

KEY
POINTS
11 กุมภาพันธ์ 2569 ว่าที่ ร.ต.ภาสกร สิริภคยาพร รองเลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง และนางสุทธดา คงเดชา ผู้อำนวยการสำนักสืบสวนสอบสวน 1 แถลงข่าว "การเลือกตั้ง สส. และการออกเสียงประชามติ" ณ ศูนย์การเลือกตั้ง สส. และออกเสียงประชามติ ชั้น 2 สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง
ว่าที่ ร.ต.ภาสกร รองเลขาธิการ กกต. กล่าวถึงกรณีที่มีเรื่องของการไปยื่นขอให้มีการนับคะแนนใหม่ในบางจังหวัดซึ่งขณะนี้ นายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. ได้มีการประชุมชี้แจง ผอ.การเลือกตั้งประจำจังหวัดทั้ง 76 จังหวัด บวกกรุงเทพมหานคร ให้ทำความเข้าใจกับประชาชนที่มีข้อสงสัย ที่มีประเด็น มีคำร้อง พร้อมทำความเข้าใจกับกลุ่มมวลชนเหล่านี้ให้เข้าใจ
สำหรับเรื่องที่มีข้อสงสัย มีข้อร้องเรียนให้เสนอเรื่องมาตามกระบวนการได้เลยโดยสำนักงานจะได้รวบรวมเรื่องเสนอคณะกรรมการการเลือกตั้งได้พิจารณาต่อไป ส่วนกรณีพื้นที่จังหวัดชลบุรีที่มีการร้องเรียนนั้น ว่าที่ ร.ต.ภาสกร รองเลขาธิการ กกต. กล่าวถึงความคืบหน้าล่าสุดว่า วันนี้ทีมงานของ นายครรชิต เจริญอินทร์ รองเลขาธิการ กกต. และคณะ ได้มีการไปพบกับผู้ร้องและผู้ที่เกี่ยวข้องและดำเนินการสอบสวนข้อเท็จจริงแล้วซึ่งคาดว่าภายในวันพรุ่งนี้ (12 กุมภาพันธ์ 2569) จะนำมาเสนอคณะกรรมการการเลือกตั้งเพื่อได้พิจารณาข้อเท็จจริงความเป็นไปเป็นมาทั้งหมดของเขตเลือกตั้งที่ 1 ของชลบุรีต่อไป
ด้านนางสุทธดา ผอ.สำนักสืบสวนสอบสวน 1 ได้ชี้แจงกระบวนการและขั้นตอนการยื่นเรื่องร้องเรียนต่อกกต.ว่า ในส่วนของเรื่องการร้องเรียนเกี่ยวกับการกระทำความผิดกฎหมายเกี่ยวกับการเลือกตั้งหรือพรรคการเมือง การยื่นคำร้องสามารถยื่นได้ตั้งแต่วันนี้ จนถึง 30 วัน นับแต่วันประกาศผลการเลือกตั้งซึ่งตอนนี้ ณ ขณะนี้ มีผู้มายื่นคำร้องแล้วทั้งหมด 99 เรื่องและมีในส่วนของการที่สั่งในเรื่องของความปรากฏอีก 14 เรื่อง รวมทั้งหมด 113 เรื่อง และขณะนี้ได้มีการพิจารณาของผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำจังหวัด และ เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้งเพื่อสั่งรับคำร้องให้ดำเนินการไต่สวนเป็นสำนวนแล้วทั้งหมด 39 เรื่อง
ในการจะยื่นคำร้องคัดค้านเกี่ยวกับการเลือกตั้ง ในระเบียบสืบสวนสอบสวนและวินิจฉัย จะมีหลักเกณฑ์ว่า คำร้อง จะต้องทำเป็นหนังสือ คำร้องต้องทำเป็นหนังสือ โทรมาแจ้งทางโทรศัพท์ด้วยวาจาไม่ได้ ส่งคำร้องมาให้สำนักงาน กกต. หรือสำนักงาน กกต.จังหวัดทางไปรษณีย์ไม่ได้เช่นกัน คำร้องต้องจัดทำเป็นหนังสือและก็ยื่นด้วยตนเองที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัด
สำหรับคำร้องต้องระบุวันเดือนปี สถานที่ทำคำร้อง สถานะของผู้ร้อง ผู้ถูกร้องและข้อเท็จจริงว่า เรื่องที่ร้องมีการกระทำความผิดกฎหมายเลือกตั้งเรื่องอะไร เช่น ให้เงิน หรือมีการหาเสียงหลอกลวง หรือเจ้าหน้าที่ของรัฐวางตัวไม่เป็นกลาง ต้องระบุเหตุการณ์ให้ชัดเจน รวมถึงประสงค์ที่จะร้องใครและผู้นั้นกระทำความผิดอย่างไร
ขั้นตอนการพิจารณาคำร้อง เมื่อยื่นคำร้องมาแล้วตามระเบียบจะมีการพิจารณาตรวจคำร้องว่า คำร้องถูกต้องเป็นไปตามที่ระเบียบกำหนดหรือไม่ซึ่งจะมีระยะเวลาในการพิจารณา 3 วัน หากคำร้องไม่ถูกต้องจะประสานไปทางผู้ร้องเพื่อให้แก้ไข ในส่วนของพนักงานสืบสวนเมื่อได้รับคำร้องมาแล้วจะมีการตรวจสอบว่า คำร้องที่ร้อง เรื่องที่ร้องมาเป็นความผิดตามกฎหมายหรือไม่ หากเห็นว่า ข้อเท็จจริงที่ยื่น ไม่เป็นความผิด หรือว่า ตรวจสอบสถานะของผู้ร้องแล้ว
ผู้ร้องไม่ใช่ผู้ที่มีสิทธิร้อง หรือว่า คำร้องนั้นยื่นเกินระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด คือ ยื่นเกิน 30 วันนับแต่วันที่ กกต.ประกาศผลการเลือกตั้งก็จะมีการเสนอผู้บังคับบัญชาตามลำดับชั้นเพื่อจะไม่รับคำร้อง ทั้งนี้ การไม่รับคำร้องดังกล่าวถือเป็นอำนาจของคณะกรรมการการเลือกตั้ง 7 คนที่จะพิจารณาว่า เห็นควรรับหรือไม่รับคำร้อง
ในส่วนของคำร้องที่ถูกต้องครบถ้วนเป็นไปตามระเบียบก็จะมีการสั่งรับคำร้อง ในการสั่งรับคำร้อง อาจจะเป็นผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดเป็นผู้สั่ง หรือ เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้งเป็นผู้สั่ง เมื่อมีการสั่งรับคำร้องแล้วจะมอบให้คณะกรรมการสืบสวนและไต่สวนซึ่งคณะกรรมการการเลือกตั้งได้ตั้งไว้แล้ว ทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาคทุกจังหวัดรับสำนวนไปทำ
จากนั้นในขั้นตอนการดำเนินงานของคณะกรรมการสืบสวนไต่สวนจะมีระยะเวลาดำเนินการ 90 วัน เมื่อคณะกรรมการสืบสวนและไต่สวนทำสำนวนเสร็จจะมีการจัดทำรายงานการไต่สวนและจัดทำความเห็นว่า เรื่องนั้น ในสำนวนเป็นความผิดหรือไม่ เห็นควรอย่างไร เห็นควรยกคำร้อง เห็นควรดำเนินคดีอาญากับผู้สมัคร หรือเห็นควรส่งศาลฎีกา เพื่อเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งของผู้สมัคร