thansettakij
พิพากษาจำคุก ‘โจ้-พฤติกร สาระกุล’ อดีตทีมงานคณะก้าวหน้า คดี ม.112 - พ.ร.บ.คอมฯ รวม 50 ปี

พิพากษาจำคุก ‘โจ้-พฤติกร สาระกุล’ อดีตทีมงานคณะก้าวหน้า คดี ม.112 - พ.ร.บ.คอมฯ รวม 50 ปี

10 ก.พ. 2569 | 04:35 น.
อัปเดตล่าสุด :10 ก.พ. 2569 | 04:43 น.

ศาลอาญาพิพากษาจำคุกคดีดูหมิ่นสถาบันตามประมวลกฎหมาย อาญาม.112 และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ 'โจ้-พฤติกร สาระกุล' อดีตทีมงานคณะก้าวหน้าคดีที่ 2 อีก 30 ปี รวมของเดิมเป็น 50 ปี ออกหมายจับนำตัวมารับโทษ

KEY

POINTS

  • ศาลอาญาพิพากษาจำคุก นายพฤติกร สาระกุล หรือ โจ้ อดีตทีมงานคณะก้าวหน้า ในคดีที่ 2 ตามความผิด ม.112 และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ
  • ลงโทษจำคุก 10 กระทง กระทงละ 3 ปี รวมเป็นเวลา 30 ปี จากการโพสต์ข้อความในทวิตเตอร์
  • คำพิพากษาให้ลงโทษจำคุกต่อจากคดีแรกที่เคยถูกตัดสินไปแล้ว 20 ปี
  • ปัจจุบันจำเลยได้หลบหนี และศาลได้ออกหมายจับเพื่อนำตัวมารับโทษตามคำพิพากษา

วันที่ 10 กุมภาพันธ์ ที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก ห้องพิจารณา 907 ศาลมีคำพิพากษาคดีที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีอาญา4  ยื่นฟ้อง นายพฤติกร สาระกุล หรือโจ้ อดีตทีมงานก้าวหน้าเป็นจำเลยในความผิดดูหมิ่นสถาบันตามประมวลกฎหมาย อาญาม.112และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ

จำเลยหลบหนีระหว่างการพิจารณา      

ศาลออกหมายจับปรับนายประกัน โดยทนายความในคดีนี้คือนายอานนท์ นำภา ทนายความและนักเคลื่อนไหวทางการเมือง ซึ่งอยู่ระหว่างจำคุกอยู่จากคดี 112 เดินทางจากเรือนจำเข้ามาฟังการพิจารณาของศาลด้วย

ทั้งนี้ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 18 ธ.ค. ศาลอาญาได้มีคำพิพากษาให้จำคุกนายพฤติกร จำเลยรวม 20 ปีฐานดูหมิ่นสถาบันและพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ

โจทก์ฟ้องว่าขณะเกิดเหตุขณะเกิดเหตุ ประเทศไทยมีการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ ทรงเป็นประมุขซึ่งตามรัฐธรรมนูญ 2560  มาตรา 22 บัญญัติว่า ประเทศไทยมีการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข และมาตรา 6 บัญญัติว่า องค์พระมหากษัตริย์ทรงดำรงอยู่ในฐานะอันเป็นที่เคารพสักการะ ผู้ใดจะละเมิดมิได้ ผู้ใดจะกล่าวหาหรือฟ้องร้องพระมหากษัตริย์ในทางใด ๆ มิได้ 

ต่อมาวันที่ 8 พ.ย. 2564 - 27 มี.ค. 2565 จำเลยยังได้หมิ่นประมาท ดูหมิ่น อาฆาตมาดร้ายต่อพระมหากษัตริย์ ด้วยการนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ลงในแอปพลิเคชั่นทวิตเตอร์  เป็นการใส่ความ เป็นการหมิ่นประมาท ดูหมิ่นเหยียดหยาม พระมหากษัตริย์ที่ทรงเป็นประมุข ทรงดำรงอยู่ในฐานะอันเป็นที่เคารพสักการะ โดยประการที่น่าจะทำให้พระมหากษัตริย์ถูกดูหมิ่นเกลียดชัง ทั้งเป็นการปลุกปั่นทำให้ประชาชนเกิดความเข้าใจผิดและจูงใจให้ต่อต้านสถาบันพระมหากษัตริย์ จนอาจนำมาซึ่งความเกลียดชัง 

โดยจำเลยรู้อยู่แล้วว่าข้อมูลที่จำเลยโพสต์นั้นเป็นข้อมูลคอมพิวเตอร์ อันเป็นความผิดเกี่ยวกับความมั่นคงแห่งราชอาณาจักร โดยฝ่าฝืนต่อกฎหมาย

ศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่าพยานที่นำสืบมาจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 และพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์มาตรา 14(3) เป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษม.112 การกระทำผิดของจำเลยหลายกรรมต่างกันให้ลงโทษทุกกระทงความผิดไป ให้ลงโทษจำเลย 10 กระทง กระทงละ 3 ปี รวม 30 ปี และให้ลงโทษจำคุกต่อจากคดี อ.1485/2566 ของศาลนี้

โดยจำเลยอยู่ระหว่างถูกออกหมายจับเพื่อนำตัวมาบังคับโทษตามคำพิพากษาต่อไป