

KEY
POINTS
บรรยากาศการเมืองหลังเลือกตั้ง สส. ยังคงร้อนแรง โดยเฉพาะกระแสเรียกร้องให้นับคะแนนใหม่ในหลายพื้นที่ ล่าสุดวันที่ 12 ก.พ.นี้ เวลา 10.00 น. คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เตรียมประชุมเพื่อพิจารณารายงานข้อเท็จจริงกรณีร้องขอนับคะแนนใหม่ที่จังหวัดชลบุรี ท่ามกลางแรงกดดันจากหลายฝ่าย
กกต.ย้ำร้องต้องมีหลักฐาน ไม่ใช่คำบอกเล่า
วันที่ 11 ม.ค. 2569 ว่าที่ ร.ต.ภาสกร สิริภคยาพร รองเลขาธิการ กกต. แถลงว่า ขณะนี้มีผู้มายื่นคำร้องให้นับคะแนนใหม่แล้ว สำนักงานได้รับเรื่องไว้และอยู่ระหว่างรวบรวมเสนอที่ประชุม กกต.พิจารณา โดยเลขาธิการ กกต. ได้ประชุมผู้อำนวยการการเลือกตั้งทั้ง 76 จังหวัด รวมถึงกรุงเทพมหานคร เพื่อชี้แจงแนวทางทำความเข้าใจกับประชาชน หากยังมีข้อสงสัยสามารถเข้าสู่กระบวนการร้องเรียนตามขั้นตอนกฎหมายได้
พร้อมย้ำชัดว่า การร้องคัดค้านต้องทำเป็นหนังสือ ยื่นด้วยตัวเองที่สำนักงาน กกต.จังหวัด ระบุรายละเอียด วันเวลา สถานะผู้ร้อง ผู้ถูกร้อง และข้อกล่าวหาว่าผิดกฎหมายเลือกตั้งมาตราใด ไม่สามารถโทรแจ้งหรือส่งไปรษณีย์ได้ และต้องมีพยานหลักฐานชัดเจน ไม่ใช่เพียง “เข้าใจเอาเอง” หรือ “เขาเล่าว่า”
113 คำร้อง“ซื้อเสียง-หลอกลวง”มากสุด
นางสุทธดา คงเดชา ผอ.สำนักสืบสวนสอบสวน 1 เปิดเผยว่า ขณะนี้มีคำร้องรวม 113 เรื่อง แบ่งเป็น
-ซื้อเสียง มาตรา 73(1) จำนวน 31 เรื่อง
-หาเสียงโดยหลอกลวงหรือจูงใจให้เข้าใจผิดเรื่องคะแนนนิยม มาตรา 73(5) มากถึง 68 เรื่อง
โดยมี 39 เรื่อง ที่สั่งรับเป็นสำนวนไต่สวนแล้ว
ทั้งนี้ หากพบว่า การยื่นคำร้องเป็นเท็จ เพื่อกลั่นแกล้งผู้สมัครหรือพรรคการเมือง จะมีโทษตามกฎหมายเช่นกัน
ชลบุรีรอผลสอบ-ยังไม่พบหลักฐานหนักแน่น
สำหรับกรณีจังหวัดชลบุรี รองเลขาธิการ กกต. พร้อมคณะ ได้ลงพื้นที่สอบสวนข้อเท็จจริงแล้ว คาดว่าจะเสนอผลต่อที่ประชุม กกต. ในวันที่ 12 ก.พ.
ด้านแหล่งข่าวระบุว่า พยานหลักฐานที่ปรากฏขณะนี้ยังเป็นเพียงการกล่าวอ้าง และระหว่างนับคะแนนไม่มีการทักท้วงอย่างเป็นทางการ หากไม่มีหลักฐานชัดเจนเพียงพอ อาจไม่เข้าเงื่อนไขให้สั่งนับใหม่ได้
ส่วนกรณีขนย้ายหีบบัตรกลางคืน เขต 3 ชลบุรี กกต.ชี้แจงว่า เป็นขั้นตอนยุบรวมหีบบัตรตามปกติ เสร็จสิ้น 17.30 น. ออกเดินทาง 18.00 น. ถึงสถานที่เก็บรักษา 19.00 น. มีตำรวจทางหลวงควบคุม และสถานที่เก็บมีกล้องวงจรปิดครบถ้วน
ปทุมธานีส่อมีปัญหา-คนนอกร่วมนับคะแนน
อีกประเด็นร้อนอยู่ที่จังหวัดปทุมธานี กรณีมีนักศึกษาเข้าไปเกี่ยวข้องกับการนับคะแนน ซึ่งไม่ได้เป็นกรรมการประจำหน่วย (กปน.) อย่างเป็นทางการ
ว่าที่ร.ต.ภาสกร ระบุว่า เรื่องนี้กำลังเร่งประมวลเสนอ กกต. หากผลสอบชี้ว่าการนับคะแนนไม่เป็นไปตามกฎหมาย คะแนนดังกล่าวอาจถือว่าไม่ชอบ และมีโอกาสต้องสั่งนับใหม่ หรือย้อนใช้ผลครั้งแรก
ส่วนกรณีบุคคลเข้าไปในสถานที่เก็บหีบบัตร หากทำให้ทรัพย์สินราชการเสียหาย เป็นอำนาจ กกต.เขต แจ้งความดำเนินคดีได้
เคลียร์ปม“หีบบัตรขายออนไลน์”ใช้ไม่ได้
กรณีมีการโพสต์ขายหีบบัตรในแพลตฟอร์มออนไลน์ กกต.ระบุว่า เป็นหีบที่ใช้ในการเลือกตั้งท้องถิ่นครั้งก่อน ตรวจสอบอยู่ว่าเอกชนรายใดดำเนินการ แต่ยืนยันว่าแม้ซื้อมา ก็ไม่สามารถนำมาใช้กับการเลือกตั้งครั้งนี้ได้ เพราะหีบบัตรจริงมีสายรัดรหัสเฉพาะ แบบปิดช่องใส่บัตร และลายเซ็นกรรมการกำกับ
อีกประเด็นที่ถูกตั้งคำถามคือ ตัวเลขผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้งแบบแบ่งเขตกับบัญชีรายชื่อในเว็บไซต์ กกต. ต่างกันเป็นหลักแสน
รองเลขาธิการ กกต. ชี้แจงว่า ข้อมูลบนเว็บไซต์เป็น “รายงานผลอย่างไม่เป็นทางการ” และเป็นตัวเลขประมาณ 95% อาจมีความคลาดเคลื่อนจากการคีย์ข้อมูลของกรรมการหน่วยเลือกตั้ง ตัวเลขจะเปลี่ยนแปลงได้เมื่อครบ 100% และผ่านการตรวจสอบ ขอให้ติดตามประกาศผลอย่างเป็นทางการแบบ ส.ส.6/1 ซึ่งมีการลงลายมือชื่อรับรองโดยคณะกรรมการประจำเขต
ขณะนี้หลายจังหวัด โดยเฉพาะ 33 เขตในกรุงเทพฯ ได้ทยอยเผยแพร่ประกาศผลการนับคะแนนรายหน่วยผ่านเว็บไซต์ กกต.จังหวัด เพื่อความโปร่งใสและให้ประชาชนตรวจสอบได้