัฒนาคนใหม่

เดินหน้าการเมืองท้องถิ่น

นายสุวัจน์ กล่าวภายหลังการประชุมว่า การเลือกหัวหน้าพรรคครั้งนี้เป็นไปตามขั้นตอนของกฎหมายและข้อบังคับพรรคอย่างถูกต้อง พร้อมยืนยันว่า พรรคชาติพัฒนายังคงดำเนินกิจกรรมทางการเมืองอย่างต่อเนื่อง แม้ในช่วงนี้จะให้น้ำหนักกับการทำงานการเมืองท้องถิ่นเป็นหลัก อาทิ การสนับสนุนสมาชิกสภาจังหวัด (สจ.) นายกเทศมนตรี และสมาชิกสภาเทศบาล (สท.) เพื่อรักษาฐานการเมืองในพื้นที่

หนุนรัฐบาลเสียงเกิน 300 เพื่อความมั่นคง

ในประเด็นการจัดตั้งรัฐบาลภายหลังการเลือกตั้ง นายสุวัจน์แสดงความเห็นว่า เมื่อพรรคแกนนำประกาศเชิญพรรคหลักเข้าร่วมจัดตั้งรัฐบาล และมีเสียงรวมกันเกินกึ่งหนึ่งของสภาผู้แทนราษฎรแล้ว ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ชัดเจน อย่างไรก็ตาม เพื่อให้รัฐบาลมีเสถียรภาพและสามารถขับเคลื่อนนโยบายแก้ปัญหาประเทศได้อย่างราบรื่น เห็นว่าควรมีเสียงสนับสนุนมากกว่า 300 เสียงขึ้นไป

“รัฐบาลใหม่ต้องเผชิญกับความท้าทายหลายด้าน ทั้งเศรษฐกิจและความเชื่อมั่นของประชาชน การมีเสียงสนับสนุนจำนวนมากจะช่วยให้การบริหารประเทศมีความมั่นคง และลดแรงเสียดทานทางการเมือง” นายสุวัจน์ กล่าว

                                    สุวัจน์ ลิปตพัลลภ

แนะกกต.เร่งคลี่คลายข้อร้องเรียน

นายสุวัจน์ ยังกล่าวถึงบรรยากาศหลังการเลือกตั้งที่มีข้อถกเถียงและคำร้องจำนวนมาก โดยเห็นว่า คณะกรรมการการเลือกตั้ง ควรเร่งชี้แจงข้อเท็จจริงและทำความกระจ่างในทุกประเด็นโดยเร็ว เพื่อสร้างความสง่างามและความน่าเชื่อถือให้กับกระบวนการเลือกตั้ง ทั้งในสายตาประชาชนภายในประเทศและประชาคมระหว่างประเทศ

พร้อมระบุว่า หลัง กกต.ประกาศรับรองสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรอย่างเป็นทางการแล้ว จะช่วยให้รัฐบาลชุดใหม่มีความชอบธรรมและได้รับการยอมรับมากยิ่งขึ้น

เสถียรภาพการเมืองสร้างความเชื่อมั่น

สำหรับคำถามว่ารัฐบาลชุดใหม่จะอยู่ครบวาระ 4 ปีหรือไม่ นายสุวัจน์ มองว่า ไม่มีใครสามารถการันตีได้ เพราะการเมืองไทยมีความผันผวนสูง แต่หากรัฐบาลบริหารงานได้ดี แก้ไขปัญหาได้ตรงจุด ไม่มีอุบัติเหตุทางการเมือง หรือกรณีทุจริตคอร์รัปชัน ก็มีโอกาสอยู่ครบเทอม

“ส่วนตัวอยากเห็นรัฐบาลทำงานต่อเนื่อง ไม่เปลี่ยนบ่อย เพราะการเปลี่ยนรัฐบาลบ่อยครั้งจะกระทบต่อความเชื่อมั่นทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยเฉพาะในช่วงที่เศรษฐกิจต้องการความชัดเจนและเสถียรภาพ” นายสุวัจน์ กล่าวทิ้งท้าย