thansettakij
ลุ้น ป.ป.ช.ถกลับคดีจริยธรรมร้ายแรง 44 สส.ก้าวไกล ปมเสนอแก้ ม.112

ลุ้น ป.ป.ช.ถกลับคดีจริยธรรมร้ายแรง 44 สส.ก้าวไกล ปมเสนอแก้ ม.112

09 ก.พ. 2569 | 07:18 น.
อัปเดตล่าสุด :09 ก.พ. 2569 | 07:29 น.

เลขาฯ ป.ป.ช. ย้ำยังไม่มีมติชี้มูลคดีจริยธรรมร้ายแรง 44 สส.พรรคก้าวไกล กรณีเสนอแก้ไข ม.112 ชี้เป็นวาระประชุมลับ อาจแถลงผลเย็นนี้หรือเลื่อน เหตุเป็นเรื่องละเอียดอ่อน

KEY

POINTS

  • ป.ป.ช. กำลังประชุมพิจารณาคดีจริยธรรมร้ายแรงของอดีต สส. พรรคก้าวไกล 44 คน กรณีร่วมลงชื่อเสนอแก้กฎหมายอาญา มาตรา 112 
  • คดีนี้สืบเนื่องจากคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่ระบุว่า การกระทำดังกล่าวเข้าข่ายเป็นการใช้สิทธิเพื่อล้มล้างการปกครอง
  • หาก ป.ป.ช. ชี้มูลความผิดและศาลฎีกาพิพากษาว่ามีความผิดจริง อดีต สส. ทั้ง 44 คน อาจต้องโทษตัดสิทธิ์ทางการเมืองตลอดชีวิต

วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 12.30 น. นายสุรพงษ์ อินทรถาวร เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) กล่าวถึงกระแสข่าวที่มีการเผยแพร่ว่า คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติชี้มูลความผิดอดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) พรรคก้าวไกล จำนวน 44 คน ในความผิดฐานฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง กรณีร่วมลงชื่อเสนอแก้ไขประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 

นายสุรพงษ์ ยืนยันว่า ขณะนี้ ป.ป.ช. ยังไม่มีข้อสรุปหรือมติใด ๆ ในคดีดังกล่าว แม้จะยอมรับว่า ได้นำเรื่องดังกล่าวเข้าสู่วาระการพิจารณาของที่ประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ช. จริง โดยเป็นการประชุมลับ เนื่องจากเป็นคดีที่มีความละเอียดอ่อนและส่งผลกระทบในวงกว้าง 

เลขาธิการ ป.ป.ช. ระบุว่า หากที่ประชุมสามารถหาข้อสรุปได้ อาจมีการออกแถลงการณ์ชี้แจงอย่างเป็นทางการในช่วงเย็นของวันที่ 9 กุมภาพันธ์นี้ แต่หากยังไม่สามารถหาข้อยุติได้ ก็อาจมีการเลื่อนการพิจารณาออกไปก่อน พร้อมขอให้ประชาชนและสื่อมวลชนรอความชัดเจนจาก ป.ป.ช. อย่างเป็นทางการ และไม่เร่งสรุปไปก่อน

คดีดังกล่าวสืบเนื่องจากคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ เมื่อวันที่ 7 สิงหาคม 2567 ที่ระบุว่า การกระทำของ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกลในขณะนั้น และพรรคก้าวไกล โดย สส.จำนวน 44 คน ที่ร่วมเสนอร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา เพื่อยกเลิกมาตรา 112 และนำไปใช้เป็นนโยบายในการหาเสียงเลือกตั้ง รวมถึงการดำเนินการอย่างต่อเนื่อง เข้าข่ายเป็นการใช้สิทธิหรือเสรีภาพเพื่อล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 49 วรรคหนึ่ง

 

                                ลุ้น ป.ป.ช.ถกลับคดีจริยธรรมร้ายแรง 44 สส.ก้าวไกล ปมเสนอแก้ ม.112

คำวินิจฉัยดังกล่าวนำไปสู่คำสั่ง ยุบพรรคก้าวไกล และเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งของคณะกรรมการบริหารพรรค จำนวน 11 คน เป็นเวลา 10 ปี

ต่อมา ได้มีการนำคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญมาใช้เป็น “สารตั้งต้น” ในการยื่นคำร้องต่อ ป.ป.ช. เพื่อขอให้ตรวจสอบความผิดทางจริยธรรมอย่างร้ายแรงต่อนายพิธา และอดีต สส.พรรคก้าวไกล รวมทั้งสิ้น 44 คน ซึ่งหากถูกวินิจฉัยว่ามีความผิด อาจนำไปสู่โทษ ตัดสิทธิทางการเมืองตลอดชีวิต 

ทั้งนี้ มาตรฐานทางจริยธรรมของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ซึ่งมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 30 มกราคม 2561 กำหนดให้ใช้กับ สส., สว. และคณะรัฐมนตรี โดยหาก ป.ป.ช. มีมติชี้มูลและส่งฟ้อง จะต้องส่งเรื่องให้ศาลฎีกาพิจารณา

หากศาลฎีกามีคำพิพากษาว่าผู้ถูกกล่าวหามีความผิดตามข้อกล่าวหา จะมีโทษเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งตลอดชีวิต เพิกถอนสิทธิเลือกตั้งไม่เกิน 10 ปี และไม่มีสิทธิดำรงตำแหน่งทางการเมืองใด ๆ อีก
สำหรับอดีต สส.พรรคก้าวไกล ทั้ง 44 คน ปัจจุบันได้ย้ายเข้าสังกัด พรรคประชาชน แล้วทั้งหมด