

KEY
POINTS
วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 12.30 น. นายสุรพงษ์ อินทรถาวร เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) กล่าวถึงกระแสข่าวที่มีการเผยแพร่ว่า คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติชี้มูลความผิดอดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) พรรคก้าวไกล จำนวน 44 คน ในความผิดฐานฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง กรณีร่วมลงชื่อเสนอแก้ไขประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112
นายสุรพงษ์ ยืนยันว่า ขณะนี้ ป.ป.ช. ยังไม่มีข้อสรุปหรือมติใด ๆ ในคดีดังกล่าว แม้จะยอมรับว่า ได้นำเรื่องดังกล่าวเข้าสู่วาระการพิจารณาของที่ประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ช. จริง โดยเป็นการประชุมลับ เนื่องจากเป็นคดีที่มีความละเอียดอ่อนและส่งผลกระทบในวงกว้าง
เลขาธิการ ป.ป.ช. ระบุว่า หากที่ประชุมสามารถหาข้อสรุปได้ อาจมีการออกแถลงการณ์ชี้แจงอย่างเป็นทางการในช่วงเย็นของวันที่ 9 กุมภาพันธ์นี้ แต่หากยังไม่สามารถหาข้อยุติได้ ก็อาจมีการเลื่อนการพิจารณาออกไปก่อน พร้อมขอให้ประชาชนและสื่อมวลชนรอความชัดเจนจาก ป.ป.ช. อย่างเป็นทางการ และไม่เร่งสรุปไปก่อน
คดีดังกล่าวสืบเนื่องจากคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ เมื่อวันที่ 7 สิงหาคม 2567 ที่ระบุว่า การกระทำของ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกลในขณะนั้น และพรรคก้าวไกล โดย สส.จำนวน 44 คน ที่ร่วมเสนอร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา เพื่อยกเลิกมาตรา 112 และนำไปใช้เป็นนโยบายในการหาเสียงเลือกตั้ง รวมถึงการดำเนินการอย่างต่อเนื่อง เข้าข่ายเป็นการใช้สิทธิหรือเสรีภาพเพื่อล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 49 วรรคหนึ่ง
คำวินิจฉัยดังกล่าวนำไปสู่คำสั่ง ยุบพรรคก้าวไกล และเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งของคณะกรรมการบริหารพรรค จำนวน 11 คน เป็นเวลา 10 ปี
ต่อมา ได้มีการนำคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญมาใช้เป็น “สารตั้งต้น” ในการยื่นคำร้องต่อ ป.ป.ช. เพื่อขอให้ตรวจสอบความผิดทางจริยธรรมอย่างร้ายแรงต่อนายพิธา และอดีต สส.พรรคก้าวไกล รวมทั้งสิ้น 44 คน ซึ่งหากถูกวินิจฉัยว่ามีความผิด อาจนำไปสู่โทษ ตัดสิทธิทางการเมืองตลอดชีวิต
ทั้งนี้ มาตรฐานทางจริยธรรมของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ซึ่งมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 30 มกราคม 2561 กำหนดให้ใช้กับ สส., สว. และคณะรัฐมนตรี โดยหาก ป.ป.ช. มีมติชี้มูลและส่งฟ้อง จะต้องส่งเรื่องให้ศาลฎีกาพิจารณา
หากศาลฎีกามีคำพิพากษาว่าผู้ถูกกล่าวหามีความผิดตามข้อกล่าวหา จะมีโทษเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งตลอดชีวิต เพิกถอนสิทธิเลือกตั้งไม่เกิน 10 ปี และไม่มีสิทธิดำรงตำแหน่งทางการเมืองใด ๆ อีก
สำหรับอดีต สส.พรรคก้าวไกล ทั้ง 44 คน ปัจจุบันได้ย้ายเข้าสังกัด พรรคประชาชน แล้วทั้งหมด